จดหมายถึงลูก "เพรียง" ฉบับที่ ๑๐ ตอนหารายได้เสริม


               ช่วงนี้ผู้เขียนมีภาระมากเหลือเกิน จึงไม่ค่อยได้มีเวลาเข้ามาเยี่ยมหรือเขียน Gotoknow มากเท่าไร เนื่องจากภาระเกี่ยวกับงานในหน้าที่โดยตำแหน่งเกี่ยวกับการสอบบรรจุพนักงานมหาวิทยาลัย ก็มากพอดีกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการในการรับสมัครสอบบรรจุ การสอบข้อเขียน การประกาศผลเพื่อเข้ารับการสอบสัมภาษณ์...เพราะตนเองก็ต้องมีเวลาในการตรวจข้อสอบอีกเพราะปีนี้ ม. รับสมัครคนนอก ม. ทำให้มีผู้มาสมัครสอบบรรจุมากมายเกือบ ๓๐๐ กว่าคน พอจะตรวจข้อสอบสิทีนี้เท่ากับคูณ ๓ เพราะมีข้อสอบ ๓ วิชา ที่ผู้เขียนจะต้องทำการตรวจให้เสร็จภายใน ๕ วัน (กลางวันก็สอบสัมภาษณ์ กลางคืนก็ตรวจข้อสอบ เล่นเอาตาบวมมากเลยเพราะต้องใช้สายตาในการดู) กว่าทุก ๆ จะสำเร็จลงได้ เล่นเอา "เหนื่อยมากเลยเชียว" จึงไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาใน Gotoknow เลย แต่ใจก็ยังคิดถึงอยู่ตลอด...การที่ตัวผู้เขียนได้ไปทำหน้าที่ในการเป็นคณะกรรมการสอบบรรจุ ทำให้มีเรื่องต่าง ๆ ที่จะนำมาเขียนมาเล่ามากเลย...ขอเล่าให้ฟังในคราวต่อไป...

               แต่สิ่งที่ผู้ทำหน้าที่ "แม่" ต้องทำควบคู่กับเรื่องงานในหน้าที่ นั่นก็คือ ช่วงนี้แม่ได้กลับไปดูแลน้องเพรียง เจ้าฟ้าครามที่บ้านพรหมพิราม จึงไม่ค่อยได้เข้ามาทำงานที่ ม. ในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ เพราะต้องไปคอยบอกและดูแลลูก ๆ ที่ทำการเปิดร้านขายของ คือ น้ำปั่นที่ปัจจุบันขายดีมาก ๆ เพราะอาจด้วยเนื่องจากเข้าหน้าร้อนก็ได้ แต่ก็อาจไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะคนปัจจุบันชอบกินน้ำปั่น เช่น ชาไข่มุก กาแฟ น้ำผลไม้ปั่น ฯลฯ กันมาก

              น้องเพรียงกับน้องอ้อม เลยขอให้แม่เปิดร้านขายให้ที่หน้าบ้านที่พรหมพิราม ตอนแรก ๆ ลูก ๆ บอกว่า "ขายได้แค่วันละ ๒๐๐ - ๓๐๐ บาท ก็พอแล้ว ดีกว่าอยู่เฉย ๆ แต่ที่ไหนได้ ลูก ๆ บอกว่า "ได้เกือบวันละ ๑,๐๐๐ บาทเชียว ถ้าหักทุกแล้วก็ยังพอได้เป็นกำไรบ้าง ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรกันเลยเพราะว่างจากการทำนาแล้ว...นี่เป็นความคิดของลูก ๆ ที่คิดกันในวัยที่อายุ ๒๐ กว่า ๆ

              ในวันแรก น้องอ้อม (แม่ของเจ้าฟ้าคราม) บอกว่า...แก้วแรก แก้วสองที่ทำมือหนูสั่นไปหมดเลยแม่ เพราะไม่เคย พอแก้วที่สามเท่านั้นเอง อยู่ตัวแล้ว การชงชาไข่มุก ใช่ว่าจะทำได้อร่อยกันทุกคน เพราะบางคนต้องไปเรียนถึงจะทำได้ ใน net เขาก็รับสอนและมีร้านแฟนชายขายของให้ด้วย...แต่เราไม่ได้ทำร้านแฟนชาย เราไปซื้อของมาขายกันเองสะดวกดี เป็นนายตัวเอง ขยันก็ได้เงิน ขี้เกียจก็อด...

           ชาวบ้านแถวนั้น ถามว่า...แม่อ้อมของเจ้าฟ้าคราม ไปหัดเรียนการชงที่ไหนมา ถึงทำอร่อยดี เพราะการชงชาไข่มุก ขึ้นอยู่กับสัดส่วนที่ใส่เหมือนกันว่าจะใส่อะไรบ้าง? ใส่เท่าไรต่อ ๑ แก้ว จึงจะออกมาให้อร่อยได้ เรียกว่า...ก็มีเทคนิคเหมือนกัน แต่น้องอ้อมก็ไม่ได้เรียนที่ไหน ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของตนเองที่มีใจชอบ + รักที่จะขาย ๆ แล้วได้กะตังค์ ใคร ๆ ก็อยากทำ...อยากขาย...ก็เรียกว่า เป็นอาชีพเสริมในหน้าร้อนนี้ได้อย่างดีเหมือนกัน เพราะแถว ๆ บ้านไม่มีร้านขายน้ำปั่น จะมีก็ที่ตลาดห่างกันประมาณ ๑ กิโลครึ่งเห็นจะได้...ก็เรียกว่าน้องอ้อมหารายได้เข้ากะเป๋าได้อีกทางหนึ่ง หลังจากว่างเว้นในการทำนา...

          ไม่ว่าน้ำผลไม้ปั่น ชาไข่มุก ก็มีขนมปังปิ้ง ขนมกรอบ ๆ ที่ขบเคี้ยวกัน ได้เงินบ้างเล็กน้อยแต่ก็ยังได้เป็นเงินเข้ากระเป๋ากัน...ก็ดีกว่าอยู่เฉย ๆ นั่นเอง...สำหรับเจ้าฟ้าคราม แม่อ้อมเลี้ยงไม่ได้เลยเพราะมัวขายของ ต้องไปเลี้ยงอยู่กับยายที่บ้านยาย เพราะไม่เช่นนั้น ทุกคนเกรงว่ารถจะชนเจ้าฟ้าครามเป็นแน่

           ถ้าใครมาซื้อของในร้าน เจ้าฟ้าครามจะดันพวกพี่ ๆ เขาให้ไปซื้อขนมที่วางอยู่ เหมือนกับบอกว่า...ให้พวกพี่เขาซื้อขนมกิน...ย่ากับแม่อ้อมเลยแซวว่า...มีเลือดแม่ค้าตั้งแต่เล็ก ๆ เลยนะ "แม่ฟ้าคราม" แถมร้านก็ยังเป็นชื่อของหนูอีก "ฟ้าครามน้ำปั่น"...

           งานนี้เล่นเอาแม่อ้อมของเจ้าฟ้าครามติดใจในการขายน้ำปั่นเลยเพราะบอกว่า...สนุกดี เพราะได้ตังค์...ตกเย็นมาก็นั่งนับตังค์กัน...น้องเพรียงยังบอกต่อว่า ต่อไปอาจเปิดร้านขายของที่บ้านเลยก็ได้ แต่รอเก็บทุนให้ได้มากกว่านี้ก่อน...แสดงว่าลูก ๆ เห็นทางทำมาหากินแล้วว่า...ถ้าเราหา เราก็ได้เงิน ถ้าเราไม่ทำ เราก็อด นี่ก็เป็นการสอนให้ลูก ๆ ได้รู้จักทำมาหาเลี้ยงชีพได้อีกวิธีหนึ่งซึ่งเป็นอาชีพสุจริต

          มีคนบอกว่า...น้องเพรียง น้องอ้อมทำแบบนี้อีกหน่อยต้องมีตังค์มากกว่าพี่ภัครอีก คนเราถ้าขยันหาก็ได้เงินเองนะ แม่ว่า...คนที่ได้ดีไม่ใช่ใคร ก็คือ เจ้าฟ้าคราม นั่นเอง

อ่าน จดหมายถึงลูกทุกฉบับ ได้จากที่นี่...จดหมายถึงลูก...