จากบทความที่แล้วคือ ความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย Burn injury ผู้ป่วยแผลไหม้จะไม่สามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตบางอย่างได้ ซึ่งทำให้คุณภาพในการดำเนินชีวิตลดลงไปด้วย

ในทางกิจกรรมบำบัดจะมีแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแผลไหม้ให้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

  - เมื่อผู้ป่วยแผลไหม้ยังอยู่ในห้อง ICU นักกิจกรรมบำบัดจะใส่ splint ให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อติด

  - ใช้เทคนิค Scar management เพื่อให้ผิวหนังส่งที่เกิดมาใหม่เกิดการหดรั้งน้อยที่สุด  เช่น Pressure garment

- ฟื้นฟูให้ผู้ป่วยกลับมาทำกิจวัตรประจำวัน ทำงานและงานอดิเรกได้ 

- แนะนำผู้ป่วยในการใช้ชีวิตโดยที่ร่างกายเกิดความจำกัดในการทำกิจกรรม

- มีการให้อุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมได้ด้วยตนเองให้มากที่สุด 

- ปรับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เอื้อต่อการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย เช่น หากผู้ป่วยมีการหดรั้งของผิวหนังจากหน้าอกมาที่แขนท่อนบนจะส่งผลให้ผู้ป่วยยกแขนขึ้นสูงไม่ได้ ดังนั้นก็ปรับโดยการวางของให้อยู่ข้างล่างเพื่อสะดวกในการหยิบใช้งาน

ตัวอย่าง

การใส่ Pressure garment

การเกิดแผลเป็นที่หดรั้งผิวหนังทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำกิจกรรม


  จากแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแผลไหม้แต่ยังมีอีกปัจจัยที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นได้ก็คือ กำลังใจจากครอบครัวและการยอมรับของคนในสังคม

                แผลไหม้นอกจากที่จะส่งผลให้เกิดความบกพร่องในด้านร่างกายแล้วยังส่งผลต่อในด้านจิตใจของผู้ป่วยอีกด้วย ดังนั้นผู้ป่วยที่เกิดแผลไหม้มักจะมีอาการซึมเศร้า เครียด หวาดกลัว วิตก กังวล สับสนและอาจมีปัญหาในการปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง อาการเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่มีความสุขในการดำเนินชีวิตได้



อ้างอิงภาพที่ 1 :http://www.resurgeafrica.org/Medical/burns_treatment_detail.html

อ้างอิงภาพที่ 2 :http://shortnotesinplasticsurgery.wordpress.com/category/chapters/chapter-18-part-3/

อ้างอิงภาพที่ 3 :http://www.skinmed.com/scarring/burn-recovery.php