วันอาทิตย์นั่งสบายๆ ที่ร้านกาแฟ โกลเด้นท์เพลส เรียบทางด่วนรามอินทรา 

นั่งคิดอะไรไป เกี่ยวกับงานป้องกันปัญหาสังคม จากการพนัน  ก็เห็นหมาไทยสองสาม ตัววิ่เล่นไปมาหน้าร้อานอาหารใกล้ๆ

ดูแล้วเพลินๆ  กับความน่ารัก และเป็นมิตร กับคนที่ผ่านมาผ่านไป ระแวกนั้น  ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก คนหนุ่มสาว มันก็ทักทายดี

นั่งกินกาแฟไป ทำงานไปเพลินๆๆ จนเห็นคุณลุงมีฐานะคนหนึ่ง มาพร้อมลูกสาววัยรุ่น กำลังน่ารัก สไตล์คนมีเงิน

ก็ยืนดูเมนูที่หน้าร้าน กำลังจะเดินเข้าไป หมาก็วิ่งเข้สไปตามปกติ. เหมือนคนทั่วๆไป ที่ผ่านมาผ่านไป  คุณลูกสาวแสดงอาการกลัวหมา

คุณพ่อก็ทำหน้าที่ปกป้องลูกสาว โดยทำท่าจะตีหมา  หมาก็เห่าขู่ด้วยโหมดการปกป้องตัวเอง  พ่อลูกคู่นั้นก็เลยหันหลังที่จะเดินออกมา

เจ้าของร้านก็วิ่งออกมาขอโทษ ขอโพยและเชิญ เข้าร้าน แต่สองพ่อลูกก็แสดงท่าทางปฎิเสธ และเดินจากมา เข้าร้านกาแฟที่ผมนั่งอยู่

หมาเจ้ากรรม ก็กลับไปนั่งที่เดิมที่ถนนหน้าร้าน เหตุการณ์ ก็เหมือนจะผ่านพ้นไปตามปกติ  

แต่ผ่านไปซักพัก เจ้าของร้าน ก็ตามพนักงานในร้านซึ่งคุ้นเคยกับหมาตัวนั้นมาพาไปจากหน้าร้านด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด พร้อมกับพนักงานในร้านอีก สองสมคน

มีการพูดคุยทีานหน้าร้านสไตล์ยุโรป  มีการคุยกันมากมาย  น้องชายเจ้าของร้าน ก็โทรศัพท์ตามใครด้วยสีหน้าเคร่งเครียด  พนักงาน สองสามคนก็กวาดพื้นไปพร้อมกับหน้าที่ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.  ส่วนพนักงานที่สนิทกับหมาก็ยืนจ้องมองด้วยท่าที่ครุ่นคิดก่อนเดินเข้าไปในร้าน

ผมนั่งมองเหตุการณ์ พร้อมๆกับมองหาคุณลุงและลูกสาวต้นเรื่อง ลูกสาวก็นั่งแชทสมารทโฟน  พร้อมเครื่องดื่มหวานเจี๊ยบ ส่วนคุณพ่อ ก็หยิบใบเสร็จสองสามใบ

มานั่งจดบันทึกอะไรบางอย่าง ไปตามปกติ นั่งสักพักและเดินออกจากร้านไป

มองกลับมาที่หน้าร้าน พนักงานที่สนิทกับหมาได้เปลี่ยนชุด ออกมา พร้อมกับเชือกฟาง จับหมาเจ้ากรรม อุ้มด้วยความเป็นมิตร สไตล์เวลาจับหมาอาบน้ำ เดินผ่านหมาอีกตัว ที่นอนดูเหตุารณ์ ไป ที่ต้นมะขามข้างๆร้าน คงจะล่ามไว้ พร้อมทั้ง พร้อมกะเหตุการณ์พูดคุยหนาร้าน ระหว่างพนักงาน กับเจ้าของ และน้องชายเจ้าของร้าน

สักพักมีผู้หญิงเดินมา พร้อมปลอกคอโซ่ สองอัน. เดินมาเหมือนบ่นอะไร แล้วก็เดินไปที่หมาตัวนั่น.  เข้าใจว่าคงจะไปผูกคอ หมาตัวนั้น เพื่อล่ามได้อย่างดี

และมีการพูดคุย กันหน้าร้านด้วยสีหน้างเคร่งเครียดกันสักพัก. แล้ว เจ้าของร้านและพนักงานบางส่วนก็ทยอยเข้าร้านไป พร้อมๆ ทั้งหมาไทยอีกสามตัวที่วิ่งผ่านหน้าร้านไป. ทิ้งให้น้องชายเจ้าของร้าน ยืนคุยกับผู้หญิงที่เอาปลอกคอมาจากสีหน้าเคร่งเครียด เป็นสีหน้า ปกติ  สักพักจึงแยกย้ายกันไป 

ผ่านสักพัก น้องชายเจ้าของร้าน กับพนักงานผู้รักหมา ก็ออกมายืนคุยที่หน้าร้าน มองไปที่หมาตัวนั้น ใต้ต้นมะขาม พร้อมกะพูด อะไรกัน พนักงานผู้สนิทกะหมา

ก็พูดไปมองหมาไป ด้วยสายตาเอ็นดูหมาตัวนั่น ส่วนน้องชายมองไม่เห็น แต่ดูบรรยากาศการคุย ก็ดูสบายๆ และแยกย้ายกัน......,..

เหตุการณ์ที่เล่ามาเป็นไป ประมาณ 1ชั่วโมง. 

ผมนั่งถกเถียงกับเพื่อน ว่าเหตุการณ์นี้ใครผิด กะวิพากษ์วิจารณ์ กะบทบาท ะวิธีการบุคคลต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกะเหตุการณนี้

พร้อมๆ กับไอเดีย การทำงานนโยบายสาธารณะ เพื่อหาทางออกเรื่องการจัดหารปัญหาพนัน

เป็นคุณจะคิดอย่างไร กะเหตุการณ์ หากมองว่านี่คือปัญหาสังคม ในพื้นที่หนึ่งๆๆ

หมาผิดที่ไปเห่าคน  หรือดวงซวย

พ่อและลูก ผิด 

เจ้าของร้านกะลังหาแพะรับบาป ที่ไม่มีคนเข้าร้าน

หรือเจ้าของสถานที่ ไม่มีมาตรการจัดการป้องกัน 

พร้อมทั้งผม ที่มาเล่าอะไรไม่รู้ และคุณก็เสียสละเวลาอ่าน นานาความคิด

ลองแลกเปลี่ยนดูนะครับ