การโกงกินชาติไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป

การโกงกินชาติไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป

การกู้สองจุดสองล้านล้านกำลังเป็นการโจษจันแห่งเมือง (talk of the town) ทำนองว่ากู้มาโกง  ทำให้ผมนึกถึงมุกเก่าๆ ของผมได้ว่า การโกงนั้นอาจไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป 

เช่น การสร้างถนนแล้วโกง  ทำให้ได้ถนนคุณภาพไม่ดี  เป็นหลุมบ่อมาก ก็ยิ่งดีสิ ทำให้รถเสียมาก ต้องไปซ่อมมาก ทำให้อู่มีรายได้มากขึ้น ร้านขายอะไหล่ก็รวยขึ้น ซึ่งช่วยทำให้เศรษฐกิจสะพัด

พอเกิดอุบัติเหตุชนกันเพราะหลบหลุม ตำรวจไกล่เกลี่ยคดี ก็ได้เงินกันไป  พวกหมอ พยาบาล ก็ได้ค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น ก็มีรายได้เพิ่มกันไปหลายฝ่าย ทำให้เศรษฐกิจสะพัดอีกแล้ว 

จริงอยู่เงินพวกนี้ถ้าผู้เสียหายไม่ต้องเอาไปซ่อมรถ เย็บหน้า จ่ายตำรวจ เขาก็จะเอาไปใช้อย่างอื่น หรือไปออม แต่ว่ามันช้ากว่าจะได้ใช้ เศรษฐกิจก็เสียโอกาสไปในการหมุนเงินผ่านมือ

ส่วนบริษัทซ่อมถนนยิ่งรวยเข้าไปใหญ่  คนมีงานทำกันมาก ก็ยิ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการโกงยิ่งขึ้น

ส่วนเงินที่โกงไป ก็ไม่สูญหายไปไหน  ยังวนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะเงินพวกนี้เงินร้อน ไอ้ที่โกงไปก็จะเอาไปกินดื่มเที่ยวจับจ่ายใช้สอยกันอย่างรวดเร็ว เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมากและรวดเร็วกว่าปกติ

โอย...แบบนี้ต้องสนับสนุนการโกงให้มาก ชาติจะยิ่งเจริญ 

โดยหลักเศรษฐศาสตร์มันมีส่วนจริงมากเลยนะ  แต่การโกงนั้นมีผลเสียทางอ้อม (ที่น่าจะมากกว่าผลดีทางตรงแห่งเศรษฐศาสตร์เสียอีก) 

แรกทีเดียว นักการเมืองที่โกงนั้นมักจะเอาเวลาส่วนใหญ่ไปคิดหาทางโกง เลยไม่มีเวลาเหลือเอามาคิดหาทางพัฒนาบ้านเมือง

สอง คนโกง นั้น มักเป็นคนโง่ไปด้วยโดยปริยาย ...บางทีเราสรรเสริญบางคนว่าฉลาดแกมโกง  แต่สำหรับผมไม่มีหรอกคนแบบนี้ คนฉลาดที่แท้จริงนั้นต้องเป็นคนดีเสมอ ไม่มีทางโกงไปได้  (คนอย่างทักษิณผมไม่เคยคิดว่าเขาเป็นคนฉลาดเลยสักนิดเดียว ) 

...ดังนั้นถ้ามีการโกงก็หมายความว่าประเทศกำลังถูกบริหารด้วยคนโง่  แล้วมันจะพัฒนาได้อย่างไร

สมมติว่า มีงบบริหารประเทศสองล้านล้านบาท ถูกโกงหัวคิวไป ๓๐ ปซ. เหลือเพียง หนึ่งล้านสี่แสนล้านบาท  ก็บริหารกันไป  อีลุ่ยฉุยแฉก  แต่ถ้าเอาเงินหนึ่งล้านสี่นี้ไปให้คนฉลาดที่ไม่โกงบริหาร ผมเชื่อเหลือเกินว่า เม็ดงานที่ออกมาจะมากกว่าให้ไอ้พวกโกงบริหารหลายเท่า  มากกว่าให้ไอ้พวกโง่บริหารโดยเติมเงินหกแสนล้านที่กินไปคืนให้ด้วยอีกเอ้า

...คนถางทาง (๓๐ มีนาคม ๒๕๕๖)

ปล..  ที่ว่ากินหัวคิว ๓๐ ปซ. นั้น ท่านลืมหางคิว ไปนะครับ  อาจมากถึง ๒๐ ปซ.  เพราะพอถูกกินหัวคิว ๓๐ ปซ.  เหลือ ๗๐ ต้องทำกำไร ๒๐ ดังนั้นเงินก่อสร้างจริง แค่ ๕๐ แต่อ้าว ถ้าทำแบบนี้ก็คงไม่ผ่านการตรวจรับแหง ก็เลยต้องสร้างแค่ ๓๐  เพื่อกัน ๒๐ ไว้ให้กินหางคิวในคณะกรรมการตรวจรับ  ...ดังนั้นเงิน ๑๐๐ บาท ตกลงไปถึงการก่อสร้างจริงๆ แค่ ๓๐ เท่านั้น  จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเขาจึงต้องตั้งราคา “เผื่อ” ไว้มากสำหรับโครงการก่อสร้างต่างๆ 


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สะกิดกวน...ชวนแหกค่าย----->สู่แดนใหม่...ไตเสรี



ความเห็น (0)