หากเราหลับตาลงแล้วนึกถึงสิ่งที่ต้องการ หรือเงินที่ต้องการก็ได้ จะพบว่าตัวเลขที่เรากำหนดหรือที่เราพอใจนั้น เช่น อาจจะ 1,000,000 บาท พอจะเพิ่มขึ้นไปเป็น สองล้าน สามล้าน เราชักจะกลัว ไม่กล้าคิดต่อ ...คำถามคือ ทำไมนะ เราถึงได้มักน้อยจัง
ยิ่งพอคิดว่าเงินหนึ่งแสนบาทมีแบ็งค์พันหนึ่งร้อยใบ หนึ่งล้านบาทมีแบ็งค์พันหนึ่งพันใบ
เงินห้าล้านบาทมีแบ็งค์พัน ห้าพันใบ
แบบนี้เมื่อเห็นจำนวนแล้วยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า ห่างไกลจากการเป็นเจ้าของมากมายทีเดียวนะ ยิ่งเมื่อนึกถึงหัวหน้าที่เรารู้จักท่านมีเงินห้าสิบล้านบาทซึ่งก็ไม่ได้มากมายกว่าเศรษฐีในจังหวัดกันสักเท่าไหร่หรอก เมื่อคิดเป็นจำนวนแบ็งค์พันก็พบว่ามีถึง ห้าหมื่นใบเลยทีเดียว แบบนี้ทำให้เรานึกภาพไปถึงคนจน คนรวยได้ชัดเจนมากๆ นะครับ
คำถามต่อไปก็คือถ้าทำเงินแบบเขาไม่ได้ แล้วสิ่งที่ทำได้ล่ะ มันเพียงพอต่อความภาคภูมิใจมั๊ย
จริงๆ เมื่อคำนวณเป็นตัวเลขแล้วก็พบว่าเราสามารถมีเงินได้เพียง สองล้านเศษๆในวัยหกสิบปีนะ
แบบนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรภูมิใจเลย
แล้วเราลองตอบคำถามต่อไปดูว่า ถ้าเรามีเงินพอสำหรับส่งลูกเรียนจนจบในสิ่งที่เขาอยากได้ และเราก็มีเงินเก็บไว้จำนวนหนึ่งอาจจะ หกเจ็ดแสนบาทนะครับ และยังคงมีเงินสำหรับยังชีพได้ตลอดไปจนแก่เฒ่า แบบนี้แนวนี้แหละที่เราทำได้
แล้วมันน่าภูมิใจมั๊ย คำตอบก็คือ ภูมิใจและก็ไม่มีอะไรกังวล รู้สึกเบาสบายขึ้น หมดทุกข์ไปเยอะ และนี่ก็คือความรวยที่เหมาะสมของคนแต่ละคนนะ
ขอบคุณนะครับอาจารย์จันทวรรณ และอาจารย์ขจิต
พี่สมภพบอกว่า : อยู่ที่ว่า คุณจะหาเงินมาให้พอกับความอยาก หรือว่าจะลดความอยากให้พอดีกับที่หาได้ แบบหลังเราเรียกว่าสันโดษ หรือว่า พอเพียงครับ
..คิดว่า..ตลอดชีพ..นั้น..ไม่ได้..ขึ้นกับ..จำนวนตัวเลข..ที่อยู่ในความครอบ..ครองที่ไม่ว่าจะได้มาในลักษณะใดๆ...หากแต่ว่า..ค่าครองชีพ..คือการแลกเปลี่ยน..ของค่าสมดุล..ระหว่าง.คำว่า "กำไร" และ.."ทุน".."ขาดทุน"...หรือ.."เงินเฟ้อ"..อาการ..ท้องอืด..ของBADBANK และ คอรัปชั่น...มั้งอ้ะ...
...หลายคนตอนที่ไม่มีเงินจะคิดอยากได้นั่นอยากได้นี่ตลอดเวลา...แต่ถ้ามีเงินกลับไม่อยากได้อะไรเลยก็มีนะคะ?...
ขอบคุณยายธีนะครับ
สวัสดีครับ ดร.พจนา ...หลายคนตอนที่ไม่มีเงินจะคิดอยากได้นั่นอยากได้นี่ตลอดเวลา...แต่ถ้ามีเงินกลับไม่อยากได้อะไรเลยก็มีนะคะ?... น่าสนใจมากๆ ครับ