ใบหน้าผ่องใสไม่มีริ้วรอย ด้วยMosaic

คำแนะนำสำหรับผู้ที่รับการรักษาด้วย Mosaic

Mosaic  มีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะ

-ริ้วรอยเหี่ยวย่น (โดยเฉพาะรอบดวงตา)

-ฝ้า จุดด่างดำจากแสงแดด และผิวหนังที่เสื่อโทรมตามวัย

-รอยแผลเป็นจากสิว ผิวหน้าหยาบกร้านไม่เรียบเนียน

-รูขุมขนขยาย

ผู้เข้ารับการรักษาทุกราย ควรทำการรักษาอย่างน้อย 3-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 4-8 สัปดาห์ หรือขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล การรักษาในแต่ละครั้งจะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ผิวเดิมที่เสื่อมสภาพได้ประมาณ 20% ของพื้นที่ผิวทั้งหมด ผลการรักษาจะเห็นชัดเจนหลังการรักษาครั้งที่ 2-3 ซึ่งมีเซลล์ผิวใหม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทน 40-60% แต่ผู้เข้ารับการรักษาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผิวทันที หลังการรักษาครั้งแรก ในแง่ความเรียบเนียนและตึงกระชับ ถึงแม้จะหยุดการรักษาไปแล้ว 3-6 เดือน ผลการรักษาก็ยังจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ข้อควรทราบก่อนและหลังการรักษา

ก่อนรักษา

-ควรแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้าถ้าท่านมีประวัติดังนี้

1.มีประวัติเกิดแผลเป็น (Keloid) ง่าย

2.มีประวัติเป็นโรคเริมบริเวณริมฝีปากมาก่อน

3.กำลังรับประทานยา Roaccutane หรือหยุดยามาน้อยกว่า 6 เดือน ก่อนทำการรักษา

4.กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการวางแผนตั้งครรภ์

-ผู้รับบริการได้รับการทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่ต้องการทำการรักษา

-เจ้าหน้าที่ทายาชาบริเวณที่จะทำการรักษาทิ้วไว้ 45 นาที

หลังการรักษา

-บริเวณที่ทำเลเซอร์จะมีสีผิวแดงอมชมพู คล้ายตากแดดจัดประมาณ 2-3 วัน

-ผิวหนังจะมีสีเข้มขึ้น เรียกว่า “Bronzing” และจะค่อยๆ จางไปภายใน 7-10 วัน

-มีอาการแสบร้อนหลังทำเลเซอร์ จะมีเจ้าหน้าที่ประคบเย็นให้

-ในบางรายอาจจะมีผิวหนังบวมอยู่ประมาณ 2-3 วัน

การดูแลผิวหลังการรักษา

-ล้างทำความสะอาดผิวหน้าได้ตามปกติ ควรหลีกเลี่ยงน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เพราะอาจทำให้ระคายเคืองผิวหน้า

-ควรทาครีมบำรุงผิวหรือโลชั่น เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

-ควรใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง

-สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

-ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ประมาณ 1 สัปดาห์หลังการรักษา     


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อะไรก็ได้



ความเห็น (0)