การทำงานของพวกเราเหล่าจิตอาสามิตรภาพบำบัด 

เป็นการทำงานร่วมกันกับงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์

และกลุ่มงาน OPD MED และอีกหลายๆงานทั้งในรพ. และชุมชน 

ซึ่งนับว่าเป็นความพยายามแก้ปัญหาสุขภาพร่วมกัน แบบบูรณาการ

ประชาชนที่หันมาดูแลสุขภาพตนเองและเกิดความตระหนักรู้ในตัวตน ให้ความสำคัญ

ถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองที่จะต้องให้ความเอาใจใส่ในสุขภาพตนเองอย่างเข้าใจ และรู้ทันโรคที่เป็นอยู่ 

รู้และยอมรับเหตุแห่งการเกิดโรค เพราะอะไร แก้ที่ต้นเหตุ 

การให้ความรู้ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

และผู้ให้ความรู้พึงเข้าใจและนำความรู้จิตวิทยาการเรียนรู้ของผู้สูงวัย มาใช้ในการให้ความรู้

ยอมรับและตระหนักในความแตกต่างทางศักยภาพของผู้ป่วย/ผู้สูงวัย

รู้วิเคราะห์เลือกสรรกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้ป่วย ผู้สูงวัย 

และนำไปใช้อย่างเข้าใจแท้จริง

อีกทั้งการรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนตามวัฒนธรรมประเพณีดีงามของไทยเรา

ก็จะช่วยให้เข้าถึงจิตใจของผู้ป่วยอย่างแท้จริง จนเกิดเป็นความศรัทธา 

ซึ่งนับว่าวิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ดีที่จะได้สร้างศรัทธา เพื่อเปิดทางให้การทำงานช่วยเหลือคนนั้นมีแต่บวกกับบวก

เมื่อมีศรัทธาเกิดขึ้นแล้ว พึงสร้างกรรมดีสานต่อให้เป็นรูปธรรม มากยิ่งขึ้น ทั้งกาย วาจา ใจ

เพื่อให้การแก้ปัญหาสุขภาพชุมชนเห็นผล และความจริงใจ ความปรารถนาดี สู่หลักธรรมพรหมวิหาร 4 

ที่มนุษย์พึงมีให้กันและกัน  ละทิ้งตัวตน ของกู ของตนลงเสียบ้าง ไม่มีของกู ไม่มีของตน 

หากก่อให้เกิดคุณค่าของการพัฒนาจิต นำไปสู่จิตใจที่ดีงาม  

นี่ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเป็นแบบนี้ 

บอกให้รู้  ให้เข้าใจ  ทำให้เห็น ชวนให้ทำ ชวนทำด้วยกัน 

ให้ปรากฏผลชัดเป็นปัจจุบันขณะ 

เพื่ออะไร เพื่อจะได้มีอายุที่ยืนยาวอย่างคนมีสุขภาพดี 

ไม่เป็นภาระลูกหลาน และคนรอบข้าง 

แต่จะได้มีโอกาสสร้างกรรมดีให้สังคมได้มีความสุขไม่เป็นภาระสังคม 

ได้สร้างกรรมดีในขณะที่สุขภาพกายยังดีๆอยู่ 

แม้ต้องตายก็ตายอย่างมีศักดิ์ศรีบนพื้นฐานแห่งกรรมดี

เช้าวันนี้จึงนับว่าโชคดีที่การพยาบาล OPD MED ของรพ.สมุทรสาคร 

ได้นำพาเพื่อนผู้ป่วยเบาหวานล้วนๆให้ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนทัศนะกัน 

บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อการให้บริการการรักษา 

แลกเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเอง 

แล้วพากันปฏิบัติธรรม โดยเริ่มจากฐานกาย กายที่ถูกใช้งานมานาน 

ไม่เคยได้รับความเมตตาจากเจ้าของกายให้ได้พักผ่อน 

หรือไม่เคยให้การฟื้นฟูสภาพร่างกายตนเองเลยก็มี    

ในเช้าวันนี้เริ่มที่การเคลื่อนไหวบริเวณที่เป็นปัญหาก่อนเพื่อจะได้ฟังเสียงกาย ฟังอย่างใคร่ครวญ

เคลื่อนความรู้สึกไปไว้ที่ปลายนิ้วเท้าที่ชา กำหนดรู้ลมหายใจผ่านลงไปที่ปลายนิ้วเท้าทั้ง 2 ข้าง 

 ค่อยๆทำความรู้สึกตัวผ่านขึ้นมาจนถึงสะโพก รับรู้ และเข้าใจ ผ่อนคลาย และปล่อยวาง

จึงได้ยินเสียงหายใจแบบโล่งอกเบาๆของคนข้างๆ

เสียงคุณยายท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นมาในความเงียบว่าอย่างนี้ต้องทำทุกวัน 

และมีเสียงขานรับ ยอมรับต่อๆกันมา

แล้วเชื้อเชิญ ชวนให้หันมาฝึกการทำสมาธิแบบเคลื่อนไหวมือ 

พระท่านสอนว่าเอาที่ความรู้สึกตัวเฉยๆก่อน รู้สึกตัวแล้วปล่อยวางคือหายใจออกช้าๆ 

เสียงเพลงบรรเลงเบาๆช่วยส่งเสริมให้ความรู้สึกสบายๆ

และฉายแววตาแห่งความสุข สงบ ขึ้นบนใบหน้าเพื่อนผู้ป่วยผู้สูงอายุ  

อีกทั้งการน้อมนำคำสอนนำพาให้จิตรับรู้ ถึงความรู้สึกในไมตรีจิตที่มีให้กันรวมพลังใจเป็นหนึ่งเดียว 

ความเมตตา ความกรุณา มุทิตา และอุเบกขา แล้วจึงร่วมกันแผ่เมตตา และวัดความดัน

ผลการวัดความดันโลหิตของผู้ป่วยกลุ่มเบาหวานนี้

เป็นที่น่าพอใจยิ่งสำหรับฉัน และน้องพยาบาลผู้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและนำไปร่วมวิเคราะห์

เพราะทุกท่านมีความดันลดลง...เชิงประจักษ์ ก่อให้เกิดความตระหนักและเชื่อมั่น

เพื่อพัฒนางานการดูแลผู้ป่วยให้มีความสุข และมั่นใจในการดูแลสุขภาพของตนด้วยตนเองอย่างเข้าใจ

การให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้และอ่านผลที่ปรากฏบนหน้าจอเครื่องยังเป็นเครื่องเตือนสติให้มีความพยายาม 

มีความเพียรในวิถีธรรม วิถีพุทธ จนเกิดเป็นสุขภาวะที่ดีของชุมชนคนสูงอายุได้ 

จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอะไรเกินไป หากผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้มีความตั้งใจแน่วแน่ 

และตระหนักในความสำคัญของผู้ป่วยมากกว่าความปรารรถอื่นอันนำมาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ แล้ว 

เชื่อว่าการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้นำวิถีธรรม วิถีแห่งความพอเพียงมาใช้ร่วมกับการรักษา

จะก่อให้เกิดผลดีต่อผู้ป่วยมากกว่าการที่ผู้ป่วยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ 

และทีมงานผู้ให้การรักษาแต่เพียงฝ่ายเดียว 

เว้นแต่การเจ็บป่วยนั้นได้ก้าวไปสู่การเจ็บป่วยที่สูงกว่าขั้นปฐมภูมิ


 มีภาพกิจกรรมมาฝากค่ะ



ฐานกาย


ถ่ายรูปร่วมกับน้องผู้ช่วยผู้ป่วย และผู้ช่วยพยาบาล ผู้น่ารัก (ชุดสีเหลือง)

น้องพยาบาลวิชาชีพ ชื่อ วิภา อินทรณรงค์ค่ะ