กระเช้าลอยฟ้า..ขนส่งมวลชนราคาถูกมากและรวดเร็วสำหรับกทม.

วันนี้จะมาเสนออะไรแปลกด้วยเทคโนโลยีเก่าๆ มันคือ กระเช้าลอยฟ้าครับ เหมือนที่เขาใช้ส่งนักเล่นสกีขึ้นไปบนเขาสูง ระยะทางยาวเป็นหลายกิโล (แต่นานๆ เคยมีลวดสลิงขาด ตกมาตายกันเหมือนกันนะ) 

เสากระเช้าของเราจะปักไว้ที่เกาะกลางถนนครับ เป็นเสาเดี่ยว ลักษณะคล้ายตัว I แล้วด้านบนตัว I นี้ก็เอาตัว U ไปวางไว้ เลยคล้ายซ่อมจิ้มหมูย่างบาร์บีคิวของฝรั่ง ...เสานี้จะปักห่างกันประมาณ 100 เมตร จากนั้น เอาลวดสลิงยักษ์ไปห้อยไว้ที่ริมขอบนอกของตัว U ขึงวนเป็น loop ไปกลับ เช่น ขาไปยาว 3 กม. ขากลับ อีก 3 กม. รวมเป็น 6 กม. 

แต่สลิงนี้จะนิ่งอยู่กับที่นะครับ ไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อลากรถกระเช้า เหมือนของสกี โดยเราจะให้มันทำหน้าที่เป็นรางกระเช้านั่นเอง ดังนั้นจะมีสลิงสามเส้น ขึงขนานกันโดยเว้นระยะห่างกันในแนวดิ่ง เท่ากับว่าเรามีรางสามรางคู่ขนานนั่นเอง 

จากนั้นเราเอากระเช้ามาห้อยติดกับรางทั้งสาม กระเช้าอาจกว้างสัก ๓เมตร ยาวสัก ๒๐ เมตร บรรทุกคนได้สัก 100 คน กระเช้าแต่ละขบวนอาจห่างกันสัก ๓๐๐ เมตร. (ดังนั้น 6 กม. จะมี ๒๐ ขบวน) ล้อกระเช้าจะวางอยู่บนสลิง มีมอเตอร์ไฟฟ้า หมุนล้อ (แบบรถรางยังไงยังงั้น กระแสไฟก็เอามาจากสายไฟฟ้าด้านนอกแหละ) 

การที่มีสลิงสามเส้น ก็เพื่อความมั่นคง (ไม่แกว่ง ) อีกทั้งยังเป็นระบบปลอดภัย กันหล่น หากมีเส้นใดเส้นหนึ่งขาด อีกสองเส้นยังยึดรถกระเช้าไว้ได้

สำหรับสถานีรับส่งคน ก็ทำเป็นชานชาลา มีบันไดขึ้น ไม่ต่างอะไรจากสะพานลอยข้ามถนน เพียงแต่เราหันสะพานลอยให้ขนานกับถนน แล้วเอาไปวางไว้ที่เกาะกลางถนน ระหว่างกลางสลิงทั้งสองด้าน ...แบบนี้ถูกมากเพราะชานเดียวใช้ได้กับรถทั้งสองด้าน

การเข้าจอดออกจากชานชาลา ทำโดยระบบควบคุมอัตโนมัติ ให้รถทุกคันวิ่งโดยไม่ตำก้นกันเอง

เท่านี้เราก็จะได้ระบบขนส่งมวลชนลอยฟ้า ที่รวดเร็ว (ไม่มีติดไฟแดง) และราคาแสนถูก เมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า หรือใต้ดิน (น่าจะถูกกว่า ๕ เท่าได้สบายๆ) โดยเราควรทำเป็นวัสดุมวลเบา รถทั้งคันอาจทำเป็นโครงอลูมินัม ถักด้วยตาข่าย (แบบที่ผมเสนอไปแล้วในการสร้างตึกสูงใหญ่ที่สุดในโลก ) เบาะที่นั่งเป็นแบบตาข่ายสานให้หมด มันจะได้เบาและไม่เป็นภาระต่อเสาที่ปักไว้มากนัก 

อย่าลืมด้วยว่า การวิ่งวนเป็น loop แบบนี้จะช่วยเฉลี่ยน้ำหนักด้านซ้ายขวาได้ด้วย ทำให้แรงโน้มเสาไม่เอียงเฉไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป นอกจากนี้ยังใส่ลูกเล่นทางวิศวกรรมให้โครงสร้างเสามันเสริมแรงยึดโยงกันได้อีกด้วย เช่น ปลายตัว U นั้นเอาจเอาสลิงไปขึ้งคร่อมไว้

ปัญหาสำคัญที่สุดคือ ความมั่นคงของฐานรากของเสา ซึ่งวันนี้วิศวกรโยธาไทยเราเก่งและมีนวัตกรรมมาก ผมว่าไม่เหลือวิสัยหรอกครับ เช่นหากเจาะวางเสาเข็มตรงๆ ไม่พอ ก็อาจทำ I beam คร่อมขวางถนนช่วยด้วยอีกแรง (ฝังใต้ถนน)

ผมขอประเมินราคาทดลองระยะทาง ๓ กม. (รวมไปกลับ) รถสัก ๔ ขบวน ประมาณราคาคือ

เสา ๓๐ ต้น ราคา ๔๕๐ ล้าน 

สลิงสามเส้น ๓๐ ล้าน

รถสี่คัน ๖๐ ล้าน 

ระบบควบคุม ๒๐ ล้าน 

ชานชาลาสถานี 4 แห่ง ๒๐ ล้าน

รวม ๕๘๐ ล้านบาท 

ในขณะที่ระบบรถไฟฟ้า BTS กม. ละ 4000 ล้าน  3 กม. ก็ 12,000 ล้านนะครับ

แบบนี้ค่ารถกระเช้า เราเก็บได้ถูกกว่ารถเมล์อีกกระมัง

ช่วยกันคิด และกระจายข่าวกันต่อไปนะครับ 

อยากให้ชาติไทยเป็นชาติแรกในโลกที่ทำแบบนี้ หน่วยงานใดสนใจ จะมาทดลองที่ ม.ผมก่อนก็ได้ ขนส่งนศ. จากหอพักมาห้องเรียน แวะจอดโรงอาหาร ห้องสมุด

...คนถางทาง (๓ มค. ๒๕๕๕)