เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาครอบครัวปิยะวัฒน์นั่งกินขนมกันที่บ้าน พ่อกับแม่นั่งกินน้ำชาในขณะที่เจ้าต้นไม้นั่งกินข้าวเกรียบกุ้ง

แก้วน้ำชาของพ่อและแม่เป็นแก้วสองชั้นซื้อมาจากงานเกษตรฯ จับได้ไม่ร้อนหน้าตาเป็นอย่างในรูปนี่ละครับ

เจ้าต้นไม้นั่งจับๆ คลำๆ แก้วน้ำชาอยู่สักพักก็ถามขึ้นว่า "ทำไมแก้วถึงไม่ร้อนละแม่?"

อ.จัน ก็อธิบายว่าแก้วนั้นเป็นสองชั้น เวลาเราจับแก้วชั้นนอกก็เลยไม่ร้อนมือ แล้วถามกลับว่า

"อยากรู้ไหมลูกว่าเขาทำแก้วกันอย่างไร? เดี๋ยวแม่เปิดให้ดู" แล้วก็เดินไปเปิดวิดีโอการเป่าแก้วจาก YouTube ทันที

ผมผู้ร่วมเหตุการณ์รีบคว้ากล้องมาถ่ายรูปแก้วไว้ เพราะผมคิดว่านี่คือการเรียนรู้โลกยุคใหม่ของเด็กในวัยเจ้าต้นไม้ครับ

สมัยผมเด็กๆ ครั้งแรกที่ผมเคยเห็นเขาเป่าแก้วก็คือตอนสมัยมัธยมในงานวิทยาศาสตร์ ตอนนั้นอยู่ ม.1 หน้าใสพึ่งจบ ป.6 แล้วได้เห็นคุณครูวิทยาศาสตร์เป่าแก้วเป็นรูปดอกไม้น่าตื่นตาตื่นใจมาก แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นการทำแก้วที่ใหญ่กว่านั้นหรือการทำแก้วในลักษณะอุตสาหกรรมอย่างที่เจ้าต้นไม้ได้เห็นผ่าน YouTube ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

วิดีโอที่ผมได้เห็นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมทำแก้วรู้สึกจะเป็นสารคดีในช่อง Discovery ที่ผมได้ดูสมัยเรียนอยู่อเมริกา นั่นคือเกือบยี่สิบปีหลังจากผมได้เห็นการเป่าแก้วครั้งแรกในชีวิต

เทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นดีกว่าแต่ก่อนมาก ปัจจุบันนี้โอกาสในการเรียนรู้นั้นมากมหาศาล เราไม่ได้มีข้อจำกัดด้วยพื้นที่หรือระยะทางที่ห่างไกลสื่อในการเรียนรู้เหมือนแต่ก่อนแล้ว

แต่สิ่งที่จะเป็นข้อจำกัดในการเรียนรู้ของเด็กยุคปัจจุบันคือตัวเด็กเองต่างหาก

เด็กที่มีความสนใจอยากรู้อยากเห็น มีความมานะอดทนตั้งใจในการเรียนรู้ อยากทำสิ่งใดก็ตาม เดี๋ยวนี้กลายเป็นสิ่งไม่ยากที่เขาจะหาความรู้ในการทำสิ่งนั้น

แต่เด็กที่ไม่มีความพยายามในการเรียนรู้ แม้ความรู้จะมาถึงปลายจมูกอย่างในปัจจุบันนี้ แต่ก็ยากที่จะเห็นเขาทำในสิ่งที่เขาบอกว่าอยากทำ

ผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีที่ผ่านมาเป็นตัวสะท้อนได้เป็นอย่างดี นั่นคือเราเห็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนว่าเด็กต่างจังหวัดที่อยู่ไกลๆ ฐานะยากจนได้คะแนนดีกว่าเด็กที่อยู่ในเมืองจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ

ผมคิดว่าการพัฒนาการศึกษาในยุคต่อไปนี้เราคงต้องมุ่งที่การพัฒนาศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กมากกว่าการพัฒนาสื่อเนื้อหาความรู้ให้แก่เด็ก

"ทำอย่างไรให้เด็กอยากรู้อยากเห็นและมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้" น่าจะเป็นโจทย์ที่น่าสนใจที่สุด

และแน่นอน... ผมไม่มีคำตอบ ผมก็ไม่รู้ นี่ก็พยายามหาทางที่จะรู้อยู่ครับ

สิ่งที่พอรู้คร่าวๆ คือเราต้องทำให้เด็กเห็นว่า "เขาทำได้" เมื่อเขาเรียนแล้วเขาได้รู้ นั่นคือการสร้างความมั่นใจในการเรียนรู้ให้เขานั่นเองครับ

แต่ก็ไม่ได้ผลเสมอไป จากการทดลองของผม บางครั้งก็ได้ผล บางครั้งก็ไม่ได้ผล ก็คงต้องลองผิดลองถูกกันต่อไปครับ