ครูดีต้องพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิจัยในชั้นเรียน


พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 และ 24


มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ

มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังต่อไปนี้
  (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
  (2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
  (3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็นและทำเป็น รักการอ่านและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง
  (4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในทุกวิชา
  (5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ
  (6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชนทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ


จาก พ.ร.บ. ฯ น้จึงเข้าใจบทบาทของความเป็นครูดีว่า ต้องจัดการเรียนรู้ควบคู่กับหลากหลายเทคนิควิธีและที่จะขาดเสียมิได้ คือ  วิจัย  


กระบวนการเรียนรู้ที่ต้องมีเรื่องของการวิจัยเข้ามามีส่วนร่วม  หมายถึง  การพัฒนาการเรียนรู้หลังจากการจัดการเรียนในแต่ละครั้ง  ที่สมบูรณ์ที่สุด  ครูผู้จัดการเรียนรู้จะต้องบันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้  โดยมีรายละเอียดเรื่องของปัญหา และข้อเสนอแนะ   ดังนั้น  การช่วยเหลือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนนั้น  ต่อมา ก็จะมาเป็น  วิจัยในชั้นเรียนหลายๆท่านปฏิเสธไม่ได้  ถึงแม้ว่า  ยังไม่เคยเข้าเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาก็ตาม   แต่เมื่อบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ.แล้ว   ครูทุกท่านต้องมีงานวิจัยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 วิจัย  เหมือนโปรแกรมบังคับกันเลย 

 

ครูหลายๆท่านกังวลกับเรื่องวิจัยเป็นอย่างมาก  เป็นเรื่องที่ดีที่ท่านตื่นตัวกัน   แต่ไม่ต้องถึงขนาดกังวล  เพราะ งานวิจัยในชั้นเรียนนั้น  ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยาก  มันคือ  งานที่ท่านได้ปฏิบัติกันมานานโข   แต่ท่านเพียงยังไม่รู้วิธีการ จับ หยิบ งานของท่านแต่ละงาน มาเขียนเรียงร้อย จัดกระทำข้อมูล  ให้เป็นงานวิจัยในชั้นเรียน  เท่านั้นเอง  


ขอเป็นกำลังใจให้กับ ครูดีต้องพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิจัยในชั้นเรียน

หมายเลขบันทึก: 516778เขียนเมื่อ 19 มกราคม 2013 06:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 มกราคม 2013 07:02 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (4)

ขอบคุณ คุณ สันติสุข สันติศาสนสุข มากๆค่ะ

กำลังจะนอน  มีดอกไม้มามอบให้แบบนี้ ต้องเขียนอีกสัก 1 เรื่องแล้วค่ะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ

ขอบคุณ คุณย่า บุษยมาศ มากๆค่ะ คุณยายกำลังจะไปนอนแล้ว  สงสัยจะต้องเขียนอีก 1 เรื่องค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ น้อง krutoom ที่มอบดอกไม้กำลังใจให้ครูอ้อย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี