เมื่อประมาณ 30 ปี มาแล้ว ดิฉันสอนอยู่โรงเรียนวัดคลองมะแพลบ อำเภอพรหมพิราม มีนักเรียน 30 คน อยู่ในหมู่บ้านที่ยากจน อาคารเรียนมีเพียงกระดานดำกั้นเป็นห้องๆ ห้องน้ำห้องส้วมเป็นส้วมหลุม ตามบ้านนักเรียนก็ใช้ส้วมหลุม มาระยะหนึ่งทางโรงเรียนได้งบประมาณก่อสร้างส้วม จำนวน 4 ห้อง ทั้งนักเรียนและครูดีใจกันมากนักเรียนตื่นเต้นที่ได้รู้จักกับส้วมซึม ทุกวันศุกร์จะเป็นวันที่นักเรียนทุกคนต้องพัฒนาโรงเรียน ดิฉันแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน ไปทำความสะอาดห้องส้วมทั้ง 4 ห้อง ให้นักเรียนทั้ง 10 คนหิ้วน้ำจากคลองข้างโรงเรียนใส่ถังให้เต็ม ครูอธิบายแล้วก็แจกอุปกรณ์การทำความสะอาด จนกระทั้งโรงเรียนใกล้จะเลิกให้เด็กกลุ่มอื่นไปถามกลุ่มที่ทำความสะอาดห้องส้วมปรากฎว่ายังไม่เสร็จ ดิฉันเิดินไปดู เด็กบอกว่า”ผมตักน้ำใส่ลงไปแล้วมันก็ยุบหายไป” ผลคือนักเรียนกลุ่มนี้ได้ตักน้ำใส่คอห่านไม่ได้ตักใส่ถัง อนิจจาครูคิดว่านักเรียนรู้จักส้วมก็ได้แต่อธิบายแต่ไม่ได้สาธิตให้ดู ดิฉันจึงสาธิตเดี๋ยวนั้นโดยวิธีนั่งส้วมให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง(เป็นตัวอย่างจริงๆนะไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น)
การใช้ประสบการณ์ตรงสอนเด็ก
การเรียนการสอนต้องหลากหลายและให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
~ ผู้หญิงคนหนึ่งกับตัวเลข AHS ~ · 4 ต.ค. 2549
dejavu monmon · 4 ต.ค. 2549
ธเนศ ขำเกิด · 4 ต.ค. 2549
prontipa · 4 ต.ค. 2549
เขียนสิ่งที่ดีๆมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกนะครับ
ดิฉันประทับใจเรื่องที่คุณครูเล่ามากนะคะ :)
คุณพ่อคุณแม่ดิฉัน เป็นครูโรงเรียนฝึกหัดครู (ม.ราชภัฏในปัจจุบัน) ก็ฝึกให้นักเรียน (สมัยนี้เรียกนักศึกษา) นั่งส้วมซึมเหมือนกัน เพราะที่บ้านพี่นักเรียน บางคนไม่เคยมี
ดิฉันเพิ่งเห็นจริงว่าเด็กจะจำที่ ครู "ฝึก" ให้เขารู้วิธีดำรงชีวิต มากกว่าจะจำที่ ครู สอนเนื้อหาวิชา ที่เขาอาจไม่ได้ใช้ในชีวิตจริง
เมื่อคุณครูฉวีมีโอกาสแวะมาอ่านบันทึกนี้อีกครั้ง ได้โปรดเขียนเล่าเพิ่มเติมอีกเถิดนะคะ เพื่อเป็นข้อคิดและกำลังใจแก่ครูทุกคน
ขอบพระคุณมากค่ะ
สอนแต่ลูกคนอื่น อย่าลืมสอนลูกตัวเองบ้างนะคะ