วันนี้ไม่แน่ใจว่า "ตัวเองโล่งใจ หรือติดค้างกันแน่" แต่ที่แน่ๆน่าจะเป็นเรื่องราวใจ 

ได้ยินจากปลายสาย น้องบ่าวได้เสีชีวิตลงแล้ว คำถามต่อมา น้องเป็นอย่างไรบ้างตอนเสียชีวิต 

ก็เป็นเหมือนตอนพี่มาเยี่ยมนั้นละ สุดท้ายดวงตาก็ลืมตามอง ข้างหน้าตลอดเวลา จนสุดท้ายจริงๆ

คำถาม แล้วแม่กับพี่สาวอยู่ทันน้องก่อนสิ้นลมหรือเปล่า? อยู่ตลอด ...

 แม่เป็นอย่างไรบ้าง? (ความคิด) น่าจะOK นั้น ความคิดเรา เพราะเหตุที่เราว่า พูดคุย ทำความเข้าใจและระบายกันตลอด (แต่ก็อาจไม่ใช่ เพราะนี้เป็นการสูญเสียจริงๆ) มันเป็นความรู้สึก มากกว่า ความเป็นเหตุผล

"โล่งใจ หรือติดค้าง กันแน่"

มีที่มาที่ไป เพราะน้องบ่าวผู้ชายที่อายุเพียง 16 ปี ตามนิยามน่าจะเด็กชาย แต่เค้าแกร่งมากเกนคำว่าเด็กชายจริงๆ แต่ในความแกร่ง ต่อการเดินทางที่ต่อสู้มาตลอดระยะเวลาความเจ็บป่วย น้องเอย พี่เหนื่อยล้าแทนน้อง แต่คำนี้ พี่ไม่เคยเห็นในน้องเลย แม้นทีมแพทย์ พยาบาลจะเข้าใจและยอมรับได้ แต่น้องก็ยังมีความหวัง หล่อเลี้ยงตลอด หล่อเลี้ยงแต่หวังผลไม่ได้ รู้สึกใจน้อยเล็กๆกับคำนี้เหมือนกัน

 ในช่วงท้ายของการดูแล เรามาหาน้องบ่อยขึ้น ตามโอกาส ที่เราจะsetไว้ เลือกเลย ว่าเรื่องนี้ต้องทำก่อน มาเป็นกำลังใจให้น้อง และมาดูตัวเรา ตลอดช่วงเวลาแต่ละครั้งที่มาหาน้อง 

ทุกครั้งที่มาเยี่ยม เราจะเห็นสายตาคู่นั้น เบิกมองมาข้างหน้าตลอดเวลา  ดวงตาที่ดูจะมีขนาดที่โต เมื่อเทียบกับใบหน้าที่ผอมแห้ง เป้าตาลึกโหล ทำให้เด่นชัด เป็นดวงตาที่แข็งกร้าว(ในความรู้สึกพี่) มันมุ่งมั่น หรือมันเป็นความกลัว หรือมันเป็นดวงตาที่มีความหวัง หรือต้องการส่อแสดงให้เห็นถึงพลังบ้างอย่าง สุดจะคาดเดา ตามปัจเฉกบุคคลที่พบเห็น แต่สำหรับพี่ มันทำให้พี่รู้สึก อึดอัดใจ ลำบากใจ  และต้องการคลี่คลาย นั้นคือเข้าไปมาส่วนร่วม ช่วยเหลือหรือคลี่คลาย ความอึดอัดใจของตนเอง  แม้นคำพูดคำบอกกล่าวใดๆก็ไม่อาจทำให้ดวงตาในสายตาค่นั้นผ่อนเบาลงได้เลย แม้นยาแก้ปวด ยาให้หลับพักสงบ ไม่เป็นผลต่อดวงตาคู่นั้น ที่ยื่นกรานส่องแสดงให้เห็น เราพยายามช่วยเหลือในการปรับจูนความคิดน้องมาตลอดที่เราดูแลกันมา มิใช่เพียงตอนนี้เท่านั้น แต่ที่เราทำผ่านมาดูจะเป็นผลน้อยมาก เรา.....เป็นอย่างไร เข้าไม่ถึงคนไข้ หรือเรามาไม่ถูกทาง หรือเรายังทำไม่พอ คำถามเยอะพอควร และสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดก็เกิด น้องปิดตาไม่ลง และมีแขน 2 ข้างที่ตั้งตรงตลอดเวลามือที่ผอมแห้ง นิ้วที่ยาวเรียว สั่นไหวอยู่เบื้องหน้าตลอดเวลา เหมือนไขว้คว้า เราว่าอย่างนั้น แต่อาจเป็นอย่างอื่นก็ได้นะแย ..พี่หวั่นใจเหลือเกิน น้องเอย น้องต้องการสิ่งใด เอยถาม แต่ไม่มีคำตอบ เหมือนน้องสบายใจที่จะทำเช่นนั้น หรือเราพยายามน้อยไป หรือเพราะบุญกรรม หรือเพราะนั้น คือความปรารถนาสุดท้าย "ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความหวัง"

"บ้านนี้ร่างกายน้ำ มันเสื่อมมันผุพัง เปลี่ยนไปอยู่บ้านใหม่เถอะน้อง " ประโยคที่ต้องการปรับจูนน้องจากพี่ที่ร่วมดูแลด้วยกัน เป็นคำพูดที่ดีด้วยเหตุผลและน่่าส่งผลต่อความรู้สึกด้วย  แต่สำหรับน้องพี่ไม่กล้าจะกล่าวคำนี้เลย

เมื่อน้องจากไป โล่งใจน้องไม่ทรมาน แต่ติดนิดเดียว เราช่วยน้องให้ปล่อยวางไม่ได้ก่อนไป แต่เมื่อคือว่า นี้คือ ภาระกิจค้างคาสุดท้ายที่น้องต้องการทำ คือ การต่อสู้การแสดงให้เห็นถึงความหวัง ความมุ่งมั่น  เมื่อถึงเวลานี้น้องได้ทำในสิ่งที่น้องต้องการแล้ว ขอน้องจงไปสู่ในสิ่งที่ดีงามเถอะ......น้องบ่าว


พี่ขอบคุณที่น้องให้พี่ได้เรียนรู้ได้เข้าใจทั้งตัวน้องบ่าวเอง ครอบครัว และตัวพี่และทีม .......ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน