การศึกษาพาหุยุทธ์ชาวสยาม มุ่งสู่สุขภาพ ตามแนวทางของโพชฌงค์7

ตอนที่ ๑ โพชฌงค์ 7 คือ ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ หรือ องค์ของผู้ตรัสรู้ (พุทธะ) มี 7 ขั้น คือ

1.สติ (สติสัมโพชฌงค์) ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ ใจอยู่กับเรื่อง
2.ธัมมวิจยะ (ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์) การเฟ้นหาเพื่อให้เข้าใจการดำรงอยู่
3.วิริยะ (วิริยสัมโพชฌงค์) การประกอบความกล้าหาญเข้มแข็งเพื่อผลสำเร็จ
4.ปีติ (ปีติสัมโพชฌงค์) ความอิ่มใจเมื่อเกิด พุทธะ (รู้ ตื่น เบิกบาน)
5.ปัสสัทธิ (ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์) ความสงบกายใจเพื่อให้พุทธญานดำเนินไป
6.สมาธิ (สมาธิสัมโพชฌงค์) ความตั้งมั่นเข้มแข็งของพุทธะร่วมกับรูปและนาม
7.อุเบกขา (อุเบกขาสัมโพชฌงค์) การวางใจเข้าไปเห็นความจริงแท้และไม่ยึดติด
..โพชฌงค์ 7 เป็นหลักธรรมส่วนหนึ่งของ โพธิปักขิยธรรม 37 (ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ ได้แก่ สติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4 อิทธิบาท4 อินทรีย์5 พละ5 โพชฌงค์7 และมรรค8)...เมื่อสามารถก่อเกิด องค์แห่งพุทธะ ย่อมมีปัญญาและกำลังที่เข้าถึงปากประตูของการสู่นิพพาน....
...“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน 4 ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน 4 แล้ว ทำให้มากแล้วย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ 7 ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ 7 แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ”……
— อานาปานสติสูตร พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔---
(หมายเหตุ..อานาปานสติ คือ การหายใจพองยุบ)
พึงระวัง คู่ปรับ ของ โพชฌงค์7
1.สติ เป็นคู่ปรับกับ อวิชชา
2.ธัมมวิจยะ เป็นคู่ปรับกับ ทิฏฐิ(สักกายทิฏฐิและสีลัพพัตปรามาส)
3.วิริยะ เป็นคู่ปรับกับ วิจิกิจฉา
4.ปีติ เป็นคู่ปรับกับ ปฏิฆะ(ความขุ่นเคืองใจ)
5.ปัสสัทธิ เป็นคู่ปรับกับ กามราคะ
6.สมาธิ เป็นคู่ปรับกับ ภวราคะ(รูปราคะ อรูปราคะ (ภพที่สงบ)กับ อุทธัจจะกุกกุจจะ(ภพที่ไม่สงบ))
7.อุเบกขา เป็็นคู่ปรับกับ มานะ

ตอนที่ ๒ พละ หรือ พละ 5 คือ กำลัง ห้า ประการ ได้แก่
1.ศรัทธาพละ ความเชื่อ กำลังการควบคุมความสงสัย
2.วิริยะพละ ความเพียร กำลังการควบคุมความเกียจคร้าน
3.สติพละ ความระลึกได้ กำลังการควบคุมความประมาท การไม่ใส่ใจ ใจลอยไร้สติ
4.สมาธิพละ ความตั้งใจมั่น กำลังการควบคุมการวอกแวกเขว่ไขว่ ฟุ้งซ่าน
5.ปัญญาพละ ความรอบรู้ กำลังการควบคุมเพิกเฉยไม่สนใจ หลงงมงาย
   พละ5 เป็นหลักธรรมที่คู่กับ อินทรีย์5 คือ ศรัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ โดยมีความเหมือน ความแตกต่าง และความเกี่ยวเนื่อง คือ พละ5เป็นธรรมที่กำจัดแก้ อกุศลนิวรณ์ อินทรีย์ เป็น ธรรมเสริมสร้างกุศลอิทธิบาท

ตอนที่ ๓ พละ5 กับ นิวรณ์5
     พละทั้งห้านี้ เป็นหลักธรรมที่ผู้เจริญวิปัสสนาพึงรู้ ศรัทธาต้องปรับให้สมดุลกับปัญญา วิริยะต้องปรับให้สมดุลกับสมาธิ ส่วนสติพึงเจริญให้มากเนื่องเป็นหลักที่มีสภาวะปรับสมดุลของจิตภายในตัวเองอยู่แล้ว ถ้าพละห้า ไม่สมดุล ท่านว่าจะเกิดนิวรณ์ทั้งห้า
-ศรัทธาพละ มากกว่า ปัญญาพละ จะทำให้มีโมหะได้ง่าย จนเกิดราคะ โทสะได้ง่าย ทำให้อาจเกิดกามฉันทะนิวรณ์ หรือพยาบาทนิวรณ์
-ปัญญาพละ มากกว่า ศรัทธาพละ จะเกิดวิจิกิจฉานิวรณ์ ความลังเลสงสัย
-วิริยะพละ มากกว่า สมาธิพละ จะเกิดอุทธัจจะกุกกุจจะนิวรณ์ ฟุ้งซ่าน รำคาญใจ
-สมาธิพละ มากกว่า วิริยะพละ จะเกิดถีนมิทธะนิวรณ์ ความง่วง ท้อแท้ เกียจคร้าน

ตอนที่ ๔ พละ5 กับ สติปัฏฐาน
ตามหลักปฏิบัติสติปัฏฐาน ท่านว่า เป็นเหตุให้เกิด พละ5 ตามอารมณ์ ของ สติปัฏฐานที่ได้เจริญ
-ศรัทธาพละ เกิดจากการกำหนดสัมปชัญญะหรืออิริยาบถย่อย เช่น กิน ดื่ม ชำระ ระหว่างปลี่ยนอิริยาบถ
-ปัญญาพละ เกิดจากการกำหนดขณิกสมาธิหรืออารมณ์แทรก เช่น อาการ สุข ทุกข์ เฉย นึก คิด เห็น ยิน คัน ปวด ร้อน เย็น
-วิริยะพละ เกิดจากการกำหนดการเดินจงกรม
-สมาธิพละ เกิดจากการกำหนดในอานาปานสติ