ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.
ผู้รายงาน สำอาง โม้ลา
สถานศึกษา โรงเรียนบัวใหญ่
ปี พ.ศ. 2555
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 เรื่องอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 เรื่องอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง ให้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 เรื่อง อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนบัวใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 45 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม(Cluster Random Sampling) ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองจำนวน 14 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่
ชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 เรื่องอิเหนา
ตอน ศึกกะหมังกุหนิง จำนวน 14 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 เรื่องอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t – test แบบ Dependent
ผลการศึกษาพบว่า
1. ชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย รหัสวิชา ท31101 เรื่องอิเหนา
ตอน ศึกกะหมังกุหนิง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ84.92/84.94
ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80 / 80
2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนการสอนโดยรวม
อยู่ในระดับมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 โดยสรุปชุดการเรียนการสอนแบบบูรณาการทักษะภาษาไทย
รหัสวิชา ท31101 เรื่องอิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4 มีประสิทธิภาพ
เหมาะสมทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นและมีความพึงพอใจต่อการเรียนในระดับมากที่สุด
จึงควรสนับสนุนส่งเสริมให้ครูนำไปใช้ในการเรียนการสอนต่อไป