ตอนกลับจากเชียงใหม่ (๒๒ ก.ค.๕๖) ขึ้นรถนครชัยทัวร์ที่อาเขต ๓ เชียงใหม่ (ติดกับอาเขต ๒) เส้นทางเชียงใหม่-นครราชสีมา แต่ลงกลางทางที่พิษณุโลก ค่ารถ ๒๙๙ บาท รถออก ๑๗.๓๐ น. จะมาถึงพิษณุโลกที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดพิษณุโลกแห่งที่สองก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย
ตอนขึ้นรถ พนักงานสาวที่ค่อนข้างจ้ำม่ำ นำขนมฟาร์มเฮ้าท์แบบมีไส้มาแจก ๒ อันๆ ละ ๕ บาท และน้ำ ๑ ถ้วย ฝนตกตั้งแต่ยังไม่ขึ้นรถ พอออกรถมาได้หน่อยฝนก็หยุดตก พนักงานสาวแนะนำพนักงานขับรถ ๒ คน คนแรกขับจากเชียงใหม่ ถึงเขาทราย (พิจิตร) และคนที่สองขับจากเขาทรายถึงโคราช ใช้เวลาเดินทางรวม ๑๒ ชั่วโมงครึ่ง และได้บอกว่าถ้าหากผู้โดยสารมีความประสงค์ลงนอกจุดจอด กรุณาแจ้งพนักงานล่วงหน้าด้วย
รถมาถึงพิษณุโลกตอน ๒๓.๑๕ น. แวะจุดพักทานข้าว ๒๐ นาที บีแมนก็ไปทานข้าวต้มรอบดึก (มีกับข้าว ๓ อย่าง) พอได้เวลารถก็ออกมาส่งที่ท่ารถพิษณุโลกแห่งที่สอง พนักงานขอเก็บตั๋วโดยสารไปและแจกผ้าเย็นมาให้ ๑ ผืน..
ตอนอยู่ที่พิษณุโลก ได้ข่าวจากนิสิต (ธรณินทร์) ว่าจะไปขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งพิษณุโลกแห่งที่ ๒ ตอนดึกๆ ต้องเรียกแท็กซี่ตรงจุดจอดมน.ไป เสียค่ารถแท็กซี่มิเตอร์แบบเหมาจ่าย ๒๐๐ บาท ซึ่งตอนเดินทางไปเชียงใหม่ขาขึ้น ผมใช้บริการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รถเร็วขบวน ๑๐๙ ค่าธรรมเนียมและค่าโดยสาร ๒๖๐ บาท รถช้ากว่ากำหนดไป ๑ ชั่วโมง ๕๐ นาที) และใช้บริการรถเมล์บ้านเรา (ค่ารถ ๒๑ บาท)
ตอนขึ้นรถทัวร์ที่เชียงใหม่ บีแมนลองคิดเล่นๆ ว่ามีวิธีการอย่างไรที่จะไม่เสียค่าแท็กซี่ถึง ๒๐๐ บาท
- ขึ้นรถทัวร์เชียงใหม่-กรุงเทพฯ ที่ผ่านหน้ามน. (โชครุ่งทวีทัวร์) ซึ่งข้อนี้ไม่ได้ปฏิบัติตั้งแต่แรก (อยู่อาเขต ๒)
- มองหาคนรู้จักซึ่งอยู่มน.หนองอ้อ ที่อาจมีคนมารับแล้วก็ขอไปกับเขา
- ไปขออาศัยรถทัวร์พิษณุโลก-กรุงเทพฯ ที่ผ่านหน้ามน. แล้วขอลง (ซึ่งปัจจุบันหลายบริษัท ไม่อนุญาต ให้ผู้ไม่มีตั๋ว ขึ้นรถไปด้วย)
- ใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างซึ่งน่าจะถูกกว่า
- อื่นๆ ที่ยังคิดไม่ออก เพราะท่ารถใหม่ยังไม่มีบริการรถเมล์ มีแต่รถรับจ้าง
-
ระยะทางระหว่างท่าใหม่กับมน. ซึ่งดูน่าจะใกล้กว่าท่าเก่า แต่ความจริงมีระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร (เพราะสร้างเลี่ยงเมือง) กำหนดราคาค่าโดยสารไว้ที่ไม่เกิน ๒๐๐ บาท
- ระยะทางระหว่างท่าเก่ากับมน. ประมาณ ๑๙ กิโลเมตร กำหนดราคาเหมาไว้ที่ ๑๕๐ บาท
-
เป็นรถตัวเองหรือรถเช่า-รถเช่า
- ค่าเช่าเท่าไร-วันละ ๑,๐๐๐ บาท
- แพงจัง-แต่รถอยู่กับเรา ๒๔ ชั่วโมง
- จ่ายค่าเช่าตอนไหน-ก่อน ๔ โมงเย็น
- ต้องหาเงินวันละเท่าไร จึงจะคุ้ม-วันละ ๒,๐๐๐ บาท
- ถ้าได้ ๒,๐๐๐ บาท จะเหลือเป็นของเราเท่าไร-จ่ายค่าเช่า ๑,๐๐๐ บาท, ค่าแก๊ส ๔๐๐ บาท เหลือ ๖๐๐ บาท
- วันละ ๖๐๐ บาท พอไหม- พอ ตกเดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท
- ที่พิษณุโลกมีแท็กซี่อยู่ ๒ บริษัท คือ แท็กซี่พิษณุโลก และ แท็กซี่สองแคว
- ทั้ง ๒ บริษัท เจ้าของเดียวกัน
- บริษัทแรกคือ แท็กซี่พิษณุโลก เปิดดำเนินการปี ๒๕๕๓ มีรถบริการครั้งแรก ๒๖ คัน และขยายจนถึง ๕๐ คัน
- พอครบ ๕๐ คัน คันที่ ๕๑ เปิดบริษัทใหม่คือ แท็กซี่สองแคว
- ปัจจุบัน (๒๕๕๖) พิษณุโลก มีแท็กซี่รวม ๑๐๐ คัน
- ถ้าเรียกแท็กซี่ผ่าน call center จะเป็น call center เดียวกันทั้ง ๒ บริษัท
- คนขับรถทุกคัน จะเสียค่าบริการ call center เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท (รวมอยู่กับค่าเช่าวันละ ๑,๐๐๐ บาท) แล้ว
- ถ้าลูกค้าโทรเข้า call center แล้ว call center จะหาแท็กซี่คันที่อยู่ใกล้ที่สุด (แท็กซี่จะไม่โกหกกัน-จะรู้ว่าใครอยู่ใกล้) แล้วให้เบอร์โทรลูกค้า จากนั้นแท็กซี่จะโทรหาลูกค้า นัดจุดที่ไปรับ
- ซึ่งถ้าไปรับและกดมิเตอร์จะเสียค่าบริการเพิ่ม ๒๐ บาท แต่ถ้าเป็นกรณีเหมาอย่างเช่นมารับที่มน. ๑๕๐ บาท จะไม่คิดค่าบริการเพิ่ม คิดแค่ ๑๕๐ บาท เท่านั้น
สุดสุดแล้วท่าน BeeMan
หมายความว่า....อิอิ