นับแต่การก่อตัวของชาติไทยเริ่มต้นจากชุมชน เป็นเมือง จนเป็นรัฐหรืออาณาจักรเอกราช มีอายุที่เป็นประวัติศาสตร์ร่วมพันปี อาณาจักรไทยมีชนชาติหลายเผ่าพันธ์ที่ผสมผสานกันเป็นประเทศไทยย่อมมีที่มาที่เป็นอัตลักษณ์

หลักคิดที่ว่ามนุษย์มีสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพด้วยปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ประเทศไทยมีปัจจัยนี้อยู่ในตัวเอง

เครื่องนุ่งห่มไทยเริ่มด้วยทอผ้าใช้เองและทออย่างมีศิลปะ เป็นผ้าลาย ผ้ายก ตีนจก หรือมัดหมี่ และอื่นๆ งานนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญอธิบาย เมื่อทอแล้วผ่านการตัดเย็บ ปักลวดลาย แม้กระทั่งใช้เส้นทองคำ งานนี้ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญอธิบายอีก เพราะเป็นงานละเอียดอ่อนและต้องรู้จริง สรุปแล้วงานเครื่องนุ่งห่ม คือการ ทอ ถัก เย็บ ปัก ฟอกย้อม หรืออื่นๆ เป็นนวัตกรรมและกระบวนการชาติเราที่พัฒนาขึ้น

ผ้าไทยกว่าจะได้มาแต่ละผืนต้องประณีต ทำด้วยด้ายทีละเส้น และทำไปตามขั้นตอนต่างๆ นี่คือฐานแห่งจิตวิญญานของสังคมไทย มาจากส่วนเล็กๆที่หลากหลายรวมกันอย่างลงตัว เหมือนกิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจด้านต่างๆที่ส่วนเล็กๆเชื่อมร้อยกันเอง ไม่ใช่กำกับหรือสั่งการมาจากระดับบน

ชุมชนโดยสภาองค์กรชุมชนถ้ามาจัดการกิจกรรมในชุมชนเอง จัดการกับปัญหา พัฒนาต่อยอดในบริบทของชุมชนเหมือนแต่ละบ้านทอผ้าตามลายที่ตนต้องการแต่ละผืน ชุมชนอื่นอาจจะใช้ลายอื่นเป็นตามวิธีคิด แต่สรุปแล้วประเทศก็มีเครื่องนุ่งห่มสวยงามถ้วนท้่วทุกตัวคน 

ภายใต้การชี้นำหรืออะไรก็ไม่ทราบ สภาองค์กรชุมชนมีกระบวนการจัดประชุม ระดับจังหวัด ระดับชาติ มีผลให้คนเดินออกมาท้องถนนชุมนุมตามความประสงค์ ต่างดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับรายละเอียดในแต่ละชุมชนนักแต่ก็เชื่อกันว่าเป็นประเด็นสาธารณะ หรือว่าการ "ถักทอ" ที่เป็นจิตวิญญานสาธารณะของชาติเป็นโบราณคดีไม่สามารถโยงถึงวิถีชีวิตปัจจุบันเสียแล้ว