ตอบคำถาม


ฉันมักถูกถามเสมอว่า  ธรรมะมีอะไรดีเหรอ ถึงสนใจ ใส่ใจนัก เห็นโพสต์ เขียน พูด หรือทำอะไรก็ชอบอ้างอิงถึงข้อธรรมโน้นนี้อยู่เสมอ  หรือว่าว่างนัก หรือไม่มีอะไรจะทำ  หรืออกหักรักคุดมาจนต้องพึ่งธรรมะ ฯลฯ ฉันก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรว่าทำไมทุกวันนี้ฉันจึงคุ้นชินอยู่กับการพูด การคิดที่มีสิ่งที่คนเรียกว่าธรรมะมาเกี่ยวข้องอยู่กับการใช้ชีวิตเสมอ ๆ  แต่เท่าที่รู้ มันไม่ได้อยู่ดี ๆ แล้ว เกิดขึ้นมาเองนะ  มันคงเริ่มต้นมาจากการที่ฉันได้ไปปฏิบัติธรรมครั้งแรกในชีวิต (ภาษาธรรมเรียก น้อมใจเข้าไป) และจากนั้นก็ศึกษา ปฏิบัติ และสะสมมาเรื่อย ๆ มากกว่า  ซึ่งครั้งแรกที่ไปปฏิบัติธรรมนั้น ที่จริงก็ไปด้วยความคิดจะเอาชนะคะคาน กับความรู้สึกของตัวเอง และอยากพิสูจน์เรื่องที่รู้สึกสลดหดหู่ใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม ว่าทำไมคนที่ปฏิบัติธรรมมากมาย นุ่งขาวห่มขาว บอกว่าไปปฏิบัติธรรม และไปวัดอยู่บ่อย ๆ จึงยังมีพฤติกรรมที่ไม่เห็นว่าจะแตกต่างจากฉันและคนอีกมากมายที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมเลย  อีกทั้งฉันยังสงสัยในเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับสงฆ์ ที่เป็นผู้ที่มีหน้าที่เผยแพร่พระธรรมโดยตรงที่มีเรื่องทำผิดวินัยให้เห็นอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าเรื่องอบายมุข หรือเรื่องสีกา หรืออื่น ๆ ว่ามีวิธีศึกษาธรรมกันอย่างไร, ไหนจะเรื่องที่ว่าทำไมวัดต่างๆ ชอบสร้างวัตถุ ทั้งสถานที่ ทั้งพระพุทธรูปต่างๆ ทั้ง ๆ ที่ก็มีอยู่มากจนเกินความจำเป็นแล้ว หรือเรื่องเกี่ยวกับการทำเครื่องลางของขลังและเรื่องไสยศาสตร์-เวทย์มนต์ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับธรรมะทั้งสิ้น แต่ก็ไม่เห็นว่าธรรมะจะช่วยอะไรได้เลย แต่ยังไง ๆ ใคร ๆ อีกมากมาย ก็ยังคงบอกว่าธรรมะนั้นดีอยู่นั่นแหละ แล้วมันดีจริงหรือเปล่า  ฉันก็เลยอยากไปลองพิสูจน์ด้วยตัวเองดูสักหน่อย และเมื่อเป็นเช่นนี้ก็จำต้องไปปฏิบัติธรรม ก็พอดีมีโอกาสเหมาะด้วย เลยได้ไป อีกอย่างคงเป็นเพราะมาเจอกับคำว่า “เพียงแค่พลิกฝ่ามือ” คือธรรมสามารถเปลี่ยนความคิด และชีวิตได้ อะไรทำนองนี้ มันท้าทายนะ แค่เพียงสัปดาห์เดียวจะเห็นผลทางจิตใจ จะรู้สึกได้เลยว่าความคิดความอ่านต่างไปจากเดิมได้  เท่านั้นแหละ ฉันก็ตัดสินใจไปในทันที และเมื่อไปลองจนครบตามนั้นทั้งทฤษฏี และปฏิบัติด้วยตัวเอง สักระยะก็บอกได้เลยว่า “เออมันดีจริง” และเชื่อว่าธรรมะนี้ดีจริงแต่นั้นมา (อยู่ที่ว่าเราจะเข้าใจ และใช้มันถูกทางและบ่อยแค่ไหน)  จากการทำตัวอยู่ใกล้ชิดกับธรรมะทำให้เข้าใจได้เลยว่าทำไมสงฆ์บางรูปหรือผู้เรียกตัวว่าผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนไม่น้อยยังคงมีพฤติกรรมไม่อยู่ในวินัย หรือไม่มีคุณธรรมความดีให้เห็นมากนัก  ซึ่งฉันสรุปเอาเองนะว่า นั่นก็เพราะไม่ได้ศึกษา ไม่ได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงๆ จริงจัง และสม่ำเสมอนั่นเอง  ทีนี้เมื่อเห็นว่าดีจริง ก็เลยไม่เคยห่างการปฏิบัติธรรมอีกเลย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตไปจากเดิมนะ ฉันก็ยังคงใช้ชีวิตปกติทุกอย่าง เพียงแต่ว่ามีเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินจงกรม นั่งสมาธิ สวดมนต์ และหมั่นหาข้อธรรมะต่าง ๆ มาใช้ให้เหมาะกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตก็เท่านั้น  ที่สำคัญคือมีความตระหนักในการใช้ชีวิตมากขึ้น (มีสติ และใช้ข้อธรรมมากและบ่อยขึ้น), รู้จักกลั่นกรองอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ เช่น รัก โลภ โกรธ หลง นินทา ไม่หูเบา เอาพวก หรืออะไรทำนองนี้มากขึ้น เช่น ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนก็ฝึกเอาข้อธรรมะของพระพุทธองค์มาใช้ให้บ่อยมากขึ้น เท่าที่จะนึกได้, ฝึกความมีเมตตา หรือเข้าใจคน, คิดดีคิดงาม ฯลฯ อะไรทำนองนี้มากขึ้น  ซึ่งนั่นก็น่าจะทำให้ติดเป็นนิสัย และกลายเป็นความสนใจใฝ่รู้ ทีนี้พอมีปัญหาอะไร ก็จะคิดว่ามีธรรมะข้อไหนใช้ได้นะ  เพราะที่ผ่านมา ใช้ทีไรได้ประโยชน์ทุกที  ก็เลยทำมาเรื่อย ๆ ทีนี้พอหาเจอหรือได้รับอะไรมา ก็ชอบเอามาแชร์มาโพสต์ไง มันเลยมาลอยอยู่ตามกระดานสนทนาดังที่ได้เห็นกัน

นั่นแหละเป็นที่มา ดังนั้นสรุปว่าจากวันนั้นถึงวันนี้ก็มีเพียงสิ่งนี้สิ่งเดียวที่เพิ่มมาในชีวิต คือการปฏิบัติและข้อธรรมต่าง ๆ นี่แหละที่หันมาสนใจและเป็นสิ่งที่เข้ามาใหม่ และยังคงอยู่ยั้งยืนยงในใจมาตลอดถึงวันนี้  และเชื่อว่าสิ่งที่ได้เริ่มและทำมาจนถึงบัดนี้คงสะสมบ่มเพาะมากขึ้น  และสิ่งที่สะสมนี่น่าจะเป็นของดีเป็นแน่แท้ เพราะชีวิตจากวันนั้น จนถึงวันนี้ มีแต่ความสุข สุขทั้งกาย สุขทั้งใจ เรียกได้ว่าสุขจากการมีสติปัญญาที่รู้เท่าทันใจตัวเอง คือเป็นนายของใจตัวเองได้ ซึ่งทำให้เวลาทำอะไรต่างๆ ก็ใช้สติปัญญา รวมถึงข้อธรรมต่าง ๆ ที่ตัวรู้ มาพิจารณา ตัดสินการกระทำของตัวเองว่าผิด ชอบ ชั่ว ดีอย่างไร ตามความเป็นจริง และไม่ไปเที่ยวพิจารณาคนอื่น ว่าเข้าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  เพราะเราเปลี่ยนเขาไม่ได้  และแม้สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้ทำไปแล้วอาจไม่ได้ผลดีที่สุด แต่ก็ได้ใคร่ครวญอย่างรอบคอบทุกครั้งด้วยปัญญาที่มีอยู่น้อยนิด และก็รับผลที่มาจากการตัดสินใจกระทำได้อย่างเต็มภาคภูมิ  เมื่อรับได้อย่างนี้ อะไร ๆ ก็เลยไม่เป็นปัญหา (ทุกข์) จึงอยู่ได้อย่างโล่งอกโล่งใจเสมอ   ทุกวันนี้ก็ฝึกรับ รับ ส่ง ส่ง กับสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิตด้วยการใช้สติ ปัญญาที่มีอยู่ด้วยการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ไปตามจริงนั่นแหละ (แบบไม่มีอารมณ์นะ เพราะอันไหนเป็นอารมณ์ก็รู้ว่าเป็นอารมณ์ ไม่เอามันมาใช้) เค้าเรียกว่าฝึกตนมั๊ง  มาถึงวันนี้จึงทำให้ฉันมีศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และแสดงออกมาให้เพื่อน ๆ ผู้ขี้สงสัยทั้งหลายได้เห็นแบบนี้อ่ะ และเพราะรัก และเห็นว่ามีประโยชน์ไง และก็ใช้ได้จริงด้วย (เพราะลองมาเอง) เลยชอบมาแปะไว้ให้ดู ทีนี้หวังว่าจะไม่มาถามกันอีกนะว่าทำไมชอบพูด ชอบพร่ำเรื่องธรรมนัก  

ไหน ๆ ก็พร่ำมานาน ก็เลยขอฝากข้อคิดให้เพื่อน ๆ อ่านสักนิดถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเรื่องธรรมะว่า   หากเราคิดว่า “น้ำแม้เพียงหนึ่งหยดมีค่ามากในเวลาที่เรากระหายฉันใด   ธรรมะของพระพุทธเจ้าแม้เพียงข้อเดียวก็ย่อมมีค่าฉันนั้น”  ฉะนั้นขอเพียงใครก็ตามที่ยังสงสัย หรือแอบ ๆ กล้า ๆ กลัว ๆ อาย ๆ ที่จะน้อมใจตัวเข้ามาพิจารณาะธรรมะเพื่อมาใช้ในชีวิต ลองพิจารณาเรื่องนี้ และลงมือทำดูจริง ๆ สักครั้ง  แล้วจะได้เห็นผลของมัน  ไม่เชื่อ คุณลองหยุดเพ่งความผิดคนคนหนึ่งแล้วเปลี่ยนมุมมาคิดถึงเค้าในแง่ดี ๆ แล้วให้อภัยเขาสักครั้งสิ  หรือลองมีเมตตากับใครก็ได้สักนิด ผลที่ได้รับในใจคุณจะเป็นอย่างไร  แต่หากคุณมัวแต่คิด มัวแต่ตั้งแง่กับการน้อมนำเอาธรรมะมาใช้ และเฝ้าหาเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมายมาประกอบการไม่ยอมทำ คุณก็จะเสียเวลาไปกับมันอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า  แทนที่จะเอาเวลานั้นมาพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไป  ขอยกเอาคำของท่านพุทธทาสที่ว่า “นิพพานชิมลอง” มาเล่าให้ฟัง ที่ท่านว่า นิพพานก็เหมือนสินค้าแหละ เวลาคุณเลือกซื้อสินค้าคุณก็ทดลองก่อน ถูกใจแล้วค่อยซื้อ  นิพพานก็เหมือนกัน คุณลองดูก่อนได้นะ แล้วหากไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อ  ท่านพุทธทาสและพระอริยสงฆ์มากมายท่านได้ลิ้มลองให้พวกเราดูเรียบร้อยแล้ว และมีคนอีกไม่น้อยก็ได้ลิ้มลองสิ่งนี้แล้วเช่นกัน  แล้วเราล่ะ จะเดินผ่าน หรือนิ่งเฉยอยู่อย่างนี้ไปตลอดเหรอ ไม่ลองสักนิดหรือ ตังค์ก็ไม่ต้องเสียนะ และเราไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งหมดนี่ ถ้า นิพพานมันแพง (ยาก) นัก กำลังไม่พอ (ไม่มีโอกาสปฏิบัติมาก) ก็ซื้อบางอย่างที่อยากซื้อหรือซื้อได้ก็พอ (เอาบางอย่างมาใช้ก็ได้) แต่หากต่อไปเกิดติดใจว่าดี จะซื้อมากขึ้นก็ไม่ว่ากัน 

ร่ายมาซะยาว ก็ถือว่าเป็นคำตอบให้หลายคนที่อยู่รายล้อมตัวฉัน (โดยเฉพาะญาติและเพื่อนสนิททั้งหลาย) ที่ชอบถาม ทั้งที่สนใจอยากรู้จริง ๆ  ถามอย่างปรามาส ถามทั้งหมั่นไส้ หรือจะด้วยอะไรก็แล้วแต่ว่าทำไมฉันถึงชอบและติดในเรื่องธรรมะมากมายขนาดนี้ (ที่จริงฉันว่าฉันพอดีนะ) จะได้เข้าใจฉันมากขึ้น  ว่าคนปฏิบัติธรรมไม่ได้ต่างจากคนธรรมดา ไม่ได้อยู่คนละชั้น เหมือน celeb กะคนหาเช้ากินค่ำอย่างเราๆ  เพียงแต่เค้าสนใจในธรรมะที่สามารถเอามาฝึกตนดูตน แทนที่จะมัวเที่ยวเพ่งดูคนอื่นก็เท่านั้น  เรียกง่าย ๆ  ว่าอยากเป็นคนดีอ่ะ อยากไปสวรรค์ (ที่ซึ่งไม่รู้อยู่ตรงไหน) 

สุดท้ายนี้…. (ตามธรรมเนียมปฏิบัติ) ขอให้ผู้สนใจในความเป็นคนติดในธรรมะมากอย่างฉัน ได้มีโอกาสลิ้มลองรสพระธรรมของพระพุทธองค์จากการน้อมนำเอาธรรมง่าย ๆ เข้ามาใช้ในชีวิต และได้เห็นผลของมันด้วยการฝึกปฏิบัติด้วยตัวเอง ทีนี้เชื่อว่าพรใด ๆ ที่ให้มาก็คงจะไม่เป็นที่ปรารถนาของคุณอีกแล้ว ด้วยเพราะคุณจะได้พบกับสิ่งนั้นด้วยใจของคุณเอง.

หมายเลขบันทึก: 519500เขียนเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2013 20:28 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 ตุลาคม 2020 15:05 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (6)

@ Bright_Lily ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ

อ่านบันทึกทั้งห้าเรื่องของคุณแล้วชอบค่ะเขีียนตรงดี..สัมผัสได้ด้วยใจ

สวัสดีค่ะคุณใจดี

*พักเบรก...ตั้งใจเข้ามาอ่านช้าๆ ย่อยไปด้วยทีละน้อย  อืมม์...ขอบพระคุณค่ะ.. เป็นประโยชน์มาก..ข้้อคิดดีๆสำหรับเช้าวันนี้

*เป็นบันทึกที่ใช้ภาษาเข้าใจไม่ยากนัก  ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยแก่นสารชวนคิด ที่ผ่านการปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว  

...ขอน้อมนำพระธรรมมาจรรโลงใจเช่นกัน โดยฝึกปฏิบัติจากเรื่องใกล้ๆตัว ทีละน้อย ...ฝึกเรียนรู้ดูใจตนค่ะ  ได้ผลเป็นเช่นไร อาจจะเขียนมาแลกเปลี่ยนค่ะ :-))

ขอขอบคุณคุณนิรันตะรา และคุณสุชาติ์มณีมากนะคะ ที่ให้กำลังใจค่ะ  หากมีสิ่งใดแนะนำยินดีรับฟังนะคะ ขอให้เป็นวันที่สดชื่น ๆ ค่ะ

เห็นด้วยกับคุณสุชาติ์มณีค่ะ  ถ้าคุณคนใจดีเขียนจะเข้ามาติดตามอ่านค่ะ ช่วงนี้อาจหายไปสักพักใหญ่ ๆ เพราะต้องไปดูแลพี่สาวหลังรับการผ่าตัดพรุ่งนี้ค่ะ ยังไงก็อนุโมทนาบุญกับความตั้งใจปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ของคุณคนใจดีด้วยนะคะ^^

ขอบคุณมากค่ะ และขอให้พี่สาวคุณนิรันตะรามีกำลังใจดีและแข็งแรงโดยเร็วนะคะ...สาธุค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี