ในพระพุทธศาสนามีข้อความหนึ่งที่พระมักนำมาอ้างอิงเพื่อชี้ถึงพื้นที่แห่งการทำบุญ ข้อความนั้นคือ "อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส" แปลตามบทสวดมนต์ว่า "พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า" สิ่งที่เราต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมคือ ๑) ใครคือพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า ๒) คำว่า "โลก" หมายถึงอะไร ๓) จริงหรือที่บอกว่า ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ๔) อะไรคือเนื้อนาบุญ และ ๕) ข้อความนี้เป็นข้อความสรรเสริญสังฆคุณ ดังนั้น ข้อความสรรเสริญจะมีนัยอย่างไร

ผมยังไม่ได้ให้เวลากับการหาความรู้เพิ่มตามนั้น แต่สิ่งที่ผมคิดคือ ทำอย่างไรให้สถานศึกษาเป็นนาบุญ หลายครั้งที่ผมเห็นเหล่าคนงาน คดข้าวห่อมาจากบ้าน มานิ่งกินรวมกัน บนลานดินไม่มีเสื่อปู ดูเหมือนเขาจะนั่งที่ไหนก็ได้ ยกเว้นที่ที่มีการจัดไว้สวยหรู เพราะความมอมแมมด้วยฝุ่นผงและสิ่งเปรอะเปื้อนอื่นใดจะไปทำให้ความสวยหรูหมองคล้ำ 

ผมเห็นหลายคนในองค์กรการศึกษาเป็นนักบุญ ชอบที่จะทำบุญ ซื้ออาหารเลี้ยงสุนัข มีโครงการปฏิบัติธรรมที่วัดนั้นวัดนี้ บางครั้งผมเห็นสามีภรรยานุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมในวันสำคัญ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่ดีมาก สิ่งที่น่าประหลาดคือ บางคนกลับมาห้ำหั่นคนในองค์กรเดียวกัน มีการฟ้องร้องกันทั้งที่เรียกกันว่าพี่และน้อง บางคนคอยสอดส่องว่าใครทำพลาดผิด ฯลฯ คนงานจำนวนหนึ่งยังอยู่แบบหาเช้ากินค่ำ ยังต้องกู้หนี้ยืมสิน ต้องทำงานไม่มีวันหยุด นอกจากคนงานแล้วยังมีกลุ่มอื่นๆอีกที่ยังขาดปัจจัยการยังชีพที่จำเป็น ทำให้คิดว่า เป็นไปได้ไหมกับการทำสถานศึกาาให้เป็นนาบุญ อย่างน้อยคือ โรงทานในพระพุทธศาสนาเพื่อแปรสภาพแนวคิดเป็นโครงการอาหารฟรีสักมื้อที่จะอิ่มหนำ คนงานบางคนชอบดื่มสุราเป็นอาจินต์ น่าจะมีวิธีการไหนหรือไม่ให้คนเหล่านี้ปลอดพ้นจากสภาพแบบนี้ ผมไม่ได้ปฏิเสธบางคนที่ดื่มเครื่องดื่มแบบนี้แล้วชีวิตดีขึ้น แต่เห็นว่าในบางคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเครื่องดื่มแบบนี้แล้วไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น มิหนำซ้ำ ตกต่ำกว่าเก่า สถานศึกษา น่าจะมีวิธีการไหนหรือไม่ในการติดปีกความคิด ในพุทธศาสนาเรียกว่า "ปัญญา" เพื่อให้คนบางคนได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา อย่างน้อยคือ โครงการอบรม โครงการการเพิ่มวุฒิการศึกษาสอดแทรกค่านิยมที่ควรจะเป็นใหม่เข้าไป

  สิ่งที่ควรทำเหล่านี้โดยที่เราไม่ต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัด ไปให้ทานกับพระสงฆ์ที่มีปัจจัยสี่สมบูรณ์แล้ว แต่เราเปลี่ยนมาให้แก่ผู้ที่ต้องการปัจจัยยังชีพอย่างแท้จริง