โดย นางสาวธนาภรณ์ รักงาม ชั้น ม.6/4 เลขที่ 4
ตากใบ
นิทานเรื่องนี้มีผู้บันทึกไว้ในหนังสือของจังหวัด นราธิวาส ไว้ดังนี้
."เมื่อ
ประมาณ 400 ปีมาแล้ว ในราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น
มีพ่อค้าจีนคนหนึ่งล่องเรือสำเภามาจากประเทศจีน
เพื่อไปขายสินค้ายังแหลมมลายู ในเรือสำเภานั้นได้บรรทุกสินค้า
เครื่องปั้นดินเผามาเต็มลำเรือ เช่น เครื่องลายคราม ชามเบญจรงค์ โอ่ง ไห
ลายมังกร เป็นต้น สินค้าเหล่านี้มีลวดลายสีสันงดงามมาก
วันหนึ่งขณะ
ที่เรือสำเภาแล่นอยุ่กลางทะเลใกล้ปากอ่าวทางตอนใต้ของไทย ได้บังเกิดลมพายุ
คลื่นลมแรงจัดมาก จนในที่สุดเรือกำลังจะจม
พ่อค้าจีนจึงได้สั่งให้ปลดใบเรือลง จากนั้นเรือค่อย ๆ จมลงในท้องทะเล
พ่อ
ค้าจีน ไต้ก๋ง
พร้อมลุกเรือทุกคนได้พยายามช่วยเหลือตัวเองจนสามารถขึ้นเกาะที่อุดมสมบุรณ์
แห่งหนึ่งได้ทุกคน เมื่อคลื่นลมสงบ
ทุกคนจึงพากันไปกู้เรือและนำสินค้าขึ้นฝั่งได้สำเร็จ
จากนั้นจึงเอาใบเรือเสื้อผ้า ขึ้นไปตากตามต้นไม้และกิ่งไม้
มี
แขกมลายูคนหนึ่งมีอาชีพตัดไม้ไปขาย
ได้มาตัดไม้ใกล้บริเวณที่พ่อค้าจีนตากใบเรือและเสื้อผ้า
เมื่อเห็นสิ่งเหล่านั้น แขกมลายูจึงคิดที่จะขดมย
จึงไปตัดต้นไม้ที่มีเสื้อผ้าตากอยู่
แต่พ่อค้าจีนและลูกเรือกลับมาเห็นเสียก่อนจึงร้องตะโกนขึ้นว่า เจ๊ะ....เฮ้ ๆ
ๆ ๆ เอาเสื้อผ้าอั้วคืนมา แขกมลายูตกใจมาก
จึงกล่าวขอโทษและรักปากว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก
พ่อค้าจีนและลูกเรือทั้งหมดจึงยกโทษให้
และได้อาศัยทำมาหากินบนเกาะนี้อย่างมีความสุข
ต่อมาได้มีพ่อค้าสำ
เภาาจีนลำอื่นล่องเรือมาค้าขายบนเกาะนี้มากขึ้น
สินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาขายมีชามเบญจรงคฺ์ โอ่ง ไหลายมังกร เครื่องลายคราม
จนทำให้ชาวเกาะแห่งนี้มีเครื่องใช้เหล่านี้ทุกครัวเรือน นับเป็นการนำศิลปะ
ประติมากรรมมาเผยแพร่ในประเทศไทย จนถึงทุกวันนี้
ซึ่งสามารถไปชมได้ที่วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส"
ตำนานพื้นบ้านนี้เป็นตำนานของชาวบ้านที่นราธิวาส
ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างคนมลายูพื้นเมืองกับพ่อค้าจีน
ที่มาจากทางทะเลตรงตามสภาพภูมิศาสตร์จริงๆ
อ้างอิง http://www.bunnarak.com/index.php?topic=104.0
ฃ
ดีค่ะแต่อยากให้มีขอคิดจากเรื่องด้วยค่ะ