กำลังใจ

เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตกใจมาก แต่ไม่เสียใจ ไม่ท้อ คิดอย่างเดียวว่าต้องรักษาให้หาย สามี ลูกสาว ญาติๆทุกคนต่างให้กำลังใจ ในช่วงหลังจากผ่าตัดเต้านมแล้ว รักษาโดยให้คีโม ๖ ครั้ง ครั้งแรกที่ให้คีโมทรมานมากอาเจียนทั้งคืน รุ่งเช้าเดินทางกลับบ้านในระหว่างที่เดินทางกลับบ้านเหนื่อยมาก กินอะไรไม่ได้เลย คีโมนี้ร้ายกาจมากคิดว่าตัวเองตายในรถแน่ๆ สามีขับรถอย่างเร็วจากอุบลฯถึงร้อยเอ็ดไม่จอดเลยฤทธิ์ยาที่มีคุณสมบัติทำลายเซลล์มะเร็งเล่นงานเซลล์ปกติอื่นๆ ด้วย จนทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ผมร่วง เป็นแผลในช่องปาก ท้องเสีย เม็ดเลือดขาวต่ำ ฯลฯ รวมถึงอาการนอนไม่หลับหลังจากนั้นอีก ๔-๖ ยังกินอะไรไม่ได้จะอาเจียนอย่างเดียวแต่บอกกับตัวเองว่าจะตายไม่ได้นั่งร้องไห้ดูอาหารที่สามีกับลูกสาวเอามาให้กิน แต่กินไม่ได้ เป็นช่วงที่คิดว่าตัวเองจะรอดไหม หลังจากนั้นสัปดาห์ที่ ๒-๓ เริ่มกินข้าวได้ ก็ต้องไปรับคีโมครั้งต่อไปอีกช่างทรมานมากๆ แต่ไม่ท้อ ไม่กลัวคิดอย่างต้องหาย โชคดีที่มีสิ่งสำคัญที่ทำให้ต่อสู้กับมะเร็งได้คือ ความรักความ เอาใจใส่ จากคนรอบข้าง ทำให้ มีกำลังใจ และ มีความสุข...สามารถ ต่อสู้โรคร้าย ให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก

หลังจากรักษามะเร็งโดยการผ่าตัดเต้านม ให้คีโม การฉายแสงแล้ว ค้องไปพบคุณหมอทุกครั้งที่คุณหมอนัด ระวังเรื่องอาหาร เรื่องอารมณ์ ออกกำลังกาย อากาศ ช่วงนี้ร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้นบ้างแล้ว ฝึกหายใจเข้า-ออกจนกว่าจะหลับไปหลับดี+ตื่นง่าย ผลลัพธ์สุดวิเศษมากกว่าการกลับมานอนหลับง่ายและนอนหลับสนิทได้ดังเดิม เมื่อพักผ่อนเติมพลังกายอย่างเต็มที่ สามารถสั่งเวลาตื่นนอนได้ สั่งตัวเองก่อนนอนว่า พรุ่งนี้จะตื่นกี่โมง ดังนั้นหลังจากนอนสมาธิเสร็จ รุ่งเช้าตื่นมาออกกำลังกายตอนตีห้า ปรากฏว่าตื่นได้เองจริงๆ ตรงเวลาเป๊ะๆ จึงทำต่อมาเรื่อยๆ จากที่เมื่อก่อนคอยตั้งปลุกด้วยโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้เลิกใช้นาฬิกาปลุกแล้ว และไม่เคยไม่ตื่นตามเวลาที่สั่งตัวเองไว้ หากไปไหนกับคนอื่น เช่น เที่ยวต่างจังหวัด มักอาสาทำหน้าที่ปลุกเพื่อนๆ บางครั้งถ้ามีงานหรือนัดหมายสำคัญจะตั้งนาฬิกาปลุกไว้กันพลาด แต่ก็ตื่นก่อนทุกครั้ง" เมื่อนอนหลับสบาย ร่างกายจึงกลับมาแข็งแรงพร้อมรับมือกับความเจ็บป่วยทุกชนิดค่ะ

กำลังใจจากคนใกล้ตัวสำคัญมาก