
เมื่อถึงวันเข้าพรรษาแต่ก่อนผมสังเกตว่าจะมีผู้คนไปที่วัดเพื่อถวายต้นเทียน หลอดไฟฟ้า และสังฆทานต่างๆ อย่างมากมาย แต่ในปัจจุบันตอนผมไปวัดในวันเข้าพรรษานั้น จะมีผู้คนบางตามากและส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะมีแต่คนที่ค่อนข้างมีอายุแล้วจะแทบไม่พบเห็นวัยรุ่นในวัดเลย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นตัวผมเองก็ไม่ทราบ ตัวของผมเองที่ได้ไปวัดบ่อยก็อาจจะเกิดจากที่พ่อ แม่ พาไปวัดบ่อยๆ จนหลังๆมาเมื่อมีวันสำคัญๆก็จะนัดเพื่อนไปที่วัดกัน
ถ้าพูดถึงจังหวัดของผมจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อถึงประเพณีแห่เทียน ทุกคนก็น่าจะนึกถึงต้นเทียนต้นใหญ่ๆที่สวยงามแห่ไปตามถนนในเมืองแต่กว่าจะเป็นแบบนั้นได้ในคุ้มวัดต่างๆจะเห็นมีช่างจำนวนมากนั้นแกะสลักต้นเทียนหรือลายต่างๆในบางครั้งก็จะเห็นพระสงฆ์มาช่วยทำบ้าง แต่แปลกที่ในบรรดาคนที่มาช่วยทั้งหมดจะเห็นเด็กวัยรุ่นน้อยมาก จะเห็นมีบางไม่มากในแต่ล่ะคุ้มวัด แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นที่แต่ล่ะโรงเรียนก็ช่วยกันสนับสนุนในเด็กวัยรุ่นไปช่วยแกะสลักเทียนในวัดต่างๆ
สิ่งที่ได้เรียนรู้ : การแกะสลักเทียนที่จะใช้ในการทำต้นเทียนพรรษา
วิธีการเรียน : หลังจากที่เห็นว่าไม่ค่อยมีเด็กที่เข้าไปฝึกในเรื่อแบบนี้ ตัวของผมเองเลยได้เข้าไปเพื่อหาความรู้ ฝึกฝนเพื่อเป็นประสบการณ์ดู โดยเข้าไปในคุ้มเทียนของวัดต่างๆ เพื่อไปช่วยแกะสลักเทียนเป็นการหาประสบการณ์
ผลการเรียนรู้ : เทียนแผ่นต่างๆที่ได้แกะสลักไปได้นำไปติดบนต้นเทียนจริงๆ
ข้อคิด : ได้สืบสานประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม ได้ฝึกสมาธิเพราะในการจะแกะเทียนได้ในแต่ล่ะแผ่นนั้นต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูงมาเลยทีเดียวแล้วกว่าจะเป็นต้นเทียนสักต้นให้เราได้เห็นกันต้องใช้เวลา ใช้ความสามารถ ช่างทุกคนต้องช่วยกันถ้าเช่นนั้นต้นเทียนก็จะไม่มีทางเสร็จสมบูรณ์ได้เลย
- การเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมทางสังคม เป็นไปตามกระแส ปัจจัย ที่ควบคุมไม่ได้
- สิ่งดีงาม ยังคงมีให้เห็น และ ยึดถือปฏิบัติ ดังเช่น "แสงเทียน" แม้ เล่มเดียว ก็สามารถ ให้ความสว่าง และ สร้างอบอุ่นได้เช่นกัน.....
งั้นปีนี้ก็มาเริ่มที่ตัวเราเองทุกคน ชวนเพื่อนอีกคน ชวนน้องอีกคน ไปวันทำบุญวันเข้าพรรษากัน ก็จะได้มีคนเริ่มไปวัดเพิ่มขึ้นนะครับ
....ประเพณี ..... เข้าพรรษา.... ศิลปะ.... ที่ไม่ น่าหลงลืม นะคะ
ดิฉันมีประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนค่ะ
ในงานวิจัยปี 54 ในขั้นตอนการส่งคืนข้อมูลกลับสู่ชุมชน ดิฉันให้ข้อสังเกตในที่ประชุมผู้นำชุมชนว่า ดิฉันเข้ามาฝังตัวอยู่ในชุมชน 2 ปีแล้ว สังเกตว่าชาวบ้านเข้าวัดน้อยลงมาก ผู้นำชุมชนไม่ยอมรับ ว่าดิฉันอคติ เมื่อบอกว่ามีวีดีโอเปรียบเทียบจึงยอมรับ แต่ให้เหตุผลเข้าข้างตัวเองว่าในเทศกาลวันเข้าพรรษาชาวบ้านที่ไปทำงานต่างถิ่นจะกลับมาบ้านเกิด คนที่บ้านต้องต้อนรับขับสู้ ... เมื่อถามว่า เรามีกิจกรรมต้อนรับอะไรตอน 6.00-7.30 น. นอกจากเมาหลับไม่ตื่น และคนกลุ่มนี้เพิ่งกลับถิ่นเดิมปีนี้ ปีที่แล้วไม่กลับ เช่นนั้นหรือ? ที่ประชุมก็เงียบไป
ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่วิธีคิด วิธีมองปัญหาของผู้นำชุมชน ถ้ายอมรับแล้ววิเคราะห์เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขร่วมกัน ก็เป็นโอกาสพัฒนา ในที่สุด ชุมชนก็มีแผนพัฒนาในเรื่องนี้ ปีนี้จะกลับไปสังเกตการณ์ว่าชาวบ้านชุมชนนี้ จะ 'หลงลืม' ประเพณีเข้าพรรษาหรือไม่
...เป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยลืมการทำบุญในวันเข้าพรรษา...แต่องค์ประกอบอื่นๆก็แล้วแต่สถานการณ์นะคะ...ส่วนตัวเคยเดินทางไปร่วมงานแห่เทียนเข้าพรรษาที่จังหวัดอุบลราชธานีถึง 2 ครั้ง
ผมก็เป็นวัยรุ่นอีกคนหนึ่งนะครับที่เข้าวัดค่อนข้างบ่อย เพราะตอนเด็กๆคุณยายพาเข้าไปทำบุญ
แต่อีกสาเหตุที่ผมคิดว่าวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยเข้าวัด เนื่องจากการที่ไม่มีคนพาทำ หรือไม่มีแบบอย่างในการทำ
เพราะพ่อแม่ทำงานกันเยอะ พอวันหยุดก็เลยพักผ่อน ไม่ออกไปไหน ส่งผลให้ไม่เข้าวัดจนเป็นนิสัยเเละติดๆมาจนถึงปัจจุบัน
และอีกสาเหตุหนึ่งคือไม่มีโอกาสที่จะมาเข้าวัด เพราะเรียนอยู่ต่างจังหวัด
เมื่อถึงวันหยุดต่างๆก็ไม่ได้กลับบ้าน อาจจะเพราะติดเรียนพิเศษ หรือขี้เกียจนั่งรถกลับ มันก็ส่งผลให้วัยรุ่นไม่ค่อยเข้าวัดได้เหมือนกัน
ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของผมนะครับ อาจผิดบ้าง ถูกบ้าง ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ
ประเพณีเข้าพรรษาถือว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของศาสนาเรา พวกเราทุกคนต้องช่วยกันรักาษาให้คงอยู่กับสังคมไว้ ^^
เป็นประเพณีที่สำคัญควรช่วยกันร่วมสานต่อครับ ^^
เป็นแนวคิดที่ดีครับ
ไม่ใช่แค่วัยรุ่นที่ควรมาช่วย แต่ทุกคนควรที่จะมีส่วนรวมช่วยกันในงานแบบนี้ เป็นเรื่องที่น่าคิดจริงๆครับ
เป็นเรื่องจริงที่ผมก็สังเกตเห็นเช่นกันครับ :)
อนุรักษ์ ความเป็นไทยมาก ๆ ครับ ดีสุด ๆ เลย
เป็นเยาวชนที่เลิศมากครับ
น่าสนใจมากครับ เราควรไปช่วยกัน