แต่ในหลวงบอกว่าไม่ต้องเอากระสอบทรายมาอุดวังฉัน ถ้าน้ำจะท่วมปล่อยให้มันท่วมผ่านไปเลย มันจะได้ความทุกข์โศกมันจะได้หายเร็วๆ ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งในยุคนี้ท่านยังคิดถึงประชาชนมาก่อน ท่านไม่ได้ต้องการคะแนนเสียงทางด้านการเมือง เวลาเกิดอุทกภัยแบบนี้ ท่านก็พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเยียวยา ใช่ไหมครับ

คุณภุมรัตน์ให้ข้อมูลด้วยนะครับคุณจิตตนาถ ว่าในกลางปีนี้ ในกลางปี 2556 นักล็อบบี้พวกนี้วางแผนผลักดันให้มีการอภิปรายเชิงวิชาการในที่ประชุมประจำปีของสมาคมเอเชียศึกษา Association Of Asian Studies ซึ่งมีคนไทยที่ต่อต้านสถาบันกษัตริย์มีอิทธิพลอยู่ในสมาคมนี้ การอภิปรายนี้มีเป้าหมายมุ่งโจมตีสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมีแผนตีพิมพ์หนังสืออีกเล่มหนึ่ง โดยสถาบันมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ผู้เขียนอ้างหลักฐานจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยรัฐสภาของสหรัฐฯ ที่ดูเผินๆ แล้วน่าเชื่อถือ หรือเลือกเฉพาะส่วนที่สนับสนุนความคิดของตน เพื่อหาทางทำลายความเชื่อถือของพระมหากษัตริย์ไทยองค์ปัจจุบัน ไม่เพียงเท่านั้น สถาบันบางแห่งของสหรัฐฯ เช่น กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย National Endowment for Democracy ยังจัดสรรเงินงบประมาณของรัฐคิดเป็นเงินไทยกว่า 1,500 ล้านบาท และอีกโครงการเป็นเงิน 200-300 ล้านบาท ให้แก่กลุ่มต่อต้านสถาบันกษัตริย์ตามที่กลุ่มพวกนี้ร้องขอมา โดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้ในการให้ความรู้ประชาชน ในการพัฒนาประชาธิปไตย แต่จริงๆ กลับนำไปสร้างสื่อ และเว็บไซต์ปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อให้คนไทยบางกลุ่มต่อต้านสถาบันสูงสุด

 รายการตอบโจทย์พยายามบอกว่าประเทศไทยไม่มีพื้นที่สำหรับการวิจารณ์สถาบันฯ ถือเป็นการทำลายสถาบันฯ ในทางอ้อม ตนไม่เห็นด้วย ถึงขั้นรายการออกอากาศได้ถึง 5 เทปในฟรีทีวีที่คนดูได้ทั้งประะทศ แบบนี้เรียกว่าไม่มีพื้นที่ได้อย่างไร อีกทั้งการดีเบตแบบไม่เป็นทางการก็เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างในเฟซบุ๊กก็มีเต็มไปหมด ส่วนที่เป็นสาธารณะและอย่างเป็นทางการ ก็คือคำตัดสินของศาล

 ส่วนวาทกรรมที่ตนไม่เห็นด้วย คือ เขามองว่าถ้าจะปฏิรูปประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปสถาบันฯ ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ ประเทศไม่เคยมีปัญหาเพราะสถาบันฯ แล้วการที่บอกว่าควรโอนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้รัฐบาลดูแล ทำไมคุณไม่เอาทรัพย์สินของตัวเองไปให้คนอื่นดูแลบ้าง แบบนี้เวลาสถาบันฯ จะทำอะไรก็ต้องให้การเมืองอนุมัติหรือ แบบนี้มันไม่แฟร์ และที่น่ากลัวที่สุดเขามองว่าสถาบันฯ เป็นปัญหาของประชาธิปไตย ทั้งที่จริงๆ แล้วปัญหาคือคนไทยยังไม่พร้อมกับระบอบประชาธิปไตย และตัวนักการเมืองเอง ควรแก้ที่ตรงจุดนี้มากกว่า พระองค์ท่านไม่เคยไปยุ่มย่าม แต่เกิดการแปดเปื้อนก็เพราะโดนวังวนของการเมืองทำให้ท่านโดนเข้าใจแบบผิดๆ และการที่ไม่ต้องการให้มีพระราชดำรัสโดยตรงต่อประชาชน ตนขอถามว่าแบบนี้ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของสถาบันฯ หรือ

 แต่ตนเห็นด้วยกับที่ ส.ศิวลักษณ์ เคยพูดไว้ว่าพวกโหนเจ้าเป็นคนทำให้สถาบันฯ เสียหาย ซึ่งฝ่ายการเมืองทุกวันนี้มีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งต้องการล้มเจ้าชัดเจน อีกฝ่ายหนึ่งก็โหนเจ้า ชอบปล่อยข่าวลือต่างๆ นานาว่าเจ้าสนับสนุน แต่ไม่รู้หรอกว่ามันมีผลกระทบกลับมายังสถาบันฯ ถ้าพรรคการเมืองนั้นทำงานไม่ดี

 เมื่อถามถึงการข้อเขียนของนายภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ในหัวข้อ “จิตตนาถ ลิ้มทองกุล ที่ผมรู้จัก” นายจิตตนาถได้กล่าวว่า ตนนับถือนายภิญโญและขอบคุณที่มีจิตไมตรีให้ตน ที่บอกว่าหวังจะได้จิบชากัน ตนก็ไม่ได้ข้องใจ ขอยืนยันไม่ได้โกรธ ยินดีเจอ เพราะเราไม่ได้จะฆ่ากัน แต่เรื่องชาติบ้านเมืองมีความจำเป็นที่ตนต้องพูด ส่วนเจตนาของนายภิญโญก็ให้สังคมดูเอาเองจากข้อเขียนที่ผ่านมา หรือการที่รายการเชิญนายสมศักดิ์มาถึง 3 ครั้ง ทุกอย่างมีคำตอบในตัวของมันเองอยู่แล้ว แล้วที่บอกว่าไม่เคยพาดพิงผู้จัดการ นายภิญโญยังเคยเตือนสตินายสนธิเลย ตอนที่หนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะยังไม่เห็นธาตุแท้ แม้จะเป็นลูกน้องแต่นายภิญโญทำขึ้นปกหนังสือโอเพ่นเลยว่า “ผู้จัดการเปลี่ยนไป หรือสนธิเปลี่ยนไป” ซึ่งตนก็มองว่าเป็นสิทธิ์ที่สามารถเตือนกันได้ แต่วันนี้กลับกัน นายภิญโญถึงขั้นไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณถึงเมืองนอก มันสมควรหรือที่เอานักโทษหนีคดีมาออกทีวีสาธารณะ เท่ากับว่านายภิญโญไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง จะเขียนอะไรหวานๆ ก็เขียนได้ แต่อยากให้ดูที่พฤติกรรม ถ้านายภิญโญต้องการหาทางออกให้สังคมจริงอย่างที่ว่า ตนมองว่ามันไม่เหมาะสมด้วยกาลและเวลา

 ส่วนพวกที่เรียกตัวเองว่าหัวคิดก้าวหน้า คุณกำลังประเมินสถาบันฯ ต่ำไปหรือเปล่า สถาบันฯ ปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทยตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแต่คุณไม่ยอมรับความจริง วันหนึ่งเมื่อสังคมพร้อมมากขึ้น เมื่อไม่ได้มีสถานการณ์แบบทุกวันนี้ จะเห็นว่าสถาบันฯ ก็ปรับตัวให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

       สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยในทุกภาคส่วนมานาน คนไทยจะเห็นตลอดเลยครับว่า ทรงงานด้วยความยากลำบากใช่ไหมครับ ผมเขียน Article ไว้เลยบอกว่า คอมมิวนิสต์หรือประเทศจีนเองในรุ่นก่อนๆ เขายังบอกเลยว่า เหตุผลที่พรรคคอมมิวนิสต์ไม่สามารถชนะ ไม่สามารถครอบครองประเทศไทยได้เป็นเพราะว่า ในหลวง เหมา เจ๋อตง ไปที่ไหนเทียบกันนะครับ ในหลวงไปที่ที่กันดารกว่า และไปอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า แล้วไปสร้างงานไปพัฒนาอาชีพให้ตลอด เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า ในหลวงได้ใจของคนไทย

 เพราะฉะนั้นถึงแม้จะมีการพยายามแบบว่า ในยุคนี้เนื่องจากว่า ท่านทรงมีพระชนม์ชีพเยอะแล้ว ท่านก็ป่วยท่านไม่ได้ไป อาจจะมีแนวคิดใหม่ๆ ว่าเจ้าไม่ได้ทำอะไร จริงๆ ไม่ใช่ ทั้งในหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกท่าน ทรงออกไซต์งานกับประชาชนตลอด ใช่ไหมครับ และที่สำคัญเวลาบ้านเมืองมันเกิดความขัดแย้ง เติมศักดิ์นึกดูสิครับ อย่างตอน 14 หรือ 16 ตุลาฯ ผมเกิดไม่ทัน ผมยังเด็กน้อยอยู่ ถ้าไม่มีในหลวงเป็นอย่างไร ใช่ไหมครับ ตอนพฤษภาทมิฬ ถ้าไม่มีในหลวงเกิดอะไรขึ้น ใช่ไหมครับ หรือความขัดแย้งทางการเมืองอาจจะไม่ใช่เสื้อแดงกับเสื้อเหลืองนะครับ เสื้อแดงกับเสื้อฟ้าแบบนี้ โดนล้างสมองด้วยกันทั้งคู่แบบนี้ ถ้าเกิดว่ายกมาตีกันแบบนี้ เราไม่มี หรือพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปไตย เล่นใต้ดินกันแบบแรงๆ ถ้าไม่มีสถาบันที่เป็นศูนย์รวมใจ สถาบันเป็นเหมือนพระพุทธองค์ปางห้ามญาติ ใช่ไหมครับ ถ้าไม่มีตรงนี้ประเทศไทยสามารถเกิด Civil War ได้เลยนะ เพราะประเทศไทยมันมีคนพยายามหนุน คนพยายามที่จะปลุกปั่นโดยตลอดเวลา

 เพราะฉะนั้น จุดนี้จุดที่ทั้งทางรายการตอบโจทย์ไม่เคยจะมองในจุดตรงนี้ เขาจะอ้างอยู่อย่างเดียวเลยว่า สูตรสำเร็จของวาทกรรมของคนที่ปกป้องเจ้า จะพูดถึงเฉพาะเรื่องของพระราชกรณียกิจ อันนั้นก็แน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งคุณสมศักดิ์ เจียมฯ ยิ่งหนักใหญ่เลย บอกว่าโดนปลูกฝังมาตั้งแต่อนุบาล คือมันไม่ใช่ เราเห็นด้วยตาของเราเองถูกไหมครับ ทุกคนสัมผัสได้จริงๆ แต่เหนือกว่าพระราชกรณียกิจคืออะไร คือเรื่องของเวลามันเกิดความขัดแย้ง เวลามันเกิดวิกฤตนี่แหละ สถาบันสำคัญมาก และสถาบันสามารถเตือนสติคนได้ อย่างอันนี้คือข้อสองใช่ไหมครับ

ประเด็นนึงครับที่สังคมไทยรับคุณสมศักดิ์ เจียมฯ ไม่ได้คือว่า พยายามจะบอกว่า พระราชกรณียกิจเป็นเพียงแค่การประชาสัมพันธ์จากฝ่ายราชสำนัก ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่

คนไทยได้เห็นว่า พระองค์ท่านทรงตรากตรำทำงานหนักจริงๆ ไม่ใช่แค่การประชาสัมพันธ์อย่างที่คุณสมศักดิ์ว่า ประชาชนเห็นมาโดยตลอด เห็นมาอย่างยาวนานว่า ท่านทรงตรากตรำเพื่อให้ประชาชนของท่านมีความสุข

เพราะท่านคิดถึงประชาชนก่อนนะครับ ไม่เหมือนนักการเมือง 

นักการเมืองจะมาสร้างภาพกัน น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ 

พรรคเพื่อไทยบอกน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ คุณชายสุขุมพันธุ์บอกน้ำไม่ท่วม 

แต่ในหลวงบอกว่าไม่ต้องเอากระสอบทรายมาอุดวังฉัน ถ้าน้ำจะท่วมปล่อยให้มันท่วมผ่านไปเลย มันจะได้ความทุกข์โศกมันจะได้หายเร็วๆ ประชาชนได้ลืมตาอ้าปากได้ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งในยุคนี้ท่านยังคิดถึงประชาชนมาก่อน ท่านไม่ได้ต้องการคะแนนเสียงทางด้านการเมือง เวลาเกิดอุทกภัยแบบนี้ ท่านก็พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ช่วยเยียวยา ใช่ไหมครับ

เพราะฉะนั้น มุมมองของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่มีต่อพระราชกรณียกิจอย่างที่เขาแสดงออก เป็นมุมมองที่มันบิดเบือน

ข้อสองเป็นศูนย์รวมใจ และก็ทรงเตือนสติคนไทยตลอดเวลา ใช่ไหมครับ อย่างเวลาเราเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะเราอย่างเติบโต เราอยากเป็นเหมือนเมืองนอก เราก็กู้ๆ อันนี้คือวิกฤต 2540 ท่านก็เตือนคนไทยด้วยวิธีเศรษฐกิจพอเพียง เห็นไหมครับ เพียงแต่ว่ารัฐ หรือว่าคนที่เอาไปขยายว่า เศรษฐกิจพอเพียงคือการปลูกผัก เลี้ยงปลากันเฉพาะในครัวเรือน ซึ่งมันไม่ใช่ครับ มันสามารถ Applied ได้ในทุกอันคือว่า นอกจากจะเป็นศูนย์รวมที่ห้ามคนไทยไม่ให้ทะเลาะกันได้แล้ว ยังเตือนสติคนไทยได้อีก อันนี้คือจุดที่ถ้าไม่มีในหลวง คุณจะให้ใครมาเตือนล่ะ คุณจะให้อภิสิทธิ์มาเตือนคุณยิ่งลักษณ์ หรือคุณยิ่งลักษณ์เตือนอภิสิทธิ์หรือ รบการตายชักเลย

ข้อสามเป็นข้อที่ไม่ใครเคยพูดถึงเลย คุณสนธิได้ให้ความรู้เราแล้วนะครับคือ เวลามองต้องมองป่าทั้งป่า เรื่องนี้คุณสนธิเป็นคนจุดออกมา แล้วมันถ้าเกิดว่า Message นี้ไปสู่วงกว้าง เราจะตื่นกันมากเลยก็คือว่า ถ้าเรามองจุดพิกัดในเมืองไทย ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศด้อยพัฒนา หรือประเทศที่อยู่ในเอเชียที่ไม่เจริญอย่างอเมริกา หรือยุโรปนะครับ พิกัดอย่างประเทศไทยคือศูนย์กลางของโลกเลย ผมกล้าพูดเลยว่า ณ ตอนนี้ศูนย์กลางของโลกเลย เป็นพิกัดที่มหาอำนาจต้องการทั้งในเรื่องของการทหาร และในเรื่องของการขนส่ง จีนก็ต้องการลอจิสติกส์จากเมืองไทย ผ่านเมืองไทย จะมาลงทุนไฮสปีดเทรน อยากจะลงทุนที่ส่งน้ำมัน อเมริกาเองด้านการทหารต้องการที่จะปิดล้อมจีน ต้องการจะปิดทางเดินเรือ มีที่ทางของตัวเองอยู่ ทั้งทหารและการขนส่ง ตอนนี้เหลือแค่อเมริกากับจีนแล้ว ที่เหลือยุโรปจบ ทุกที่จบหมดแล้ว เหลือเฉพาะตรงนี้อย่างเดียว ถ้ามองยุทธศาสตร์ดินแดนสุวรรณภูมิ หรือว่าอาเซียน เมืองไทยนี่คือจุดศูนย์กลางของอาเซียนเลย
       

เป็นจุดยุทธศาสตร์ทั้งในเชิงพลังงาน การขนส่ง และความมั่นคงในภูมิภาค ที่มหาอำนาจต้องเข้ามาแย่งชิง

พลังงานสังเกตไหมละครับว่า ก๊าซธรรมชาติและน้ำมันของเรามันมีมากมายมหาศาล วันนี้ความจริงเริ่มปรากฏแล้วว่าพื้นที่ของไทยกับเขมรถ้าเกิดว่าใช้แผนที่ของเรา เราจะได้ครองพลังงาน 2 ใน 3 แต่ถ้าใช้แผนที่เขมร ของเราจะเหลือ 1 ใน 3 อันนี้ในฝั่งเขมรนะครับ หรือว่าในฝั่งของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลากเส้นออกไปทางทะเล จะมีเขาเรียกว่าบ่ออะไรนะครับ ที่คุณสนธิพูด แอ่งปัตตานี ก็ยังมีทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมหาศาลอยู่ ซึ่งยังไม่มีใครได้ทำจริงจัง แต่มีการสำรวจแล้ว ถ้าไม่งั้นคุณทักษิณไม่รีบลงทุนหรอก นอกจากน้ำมันแล้ว เรายังมีทองอีกนะ อย่างที่คุณสนธิได้พูด ไอ้คำโบราณอย่าไปคิดว่าเขาพูดไม่มีความหมายนะครับ สุวรรณภูมิคืออะไร แผ่นดินทอง สมัยก่อนยังเคยส่งคุณสมศักดิ์ไปสำรวจทองเลย ผมเชื่อว่าถ้าสำรวจทรัพยากรจริงๆ อาจจะเจอทองในเมืองไทยมหาศาล แล้วตอนนี้ยิ่งเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลงเรื่อยๆ อีกหน่อยทองจะมีความสำคัญมาก เพราะคนจะต้องยึดถือทองเป็นหลัก 

 ฉะนั้นการที่ราคาทองไม่ขึ้น อันนี้นอกเรื่องหน่อยนะครับ ผมเชื่อว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด ถ้าทองขึ้นเมื่อไหร่แสดงว่าดอลลาร์หมดความศักดิ์สิทธิ์เมื่อนั้น คือมันล่มแล้ว มันจะกู่ไม่กลับแล้ว จะเห็นได้ว่าอเมริกา จอร์จ โซรอส จะต้องเล่นอะไรเกี่ยวกับทอง ทำให้คนรู้สึกทองยัง Fluctuate อยู่แบบนี้ ตกอยู่ ดังนั้นทองเมืองไทยก็สันนิษฐานว่าน่าจะมีเยอะ ทรัพยากรธรรมชาติทางฝั่งเขมร และฝั่งนี้ก็มีเยอะ ก็เลยมีความพยายามในการที่จะแบ่งพื้นที่ออก ทั้งกรณีของเขรมและกรณีของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชัดเจน ซึ่งพวกนี้มันจะเป็นเรียกว่าทุนมหาอำนาจ พยายามที่จะเข้ามาแล้วคนที่รับใช้ทุนมหาอำนาจก็คือ ทุนในประเทศไทยนี่แหละ เป็นนายหน้า รับใช้ และกลุ่มการเมืองด้วย ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยมีส่วนเป็นดีลเลอร์ให้มหาอำนาจหมด ถ้าเราดูแบบแฟร์ๆ นะครับ เรื่องพวกนี้มันดีลกันหมดเลย เป็นสายพานลำเลียง เช่น แปรรูป ปตท. มีการร่างในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ สมัยนั้นคุณทักษิณยังวุ้นอยู่เลยมั้ง ยังไม่สามารถยังไม่เกิด ยังไม่ได้มีแนวโน้มที่จะมาได้เลย เขาร่างที่จะเตรียมการแปรรูป หรือว่าเอ็มโอยู 43 ที่เราไปใช้แผนที่ของเขมร คนยังคิดอยู่ถึงทุกวันนี้ว่า ทำไมเราไม่ใช้แผนที่ของเขรม เพราะว่าข้าราชการ ใช่ไหมครับ ได้รับสินบน ได้รับและก็คือไปหลงฝรั่ง อาจจะด้วยความไม่รู้ และด้วยความรับสินบน เลยไปทำอย่างนั้น ทั้งเรื่องพลังงาน และเรื่องเขตแดน ซึ่งมันก็มีเทนด้าของการตักตวงพลังงาน มันก็เริ่มจากพรรคประชาธิปปัตย์ พอทักษิณมา ก็มาสวมรอยต่อ อภิสิทธิ์มาเดินหน้าต่อใช้ประเทศไทยเข้าศาลโลกของทางคุณยิ่งลักษณ์มา ก็เข้าทางเลย พรรคประชาธิปัตย์ทำทางก็ทำแบบนี้ต่อ ปตท.เป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราจะเห็นเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนโยบาย ปตท.ไม่เคยมีความคิดที่จะเอาคืนหมดเลย เพราะว่าจริงๆ แล้ว มันมาจากการร่างนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ผลัดกันสวมต่อ ฉะนั้นเรื่องของพลังงาน มันเลยโยงมาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างที่จิ๊กซอว์มันเห็น จู่ๆ ช่อง 3 จู่ๆ ข่าวกิตติ มาออกข่าว ของแบบนี้ได้อย่างไร มันเป็นทฤษฎีสมคบคิด สมคบคิดเสร็จไม่นาน คุณยิ่งลักษณ์ไป สมทบต่อ มันเลยก็เคใช่ไหมครับ นายกมาเลย์บอกต้องขอบคุณทักษิณ แล้วอยู่ๆ มีการพูดถึงนครรัฐปัตตานี ซึ่งย้อนกลับไป ตอนเลือกตั้ง จะมีรูปของพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายเลยหรือว่าจะทำให้นครรัฐปัตตานี

ฉะนั้นมีความ มีความพยายามที่จะแบ่งแยกเมืองไทยออกไป ด้วยเหตุผลทางด้านยุทธศาสตร์ และพลังงานล้วนๆ เลย คราวนี้ถามว่า เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร สถาบันพระกษัตริย์จากข้อที่แล้ว บอกว่าเป็นศูนย์รวมใจ การที่สถาบัน และประชาชนเข้มแข็ง ทำให้คนไทยเกิดความเป็นชาตินิยม มันไม่เคยมียุคสมัยไหนที่คนไทยบอกว่า เหมือนยุคสมัยนี้เลยว่าที่คนไทยบางคนบอกพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ของเขมร ถือว่า ทำไมต้องมาแย่งด้วยพื้นที่เท่านี้ ใช่ไหมครับ จะรบกับเขาทำไม ยกให้เขาไปซิ ปราสาทเป็นของเขมร คือจะเห็นใช่ไหมครับว่า กลุ่มที่ไปติดกับดักของทุนสามานย์ของชาตินิยมในการรักษาผลประโยชน์ชาติมันจะน้อย แล้วก็จะน้อยลงไป เวลาเราดูหนังพระนเรศวรเรารักชาติไหม เรารักชาติ เหมือนกันครับ เวลาเราเห็นในหลวง เรารู้สึกปลาบปลื้ม เรารักชาติไหม เรารักชาติ

 เพราะฉะนั้นการที่จะแบ่งดินแดนไทยมันจะทำไม่สำเร็จ ถ้าเกิดว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ยังมีอยู่แล้วเข้มแข็งด้วยไม่ใช่โดยลดบทบาทลง อันนี้พอข้อ 3 มันจะโยงกับข้อ 4 เมื่อมันมีความพยายามจจากชาติมหาอำนาจในการที่จะทำต้องไม่ให้เกิดอุปสรรค มันเลยมีขบวนการใต้ดินขึ้นมา ที่จะพยายามล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือที่จะทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยอ่อนแอ

 ง่ายๆ ในประวัติศาสตร์โลก คุณสนธิพูดหลายครั้งแล้ว เกิดอะไรขึ้นในอิหร่าน เกิดอะไรขึ้นในอัฟกานิสถาน เกิดอะไรขึ้นในหลายๆ ประเทศ ที่เขาเปลี่ยนหัวผู้นำ อยู่ๆ เปลี่ยนระบอบแบบฉับพลันเลย เพียงแต่ว่าเมืองไทยนะ สถานการณ์ยังไม่สุกงอมขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่าสถานกาณ์ของสถาบันเมืองไทย ไม่อยู่ในสภาวะปกติ เพราะมีการปลุกขบวนการล้มเจ้ากลับขึ้นมาใหม่ ผ่านทางพวกนี้ หรือแม้แต่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ CIA ก็มี แต่ CIA ไม่ใช่เป็นฝรั่ง CIA เป็นแขกก็มี เคยดูเรื่อง Zero Dark Thirty ที่ไปปลิดชีพบิน ลาเดนนะครับ นั่นละครับ คนเป็นแขกทั้งนั้นเลย CIA มีหมด ถึงบอกว่าสถาบัน อยู่ในภาวะที่อันตราย เราไม่ได้อยู่ในสภาวะปกติ แล้วข้อ 5 คือแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงสำคัญนัก เพราะว่าเขาเชื่อกันว่าจะมีกลุ่มทุนมหาอำนาจที่มันชักใยอยู่ในประเทศมหาอำนาจ จะรุกโลกอยู่ 2 ทาง ใช้กำลังทหาร ดูดเรื่องน้ำมัน และใช้เรื่องการเงินเข้ามา ใช้เรื่องของความโลภเข้ามาเปิดเสรีทุกอย่าง เปิดกติกา

อันนี้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของ Money การเปิดเสรีการเงินตามแบบฉบับตะวันตก ผมก็เรียนเมืองนอกมาถูกสอนมาทุกอย่าง โอเค เราเล่นกติกาเดียวกันได้ แต่ถ้าต่อยมวย คุณเติมศักดิ์รุ่น Straw weight น้ำหนักอยู่ที่ 40 กว่าโล ผมเป็น Heavy weight ร้อยโล ผมต่อยอย่างไรก็ไม่น็อก คุณเติมศักดิ์ครับ แบบนี้ถึงกติกาเดียวกันแต่ไซส์ อย่างไรมันก็สู้ไม่ได้ จะทำยังไงมันก็สู้ไม่ได้ แต่แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิดที่ทำให้คนไทยเกิดสติกลับมาว่า อย่าไปเล่นเกมเดียวกับเขาสิ คือไม่ใช่ไม่อยู่กติกาเดียวกันเลยนะ แต่อย่าไปเล่นกติกาที่มันไม่แฟร์แบบนี้ ดูตัวเองว่าชกกับเขาไหวไหม ถ้าไม่ไหว ก็อยู่ในลีกของเราไป ไม่เห็นต้องชกกับเขา สังเกตเลยครับทุนของฝั่งอเมริกา และฝั่งยุโรปมันกำลังเกิดอะไรขึ้น กำลังพังละ ยุโรปล่ม กำลังล่มสลาย อเมริกาก็ล่มสลาย ด้วยเรื่องของทุนนิยม ฉะนั้นมันก็มีการ steal wealth คือการขโมยความมั่งคั่ง ในที่สุดยุโรปอเมริกาความมั่งคั่งหมด มันก็ต้องมาขโมยที่นี้ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงก็จะเป็นตัวที่หยุดตรงนี้ ต้านทาน เพราะฉะนั้นกลุ่มทุนมหาอำนาจก็ไม่ชอบทฤษฎีนี้

ไม่ชอบทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เพราะทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงไม่สามารถทำให้ทุนนิยมสามานย์มันมาหัวงผลประโยชน์ หรือว่า steal wealth จากประเทศไทยได้

ฉะนั้นเรื่องไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน มันมาเซ็นเตอร์อยู่ที่ประเทศไทย จู่ๆ มันมาเกี่ยวข้องกับสถาบันของเราโดยที่ไม่ได้นัดหมาย แล้วสถาบันของเรา ก็ไม่ได้เหมือนอังกฤษกับญี่ปุ่นด้วย อยู่ใน Position ที่เหมือนอังกฤษกับญี่ปุ่น โอเคคุณเป็น Positionสถาบันเป็นกษัตริย์เหมือนกัน แต่อังกฤษ อย่าลืมว่าเป็นหนึ่งในประเทศตัวพ่อตัวแม่พอๆ กับอเมริกา ที่ใช้ทั้งยุทธศาสตร์ทางทหาร ยุทธศาสตร์ทางทุนล่าอาณานิคมประเทศอื่น โอเคสถาบันอังกฤษได้รับความนิยมในหมู่อังกฤษ แต่สถาบันอังกฤษไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของตรงนี้ เพราะประเทศอังกฤษเขาอยู่ในขบวนการนี้อยู่แล้ว เข้าใจไหมครับ เจ้าชายแฮร์รียังไปรบในอัฟกานิสถานเลย อัฟกานิสถานมีเรื่องของพลังงานถูกไหมครับ เราก็จะเห็น หรือว่าญี่ปุ่นเองก็ อเมริกาไม่รู้จะไปตักตวงอะไรจากญี่ปุ่นแล้ว ก็ใช่ญี่ปุ่นเป็นฐานไม่มีความจำเป็นต้องไปล้มเจ้าญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็เจ้าเป็นสัญลักษณ์อยู่แบบนั้นก็ดีอยู่ เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็ตามนโยบายอเมริกาญี่ปุ่นไม่สามารถ EDIT ประเด็นได้ ยังไงก็ต้องตามอเมริกา ฉะนั้น Position ของสถาบันของอังกฤษและญี่ปุ่นถ้าจะให้ดูมั่นคงในแบบฉบับของเขา เพราะมันไม่มีปัจจัยภายนอกเขามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้น 5 ข้อที่ผมกล่าวมาทั้งเรื่องคุณภาพประชาชน และสังคมในเรื่องของสถาบันเป็นศูนย์รวมใจในเรื่องของพิกัดของประเทศไทย แล้วเรื่องของเศรษฐศาสตร์ของพระเจ้าอยู่หัว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมันเป็นจุดที่รายการตอบโจทย์หรือคุณภิญโญไม่เคยเอามามองตรงนี้เลย จะพูดถึงแต่แบบมองอยู่แค่กรอบแค่นี้ฉันจะเอาแต่เรื่องจำกัดบทบาทสถาบัน เอาแต่เรื่องสามารถวิพากษ์สถาบันได้ สถาบันก็จะอยู่อย่างยาวนานโดยแนวคิดเขาก็จะเหมือนว่า จะเหมือนประเทศฝรั่งเศส จะโดนขนาดล้มล้างไปซึ่งมันไม่ใช่ครับ โลก ปัจจุบันนี้มันยุคไหนแล้ว ก็สถาบันเป็นจุดศูนย์รวมใจ คือคนอย่างพวกนี้ จะไม่มีแผ่นดินอยู่มากกว่าด้วยซ้ำ

น่าสังเกตว่าฉากหน้าของเขาคือการ เรียกร้องเสรีภาพในการวิจารณ์ และเขาพยายามใช้ตรรกะว่าเสรีภาพในการวิจารณ์ จะนำมาซึ่งการลดแรงกดดันที่เคยมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พยายามถือว่า ถ้ามีเสรีภาพในการวิจารณ์ ถ้าไม่มีมาตรา 112 จะทำให้สถาบันมั่นคง ถาวรในระยะยาว แต่ถ้าที่เราลืม มองข้ามข้อเท็จจริงไว้ว่า วันนี้มันมีขบวนการอย่างไร ขบวนการนี้ไม่ต้องการมีเสรีภาพในการวิจารณ์ แต่ขบวนการนี้ต้องการเสรีภาพในการใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ ได้โดยไม่มีความผิด ใช่ไหมครับ

ถูกครับ ถ้าในการวิจารณ์ทำไมถึงจะไม่มีละครับ อย่างรายการตอบโจทย์ เมื่อวาน เทปนี้วิจารณ์เต็มๆ เลย ผมถือว่าเป็นการวิจารณ์เต็มๆ เลย แต่เป็นการวิจารณ์ที่ไม่เปิดโอกาสให้สถาบัน หรือว่าคนที่มีความรู้ มาแก้ต่างด้วย นี้คือการวิจารณ์เต็มๆ แล้วคุณก็ไม่ได้ คุณเข้าข่ายที่คนไทยไม่ชอบ แต่ถือว่าคุณวิพากษ์วิจารณ์โดยความเชื่อของคุณ แต่ไม่ได้ถือว่าคุณกล่าวให้ร้าย เข้าใจไหมครับ เราไม่ชอบ เราไม่แฮปปี้ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่ผมก็ไม่ได้ถือขนาดว่าเขาอาฆาตมาดร้าย

เจ้าเล่ห์ที่จะใส่ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยที่ไม่ต้องเข้าข่ายกฎหมายมาตรา 112

ถ้าอย่างนั้น ตอนผมถามเนื้อหารายการเมื่อวาน ก็วิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว เนื้อหาเกินกว่ารายการที่ออก แสดงว่าคุณอาฆาตมาดร้าย คุณต้องการกำจัดเรียบร้อยแล้วนะ อย่างเมื่อวานสังคมไทย คิดว่าสังคมไทยได้ดูทั้งประเทศ ยังไม่แฟร์พออีกเหรอ นี่ยังไม่เกิดความแฟร์สำหรับพวกคุณพออีกเหรอ ที่คุณได้พูดประเด็นเหล่านี้ ซึ่งหลายๆประเด็นก็ไม่ได้ถูกต้องด้วยซ้ำ

ประโยคหนึ่งที่สะท้อนความเจ้าเล่ห์ ความสามานย์ของเขา เขาพยายามบอกว่า ยกเลิกมาตรา 112 ก่อนสิ แล้วผมจะพูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูด นี่คือหนึ่งประโยคที่จะสะท้อนความสามารถความเจ้าเล่ห์ได้ว่า ประโยคแบบนี้มันไม่ผิดหรอกครับ ตามมาตรา 112 แต่มันทำให้สังคมไทยไม่สามารถรับได้ว่าคุณจะพูดอะไร ถ้าไม่มีมาตรา 112 แล้วคุณจะพูดอะไรหรือ คุณจะใส่ร้ายพระมหากษัตริย์ได้อย่างเสรีอย่างนั้นหรือ ใช่ไหมครับ

แล้วอีกอย่างเรา ที่ผมเขียนใน Article อยากจะขยายความอยู่ อย่างที่พูดไปแล้ว เนื้อหาในรายการเมื่อวาน คุณจะให้พระบรมวงศานุวงศ์องค์ไหนออกมาพูด เมื่อคุณพูดไปแบบนี้ แล้วมันขั้นถึงต้องมานั่งออกรายการชี้แจงทีละข้อหรือเปล่า มันไม่ใช่และมันไม่ใช่ความจริง คุณก็เห็นอยู่แล้ว ฉะนั้นเท่ากับว่าขณะวิพากษ์วิจารณ์ คุณยังวิพากษ์วิจารณ์ ท่านได้อยู่แค่ฝั่งเดียวอยู่เลย เทียบกันเลยนะครับในบท Article ผมจะบอกว่าเทียบกับระหว่างสถาบันคุณทักษิณ คุณทักษิณเป็นนักโทษหนีคดีแท้ๆ ใช่ไหมครับ ไม่เชื่อปฏิเสธระบบศาลไทย ในพระปรมาภิไธยแท้ๆ แต่ยังเที่ยวส่งทนายความไปฟ้องหมิ่นประมาท ผมนี่โดนกับคุณสนธิ ไม่รู้กี่คดี เที่ยวฟ้องหมิ่นประมาทชาวบ้าน แล้วสถาบัน ผมถามหน่อย สถาบันจะให้ไปฟ้องหมิ่นประมาทใคร สถาบันจะให้ไปฟ้องหมิ่นประมาทพสกนิกรของท่านเหรอ ใช่ไหมครับ

ใช่ มันเกิดความไม่แฟร์กับสถาบันมากเลยในเรื่องแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ ส.ศิวรักษ์ กับคุณสมศักดิ์ หรือคุณภิญโญไม่เสนอกฎหมายข้อนี้มาก่อน ข้ออะไรรู้ไหม นักการเมืองหรือข้าราชการ กฎหมายหมิ่นประมาทไม่มีผลกับคนพวกนี้

เรายกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทกับนักการเมือง แล้วก็ข้าราชการและบริษัทที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสัมปทานทั้งหมดไปเลยดีไหมล่ะ ตรงนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการขอให้ยกเลิกมาตรา 112 ไง แล้วผมว่าตัวนี้คนไทยจะตอบรับแบบมหาศาลด้วยซ้ำ นี่ไง ควรจะเป็นมุมนี้มากกว่า

อย่างที่คุณจิตตนาถว่ามา และก็อ้างอิงถึงบทความที่ลงในเอเสทีวีผู้จัดการก็คือว่า มันมีขบวนการที่ทั้งในและนอกประเทศสมคบกันทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนานฝังรากลึกที่มั่นคง และเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนไทย พยายามทำให้สถาบันของเราอ่อนแอ ให้สถาบันของเราถูกใส่ร้ายป้ายสีได้โดยง่าย โดยไม่มีความผิด ต้องการให้สถาบันของเราเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ แล้วมายืมมือสื่อสาธารณะ เอาสื่อสาธารณะซึ่งจริงๆ แล้วควรจะตอบโจทย์ที่เป็นสาธารณะที่เป็นปัญหาของคนไทยจริงๆ แต่กลับเอาสื่อสาธารณะมารับใช้รายการที่มีเป้าหมายทางการเมืองที่ต้องการทำให้สถาบันของเราอ่อนแอ นี่คือสิ่งที่คนทำสื่ออย่างคุณจิตตนาถมีข้อสงสัยต่อสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส ต่อรายการตอบโจทย์ ต่อคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

ไม่สงสัย ฟันธงเลยครับ

มันก็เกี่ยวข้องกับจดหมายคุณภิญโญนั่นแหละ แต่ว่าเป็นเรื่องของเพจของคุณภิญโญก่อน ก่อนที่จะเขียนจดหมายถึงผม เป็นตัวที่ตัวเองโชว์หล่อผ่านสื่อก่อนว่า โดนแทรกแซงรายการตอบโจทย์ออกไม่ได้ตอนนั้น ใช่ไหมครับ เลยจะขอยุติบทบาทตัวเองลง ยอมโดนด่า มีคนเอาไปเทียบเคียงกับละครเหนือเมฆ คือมันต่างกันคือ ละครเหนือเมฆผู้จัดเขาไม่อยากที่จะหยุด ผู้จัดเขาอยากที่จะฉายต่อไป แต่ช่องไม่ให้ฉาย ช่องมันเซ็นเซอร์ตัวเอง แต่ของไทยพีบีเอสช่องเขาบอกว่า ขอระงับก่อน ไอ้นี่ตัวเองอยู่ๆ ก็มาใช้ลูกนี้ ยุติบทบาทตัวเอง คือมันไม่เหมือนกับละครเหนือเมฆ และจุดที่มันคล้ายกันแต่ว่า มันไม่เหมือนกันเลยโดนสิ้นเชิงคือว่า ละครเหนือเมฆที่อ้างว่า กระทบความมั่นคง มันไม่ได้กระทบความมั่นคงอะไรเลย มันแค่ไปกระทบใจของเจ้าของทุน กับเจ้าของพรรคการเมืองใช่ไหมครับ และลูกชายแกแค่นั้นเอง และญาติพี่น้องเห็นแล้วรับไม่ได้ แต่ว่ารายการตอบโจทย์ไม่เคยที่จะ ชอบอ้างเรื่องเสรีภาพสื่อ ทำแบบนี้เป็นการประชดประชัน เรียก Rating ให้ตัวเอง แต่ทีกรณีเหนือเมฆไม่เห็น ตอบโจทย์จะเอามาตอบโจทย์เลยว่า ให้คนไทยหายคาใจเลยว่า เกิดอะไรขึ้นกับละครเหนือเมฆ ใช่ไหมครับ

 แต่ในทางกลับกัน รายการตอบโจทย์กระทบความมั่นคงเต็มๆ นะ ถ้าเรื่องนี้มองด้วยยุทธศาสตร์ของความมั่นคง กระทบความมั่นคงเต็มๆ และถือเป็นการใส่ร้ายสถาบันถือว่า ทำความเข้าใจผิดกับบางเรื่องที่เป็นประเด็นออกมาก็ได้นะ ถ้าจะมองในอีกมุมนึง และกระทบจิตใจของคนไทยทั้งประเทศด้วย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น ตลกอ่ะ รัฐบาลอย่างคุณสุรนันทน์เขาบอก สามารถวิจารณ์ได้ สามารถพูดได้ แต่ทีเหนือเมฆทุกคนใบ้กินกันหมดเลย ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมถือว่า ประเทศไทย นี่หรือคือประชาธิปไตย ใช่ไหมครับ เสรีภาพสื่อมีจริงหรือ นี่ไม่ใช่เสรีภาพสื่อเลย เมื่อวานคุณยังเอาตรงนี้มาออกเลย เพราะถ้าพูดถึงเรื่องประชาธิปไตย เราต้องพูดถึงเรื่องอะไรคุณเติม เราต้องพูดถึงเรื่องเสียงส่วนใหญ่ใช่ไหม

 ประชาชนไทยฉันทามติของเรามีอยู่แล้วว่า เราไม่ต้องการให้ และมันก็อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่ด้วยว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรที่จะถูกละเมิด ใช่ไหมครับ มาตรา 112 ที่เขียนเอาไว้เป็นกฎหมายก็มาจากรัฐธรรมนูญบอกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรจะโดนกล่าวอาฆาตมาดร้าย เป็นการปกป้องไม่ให้โดนกล่าวอาฆาตมาดร้าย มันคือฉันทามติของคนไทยอยู่แล้ว เราเห็นเลยไปที่ไหนในหลวง ในหลวงไปที่ไหน ทรงพระเจริญ วันเฉลิมที่ออกสีหมหาบัญชรอย่างนี้ คนมานั่งกางเต็นท์กันตั้งแต่กี่โมง ออกมาคนน้ำหูน้ำตาไหล คนรักในหลวงทุกภาคส่วน ไม่ต้องเกณฑ์คน ไม่ต้องเอาอะไรมาล่อเลย มาเอง ผมถามนี่คือฉันทามติหรือยัง นี่คือประชาธิปไตยหรือยัง และมันอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ฉะนั้นประชาธิปไตยเอาเสียงส่วนมาก มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า เขาไม่ต้องการตรงนี้ แล้วอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ หรือคุณสมศักดิ์ จะมาอ้างทำแป๊ะอะไรอย่างนี้ ก็ประชาธิปไตยเขาบอกแล้ว เขาไม่ต้องอย่างนี้ ถ้าคุณบ้าประชาธิปไตยนัก เห็นไหมครับ

คือเขาพยายามจะบอกว่าเขายอมยุติรายการ เพื่อพิสูจน์หลักการเสรีภาพของสื่อมวลชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ตรงนี้ในฐานะคนทำสื่อเหมือนกัน มองเรื่องเสรีภาพของสื่อมวลชนอย่างไร

เสรีภาพของสื่อมวลชน มันก็ต้องมีขอบเขต และต้องมีความแฟร์ด้วย ผมเขียน Article ถึงคุณภิญโญ คุณภิญโญเขียนจดหมายกลับมาถึงผมบอกว่าไม่โต้ตอบผม แต่ว่ามารื้อฟื้นความหลัง ต้องการบรรยากาศที่ดี ผมก็แฟร์ในการที่ผมลงให้ ใช่ไหมครับ รายการตอบโจทย์ Refer ถึงสถาบัน พูดบางเรื่องที่แบบฟังแล้วแบบ โอ้โห แย่มาก เป็นการที่ทำให้คนมีทัศนคติผิดๆ เกี่ยวกับสถาบัน ผมคำถามว่าแล้วคุณจะให้ใครมาของสถาบันมาแก้ข่าวหรอ นี่ไงครับ สื่อมวลชนขอบเขตมีแต่คุณต้องมีพื้นที่