ผมย้อนกลับไปในพื้นที่ที่ทำงานเก่าอีกครั้งเพราะต้องทำการสรุปงาน 12 ปี ในช่วงทำงานรับผิดชอบเป็นผู้จัดการสนามนั้นส่วนใหญ่ผมจมอยู่ที่มุกดาหาร อีกสามจังหวัดของโครงการไม่ค่อยได้ไป คือที่ มหาสารคาม ขอนแก่น สกลนคร
ที่ขอนแก่นมีกิจกรรมหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมาก คือ กลุ่มปลูกผักอินทรีย์ ที่ได้มาตรฐาน GAP แล้ว และที่เคยรายงานว่าตลาดผักอินทรีย์ คือ โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น และ ตลาดชุมชนในท้องถิ่น วันไหนเอาผักไปส่งโรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ก็เลยไปตั้งตลาดผักง่ายๆที่สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ อาจารย์สินี ผู้มีส่วนร่วมในโครงการ คฟป. อยู่ที่นั่น และเป็นผู้แนะนำให้ไปขายผักปลอดสารพิษที่นั่น ซึ่งได้รับการตอบสนองที่ดี ก็เพื่อนร่วมงานที่เป็นแม่บ้าน พ่อบ้านทั้งหลาย ก็จะมาซื้อผักตุนเอาไว้ตลอดสัปดาห์ จะได้ ไม่ต้องออกไปซื้อผักที่ตลาดโดยเชื่อใจความปลอดภัยของผักจากชาวบ้านนี้

อาจารย์สินีทำงานต่อเนื่องไปอีก คือ เห็นลูกกค้าติด ก็ถือโอกาสเชิญกลุ่มแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่รู้จักคุ้นเคยกันมาทำการตรวจการปนเปื้อนสารพิษในเลือด ของบุคลากรสำนักงาน และลูกค้าผักทั้งหลายฟรี พร้อมทั้งจัดการเวทีให้ความรู้ไปด้วย โดยคณะแพทย์ที่ชำนาญการทางด้านนี้โดยตรง
การตรวจภาวะการปนเปื้อนสารพิษในเลือดของทุกคนนั้นพบว่า กลุ่มลูกค้าซื้อผักกินทั้งหลายนั้นเป็นกลุ่มเสี่ยงมาก ตรงข้าม ชาวบ้านที่มาขายผักนั้น ปลอดภัยไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเลย..???
หลังจากนั้นแล้วก็เชิญกลุ่มเสี่ยงทั้งหลายเข้าห้อง ให้ความรู้ ให้คำแนะนำและพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน มีทีมงานอาจารย์สินีคนหนึ่งถามแพทย์ว่า ที่เขาเป็นกลุ่มเสี่ยงนั้น คุณหมอกรุณาบอกสาเหตุและทางป้องกันแก้ไขได้ไหม


คุณหมอเล่าว่า จากการศึกษากลุ่มเสี่ยงของคนในอีสานพบว่า เพราะคนอีสานกินเผ็ดมาก โดยเฉพาะส้มตำและพริกป่นที่ใส่ก๊วยเตี๋ยว และอาหารอื่นๆ ไม่ใช่ความเผ็ดเป็นเหตุผลของการเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่เพราะความเผ็ดนั้นมาจาก "พริก" จากการศึกษาของคณะแพทย์พบว่า พริก ที่ชาวบ้านปลูกนั้นต้องใช้สารเคมีมากที่สุดเพราะพริกเป็นพืชที่มีโอกาสเป็นโรคมาก เช่น โรคใบหงิก เชื้อรา หนอน... แล้วเกษตรกรที่ทำการผลิตพริกเพื่อขายก็นิยมใช้สารเคมีกำจัด และมักใช้เกินอัตราที่แนะนำ....
ที่ร้ายที่สุดๆ และเป็นเหตุสำคัญของการเป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดเลือดมีการปนเปื้อนสารพิษคือ เอาพริกมาประกอบอาหารแล้ว “ไม่ได้ล้างทำความสะอาดก่อน” ....???? พริกป่นตัวดี ยังมีโอกาสเสี่ยงที่มีเชื้อราปนเปื้อนอีก เพราะกระบวนการผลิตไม่สอาดและไม่ปลอดภัย

งานนี้มีคนประกาศเลิกกินพริกไปด้วยเลย

นี่เป็นกิจกรรมต่อเนื่องสิ่งหนึ่งจากการเข้าไปส่งเสริมการปลูกพืชผักอินทรีย์ หาตลาดให้ และสำหรับผู้บริโภคยังมีบริการตรวจสารปนเปื้อนในกระแสเลือดอีก นี่คือกิจกรรมต่อเนื่องที่สร้างประโยชน์แก่สังคม
อาจารย์สินีที่สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังคุยกันต่อว่า จะทำอาหารขายกันเองโดยใช้ผักจากกลุ่มนี้มาประกอบอาหาร (Social enterprise) เช่น สลัดผัก เป็นต้น ตอนนี้ก็เริ่มทดสอบน้ำสลัดสูตรต่างๆกันแล้ว....


เป็นความต่อเนื่องของโครงการ คฟป. ที่บ่งถึงปัจจัยของความยั่งยืน

เป็นการสะท้อนถึงแนวคิดที่เป็นจริงขึ้นแล้วของท่าน ลธก.ที่อยากเห็นความร่วมมือระหว่าง ส.ป.ก. ชาวบ้าน และสถาบันต่างๆในท้องถิ่น..ที่จะหนุนเนื่องความยั่งยืนของกิจกรรมชุมชน