นักวิชาการไทยระดับหรูในวันนี้  ส่วนมากไต่เต้ากันมาด้วยเส้นสายใยโยง  ไม่ต่างอะไรกับนักการเมืองไทย  หรือ นักธุรกิจ  หรือนักบริหารรัฐกิจ  ....ที่ไต่เต้ามาด้วยความสามารถตนเองล้วนๆ โดยไม่มีพวก มีสี มีดีกรี นั้น หาได้ยากมาก 


นักวิชาการ “กรรมมารอ”  พวกนี้  ทำอะไรไม่ค่อยเก่ง ยกเว้น การประดิษฐ์ถ้อยคำ  เช่น  วลี “โง่ เจ็บ จน”  ที่มายัดเยียดจนโด่งดังไปทั่ว 


โดยบอกอ้อมๆว่า ถ้าจะฉลาด สุข รวย   (แบบข้าพเจ้า)  ก็ต้องเรียนให้สูงๆ  ไปจบเมืองนอก  เพื่อกลับมาเป็นขี้ข้าฝรั่ง  ผูกไท ในห้องแอร์ แบบข้าพเจ้าสิ 


ธ่อ..ไอ้เอี้ย กรูละอยากจะอร้วก ...แบบนี้มันระบอบ ThugSin (โจรบาป)  ชัดๆ 


มรึงมีดีกรี  เอาปริญญาโง่ๆ ไปขาย ไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง จนมีรถเบนซ์ขี่ แล้วมรึงหาว่าคนไถนาเป็นคนโง่ จน ที่ต้องทนเจ็บต่อไป อย่างนั้นหรือ   ทั้งที่คนพวกนี้แหละที่เขาทำนา ไร่  ส่งเสียให้พวกมรึงไปเรียนนอก  ไอ้อิ๊บอ๋าย โง่ปานนี้ คิดไม่ออก  คิดได้แต่ว่าพ่อแมร่งมรึ่งส่งไปเรียน  แต่ถ้าไม่มีคนโง่พวกนี้รองฐาน แล้วพ่อแม่มรึ่งจะกลั่นเงินมาจากไหน ..กระบอกไม้ไผ่หรือไง ไอ้อิ๊บอ๋ายเอ๊ย


แล้วถามว่า ชีวิตพวกมรึง เคยคิดทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อพวก “โง่”  เหล่านั้นบ้างไหม นอกจาก เล่นหุ้น  และหรือ ตีพิมพ์วารสารวิชาการต่างชาติแก้กลุ้ม แก้เงี่ยน ไปวันๆ 


หรือว่าพวกมรึงสร้างวาทกรรม (วาทะเวรด้วย)  “โง่ เจ็บ จน”  จนติดตลาดมาเพียงเพื่อจะเอาไปหาทุนวิจัย เพื่อให้พวกมรึงได้ “ฉลาด  สุข รวย” ยิ่งๆ ขึ้นไป


กรูเคาะกะโหลกมรึงมาด้วยความรักและเมตตา  ถ้าไม่สำเหนียก ก็ลบหลู่ได้  เพราะกรูไม่ยึดติดอะไรแล้ว  (อยากจะยึดอยู่แต่ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดแล้ว เพราะประเทศนี้แมร่งไม่มีอะไรเหลือแล้ว ยกเว้นไ้อ้พวกโง่ สุข รวย ที่แสนหยะแหยง)


...คถท.  (พย.  ๕๕) 


ปล.. "คน" เราไม่ต่างกันมากนักหรอก   คนเสื้อแดงไม่ได้โง่  เพียงแต่ความโลภ หลง มันจรมา เป็นบางเวลาเท่านั้นเอง  ถ้าคิดออก ก็ชนะ  ธรรมมะครองเมือง  ถ้าคิดไม่ออกก็แพ้  เป็นขี้ข้าเขาต่อไปอีกนาน