วันนี้ที่บ้านผมเขานิมนต์พระมาเทศน์
ที่แรกว่าจะให้เทศน์ที่นอกชานบ้านที่เปิดออกสู่บรรยากาศ แต่ผมดูแล้วมันอับลม
ประกอบกับแดดยามสายเริ่มส่องลอดร่มไม้เข้ามาแล้ว
ผมไปมองเมียงแล้วตัดสินใจขออนุญาตทางบ้านย้ายไปที่สวนหลังบ้าน ซึ่งเป็นลานดินร่มรื่น มีแมกไม้ล้อมลานดินตรงกลาง เลยปูเสื่อให้พระนั่งริมแนวไผ่ที่ร่มรื่น
พระมาถึงท่านชมเปราะไม่หยุดปาก แถมแซวว่านี่คือป่าเวฟุวัน (แปลว่าป่าไผ่) แถมนกป่าร้องเพลงขับกล่อมเจื้อยแจ้ว จักจั่นก็ขานรับ ลมพัดแผ่วพอไม่ร้อน (เผอิญเป็นพระวัดป่าสายหนองป่าพงเลยคงอินกับป่าเป็นพิเศษ)
สังเกตว่าท่านสวดพระปริตรยาวมาก ยอดกัณฑ์ทั้งนั้น หลายสูตรก็ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
เลยอยากฝากแนวคิดไว้ว่า ถ้าบ้านท่านมีสวนหน้าบ้านหรือหลังบ้านอันร่มรื่น ลองย้ายที่สวดจากในบ้านออกไปในสวนบ้าง พระท่านอาจชอบนะ
...คนถางทาง (๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖)
สาธุๆๆ ค่ะ
ท่านอาจารย์คะ เห็นข่าวนี้ไหม ?
อิจฉาหมี เค้าจ้างมากินไผ่ ปีหนึ่งตั้ง 44 ล้านบาท
(ถ้าคิดต่อหมี 1 ตัว 120,548 / 3 = 40,182 บาท/วัน คนได้ค่าแรงขั้นต่ำ 300บาท/คน/วัน ฮิ ฮิ)
หลังสวด ท่านยังถามผมว่า ขาโยมเป็นไงมั่ง ผมบอกว่า ก็ดีอยู่ขอรับ ท่านชมว่านั่งพับเพียบฟังเทศน์นานๆ แต่ไม่พลิกขาเลยนะ (แน่ะ พระท่านช่างสังเกต) ...ผมนั่งฟังเทศน์ไม่เคยพลิกขามานานแล้ว ตั้งแต่หลังสึกจากบวชเมื่อปี ๔๒ มันทนได้สบายๆ
เรื่องหมี ..มันบ้าๆไปแล้ว สองปีก่อน พาย่าของลูก แม่ ลูก ไปเที่ยวชม ผมปล่อยให้สามคนไปชม แต่ผมไม่เข้าไปหรอก เสียดายเงินค่าเข้าชมเพิ่ม อีก ๒๐ บาทหรือไงเนี่ย ...คนไทยเ่ห่อของนอก ของไทยเองแท้ๆ ไม่เคยเห็นเช่น เสือปลา (น่ารักมาก ตัวใหญ่กว่าแมวหน่อย) หมีขอ (ประหลาดมาก อยู่บนต้นไม้) เลียงผา (แพะภูเขา) หรือแม้แต่ ควายเผือก