GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สิ่งที่เรียนรู้จากการทำ KM: (3) เรียนรู้ KM จากการปฏิบัติจริง

"พี่ไม่เข้าใจหละนะ ว่ามันเป็นการจัดการความรู้อย่างไร แต่เอาก็เอา"

      หลังจากจับแนวคิดการจัดการความรู้จากที่เล่าให้ฟังในบันทึกก่อน แล้ว  ตนเองก็ลองร่างตุ๊กตาโครงการ Patho Otop1  ซึ่งเป็นการบูรณาการแนวคิด KM เข้ากับโครงการพัฒนางาน  แล้วก็เอาให้อ.เสาวรัตน์ดู  เธอก็บอกว่า “พี่ไม่เข้าใจหละนะ ว่ามันเป็นการจัดการความรู้อย่างไร แต่เอาก็เอา” แล้วเราสองคนก็หาทีมงานเพิ่มอย่างที่เล่าให้ฟังในบันทึกก่อน  เราหาเอกสารอ่านเพิ่มเติมบ้าง ไม่มาก  นอกจากตนเองแล้ว ทีมงานอีกสามท่าน ก็ไม่ได้ไปอบรม KM ใดๆ   เราเปิดตัวโครงการ Patho Otop1 อย่างเป็นทางการเมื่อ มิ.ย 48 โดยไม่ได้บอกคนในภาคว่าเรากำลังทำ KM และไม่มีการอบรม KM ให้คนในภาคเลย   ตนเองประเมินว่า เทคนิคนี้ เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จสำคัญยิ่ง ที่ทำให้ KM เข้ามาให้เนียนในเนื้องานและฝังรากลงในจิตวิญญาณของคนพยาธิ

     ตนเองในฐานะหัวหน้าทีม ช่วยกำหนดทิศทางและแผนงาน  อ.จำนงค์ ช่วยกระบวนการกลุ่มบนเวทีนำเสนอ  อ.เสาวรัตน์ ช่วยบริหารโครงการ รวมทั้งให้คำแนะนำทีมนักพัฒนาต่างๆ ด้านกระบวนการพัฒนางาน  ส่วนพี่เม่ย ช่วยการดำเนินงานกลุ่มในภาพรวม รวมทั้งป็นพี่เลี้ยงให้ทีมพัฒนาหลายทีมให้ฝ่าฟันการเป็นมือใหม่ไปได้  นอกจากนี้ พี่เม่ยยังเป็นคุณลิขิตชั้นยอด ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมที่ดูแลในบล็อก ฮีมาโตหรรษา  เมื่อพิจารณาให้ดี เรามีจตุพลังทั้ง 4 ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คุณเอื้อ คุณอำนวย  คุณลิขิต และ คุณกิจ (ผู้เข้าร่วมโครงการ) ซึ่งตอนนั้น เราไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดเรื่องเหล่านี้เท่าไรเลย  แต่เราก็เรียนรู้จากที่ปฏิบัติจริงว่า การขับเคลื่อน KM ให้ได้ผลดีนั้น บทบาททั้งสี่นี้ เป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญ


     ในช่วงปลายปี 48 เป็นการนำเสนอผลงานของทีมต่างๆ  เราเห็นผลงานดีๆ จากคนหน้างาน เราเห็นการพัฒนาตนเองของพวกเขา พวกเราทีมงานรู้สึกดีมากๆ และ มั่นใจในกระบวนการที่เราได้ออกแบบกันมากขึ้น เราเดินหน้าด้วยการจัดสัมมนา (ก.พ. 49) แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติของสมาชิกทีมงานต่างๆ เพื่อหวังให้เขาได้เข้าใจในแนวคิดการจัดการความรู้อย่างเป็นทางการ (เสียที)  เราโชคดีที่อาจารย์วิจารณ์ให้เกียรติมาบรรยายแนวคิด KM ในการสัมมนาครั้งนี้และเป็นผู้มอบรางวัลผลงานต่างๆ ในพวกเรา  ผลการทำ AAR ส่วนใหญ่บอกว่าได้รับประโยชน์และชอบที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

     หลังจากนั้นเป็นต้นมา  ตนเองประเมินด้วยความรู้สึก  จากหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่  blogger หลายคนถ่ายทอดแนวคิด และ เรื่องราวทั้งของตนเอง และ ผู้ร่วมงานผ่าน gotoknow   จากการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏให้เห็นในตัวตนของคุณกิจใน Patho Otop2  ทำให้ตนเองมั่นใจว่า คุณกิจพยาธิหลายคน ได้ซึมซับแนวคิดและกระบวนการจัดการความรู้เข้าไปในวิถีชีวิตการทำงานของเขาแล้วอย่างเป็นธรรมชาติ  ผลที่เกิดขึ้นนี้ ตนเองมั่นใจว่า เกิดจากการที่เขาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติโดยแท้จริง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 51022
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ตำราจากประสบการณ์ตรงเล่มนี้"ไปโลด"แน่ค่ะ อาจารย์ ง่ายและชัดเจน กว่า "Learning To Fly" อีกค่ะ

ในฐานะลูกภาคฯที่ไม่ได้มีส่วนในการบุกเบิกการใช้ KM มาด้วย แต่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคนทำงานอย่างชัดเจนเมื่อกลับมาเริ่มทำงานอีกครั้ง และไม่ได้รับรู้หรือเข้าใจกระบวนการนี้ในทางทฤษฎีเลย แต่จากผลที่เห็นซึ่งเนียนอยู่ในเนื้องาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้กระบวนการ KM โดยการสัมผัสโดยตรง ซาบซึ้งกับกระบวนการนี้มากขึ้น จากการต่อยอดลงไปใน GotoKnow จนเกิดความรู้สึก อยากให้คนอื่นๆได้รับรู้ประโยขน์ด้วยตนเองด้วย 

จะเห็นว่าผลต่างๆที่ตามมาจากปฏิบัติจริง ไม่มีทางจะเกิดได้โดยการเรียนรู้ทางทฤษฎีเพียงทางเดียว

ขอบคุณอาจารย์ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้เรียนรู้ และเชื่อว่าอาจารย์ได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ คือความภูมิใจ ความอิ่มอกอิ่มใจไปเรียบร้อยแล้ว จึงมี"พลัง"ที่จะถ่ายทอดและสร้างสรรค์ต่อเนื่องไปไม่หยุดยั้งเช่นที่เป็นอยู่   

ชื่นชมในความมุ่งมั่นและความคิดในการหาทีมงาน จนทำให้ภาคฯพยาธิมีการพัฒนาจนได้รับความสำเร็จอย่างเห็นเป็นรูปธรรม

ในบทบาทของ  คุณอำนวย คุณเอื้อ คุณลิขิต และคุณกิจ จตุพลังทั้ง4 นี้  ยังแฝงด้วย บทบาทของคุณสะพัด ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอด/กระจ่ายความรู้ เพื่อต่อ ยอดผลงาน และเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานอื่นอีกด้วย เข้าทำนอง Learn..... Share.....Shine

คุณโอ๋ ดูท่าเรื่องหนังสือจะไปโลดจริงๆ อย่างที่คุณโอ๋หวังไว้ได้ ดู mail ที่ forward ไปให้

พี่จุดคะ สิ่งที่พี่จุดทำอยู่ มีเรื่องดีมากมาย แต่ยังขาดบทบาทบางอย่างที่จะช่วยขับเคลื่อนให้สมบูรณ์มากขึ้น หากมีอะไรให้ช่วย ยินดีค่ะ