*ข้อ 1. คดีนี้ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 2, 000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2553 จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเงินให้แก่โจทก์จนครบถ้วน โดยดอกเบี้ยคิดในวันฟ้องต้องไม่เกิน 75,000 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 20,000 บาท

*(หรือให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 2, 075,000 บาท และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในเงินต้น 2,000,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินให้แก่โจทก์ครบถ้วน และจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 20,000 บาท)

*ศาลออกคำบังคับกำหนดให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำพิพากษาภายในกำหนด 30 วัน จำเลยทั้งสองได้รับคำบังคับโดยชอบเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2555

*บัดนี้ล่วงเลยกำหนดเวลาในบังคับแล้วจำเลยทั้งสองไม่นำเงินตามคำพิพากษามาชำระหนี้ให้แก่โจทก์แต่อย่างใด

*โจทก์จึงกราบเรียนต่อศาลที่เคารพ ได้โปรดออกหมายบังคับคดี ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ทำการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์ต่อไป ขอศาลได้โปรดอนุญาต

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

หมายเหตุที่ทำ * คือย่อหน้า