(๕ สิงหาคม ๒๕๕๖) เมื่อคืนเข้านอนค่อนข้างเร็ว (เขียนแบบอนุทิน) เพราะ ๒ วันก่อนนอนดึกและตื่นเช้าไปปฏิบัติหน้าที่อันยิ่งใหญ่..วิทยากรค่ายเตรียมความพร้อมนิสิต และเพราะได้ไปเป็นวิทยากร และได้พูดคำหนึ่งขึ้นมาให้นิสิตฟังในขณะนั้น (ไม่ได้เตรียมไว้ในสไลด์ คิดได้เดี๋ยวนั้น) ซึ่งคำนั้นคือคำว่า "ซินแส"
และเมื่อคืน คำว่า "ซินแส" นี้ได้ตกผลึกความคิดอะไรขึ้นมา (ขณะที่หลับอยู่) ซึ่งรู้สึกว่ายิ่งใหญ่ จะไปเขียนไว้ในอนุทินก็จะไม่เป็นที่กว้างขวาง เหมือนเขียนในบันทึก จึงรีบมาเขียนบันทึก ก่อนที่ "ความรู้" อันนี้ มันจะจางหายไป ("ความรู้ฝังลึก"นั้นมันขี้อาย ระเหยไปง่าย ต้องจับเอาไว้ ด้วยการบันทึก และต้องบันทึกไว้เดี๋ยวนั้นไม่งั้นมันจะหายไป, วิจารณ์ พานิช)
คำว่า "ซินแส" นี้ รู้จักมานาน เพราะอ่านพงศาวดารจีนมาก เวลาที่นักเรียนจีนจะเรียนหนังสือ เตี่ยของเขาก็จะไปจ้างซินแส (ครู) มาสอน จอหงวนของจีน เขาจะแยกเป็นฝ่ายบู๊ (เป็นแม่ทัพ) และฝ่ายบุ๋น (เป็นอัครมหาเสนาบดี) แต่ที่เราอ่านส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเป็น "ฝ่ายบุ๋น" เท่านั้น
เวลาที่ฮูหยิน (ภรรยาแต่ง เป็นภรรยาหลวง และอาจจะแต่งตั้งให้มีฐานะแบบ "คุณหญิง" ของเราโดยฮ่องเต้) ป่วย เขาก็จะไปหาซินแส (หมอ) มารักษา
ครั้งหนึ่ง (เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว) คณะสังคมศาสตร์ มน. เชิญพลอากาศตรีบุญเลิศ จุลเกียรติ มาบรรยาย ตอนหนึ่งท่านเล่าว่า คำว่า "ซินแส" นี้ ท่านไปเรียนแบบครูพักลักจำมาจาก ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี มาซึ่งมีความหมาย ๒ ความหมาย อย่างที่ผมเขียนเอาไว้ข้างต้น ซึ่งคำนี้บีแมนก็รับรู้ ขยายเป็นเรียนรู้ และกลายเป็น "รับเรียนรู้ "(คำนิยามของคุณบุญเกียรติ โชควัฒนา) ไปในที่สุด
เวลาที่ผม (บีแมน) เขียนบันทึกอันหนึ่ง มันมีโครงเรื่องมาก่อนแล้ว แต่อาจจะต้องต่อยอดความคิดโดยไปค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต (ซึ่งเป็น Big DATA) และเลือกที่จะนำมาเชื่อมโยงกับบันทึกของเรา ในที่นี้ค้นพบข้อความที่อาจารย์หมอประเวศเขียนไว้เกี่ยวกับการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์เอาไว้ดังนี้
"ศักดิ์ศรีความเป็นคนอยู่ที่คุณค่า ไม่ใช่เงินทองหรือความงามของรูปกายหรือยศ ความเป็นมนุษย์อยู่ที่คุณค่า ซึ่งอยู่เหนือกว่าเรื่องของกามหรือวัตถุ มนุษย์ทุกคนควรสร้างจิตสำนึกของความเป็นคน โดยเคารพความเป็นคนของตนเองและผู้อื่น"
ในกระบวนการเรียนรู้ แบบ Active learning การไปฟังบรรยาย เกิดการเรียนรู้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซนต์, การได้นำเสนอความรู้อันนั้น ทำให้เกิดการเรียนรู้ประมาณ ๗๐ เปอร์เซนต์ และเมื่อได้ปฏบัติความรู้อันนั้นด้วย การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นประมาณ ๘๐-๙๐ เปอร์เซนต์เลยทีเดียว
ตอนนี้ผมประเมินว่า ผมมีการเรียนรู้คำว่า "ซินแส" ผ่านหลัก ๘๐ เปอร์เซนต์ไปแล้ว
ในอดีต ผมเคยคิดจะเรียนหมอ แต่พระดูดวงให้บอกว่าจะเป็นครู และต่อมาผมได้เป็น "ครู" แต่ไม่ได้เป็น "หมอ" แต่หลายครั้ง เมื่อผมไปเดินอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยฐานะอะไรก็ตาม จะมีคนมาทักทายผมว่า "คุณหมอ" ซึ่งทำให้ผมแอบดีใจเล็กๆ
พล.อ.ต.นายแพทย์บุญเลิศ จุลเกียรติ เล่าไว้ว่า หมอ คือ ผู้รักษาโรคทางกาย และ ครู คือ ผู้รักษาโรคทางจิต (อวิชชา) ถ้าเราทำได้ทั้ง ๒ ทาง หรือทางใดทางหนึ่่ง เราก็เป็น "ซินแส" แล้ว
เคยมีลูกศิษย์ของครูนเรศ เหมนาไลย พูดว่า "ครูขา หนูจะ entrance พยาบาล ให้ได้แพทย์ค่ะ" ครูก็งงๆ ว่าทำได้อย่างไรแบบนี้...วันหนึ่งลูกศิษย์คนนั้นก็นำการ์ดแต่งงานมาเชิญให้ครูนเรศไปเป็นพิธีกรในงานแต่ง และพูดว่า "ครูขาหนูทำได้แล้วค่ะ หนูเป็นพยาบาลที่ได้แต่งงานกับหมอ"
ผมบอกกับลูกและศิษย์ที่ใกล้ชิดทุกคนเสมอว่า "เธอจะเรียนไปทำอาชีพอะไรก็ได้ไม่ว่า แต่ขอว่าเมื่อได้ประสบความก้าวหน้าสำเร็จระดับหนึ่งในอาชีพนั้นๆ แล้ว ขอให้ถ่ายทอดความรู้หรือศาสตร์นั้นๆ ให้รุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าเรา โดยไม่ปิดบัง" (เป็นอิทธิพลความคิดส่วนหนึ่งของท่านดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา)
ตอนนี้ ผมทราบแล้วว่าผมเกิดมาเพื่อเป็นครู (รักษาโรคทางใจ) และ เป็นหมอ (รักษาโรคทางกาย) โดยทางอ้อม เพราะผมจะรักษาคนไข้ (ทางกาย) ผ่านมือว่าที่คุณหมอ ๑๑๗ คน ในรายวิชา "การจัดการดำเนินชีวิต" ซึ่งเป็นหนึ่งใน "รายวิชาศึกษาทั่วไป"
แม้ว่าผมไม่เคยพูดว่า "จะ Entrance คณะวิทยาศาสตร์ ให้ได้หมอ" แต่ต่อไปนี้ ผมรู้แล้วว่า ผมทำได้แล้วครับ และผมก็เป็น "ซินแสบีแมน"นั่นเอง
หมายเหตุท้ายบันทึก
- ครั้งแรกจะเปิดบล็อกใหม่ แต่คิดว่าคงเขียนไม่หลายตอนเลยใช้ keyword ใหม่ว่า "ซินแสบีแมน" คำนี้ใช้ครั้งแรกจากบันทึกนี้
- ซินแส มีอีกความหมายหนึ่งคือซินแสที่เป็นหมอดูทำนายโชคชะตา หรือดูทำเลการสร้างฮวงจุ้ย
- keyword ใหม่ที่ใช้ครั้งแรก "คิดแบบเชื่อมโยง", "จอหงวน", "รายวิชาศึกษาทั่วไป", "การจัดการดำเนินชีวิต", "การพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์"
- ข้อนี้ถ้ามีผู้นำไปแก้ tag ที่เป็นบันทึกก่อน 544649 บันทึกนั้นก็จะขึ้น keyword นั้นๆ ก่อนบันทึกนี้
รู้หน้า...ก็รู้ใจ...รู้คน...รู้งานนะคะอาจารย์
วัยวานของผมที่บ้าคลั่งนวนิยายกำลังภายใน เวลาผ่านป่าเขาแห่งใดมักจะวาดฝันว่า
น่าจะมีบุคคลพิเศษพักพิงในป่าเขา เฉกเช่นนวนิยายกำลังภายใน
แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ไม่เจอ แต่ที่พบมาแต่เด็กคือครู
ครูหลายหลายรูปแบบ.... ไม่น่าเชื่อที่หลายคนยังคงจำได้ถึงครูบางท่าน
ที่สอนเราครั้งเป็นเด็ก แต่ครูที่สอนเราในชั้นที่สูงขึ้น เรากลับไม่เคยจำ
... ยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับนิสิต มน.ในความรับผิดชอบของท่านซินแซบีแมน ครับ
เรียน ท่านคณิน