ออกกำลังกายแบบพระศิวะ.......

ในบทความก่อน..ผมได้เสนอวิธีการออกกำลังกายแบบ “ถังทัง”  ไว้แล้ว ที่โม้ว่าดีกว่าเต้นกังนัม ๑๐ เท่า   ประหยัดเวลามาก แต่ได้กำลังดีมาก  


 วันนี้จะมาโม้ต่อว่า วิธีดังกล่าวนั้น ผมได้ไอเดียมาจากท่าฟ้อนรำของพระศิวะ ที่ได้ศึกษามาแต่เมื่อพศ.ประมาณ ๒๕๓๕   และ โมเพิ่มเสริมเข้าจากระบำเดิมของพระศิวะ ตามสมควร   


ก่อนอื่นเชื่อว่าท่านคงไม่รู้จักการเต้นระบำของพระศิวะ หรือ the dance of Shiva หรอกนะ  (ลองกูกลิ้งคีย์เวิร์ดคำนี้ดูสิ)  หรือ คลิกที่ลิงค์นี้ก็ได้

http://bustedmissive.blogspot.com/2012/03/shiva-and-dance-of-personal.html

บางคนเรียก the cosmic dance  ถือเป็นการเต้นระบำศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างโลก และ ทำลาย ผดุงไว้พร้อมกัน 


ผมทดลองเต้นดูแล้ว เห็นว่า การเต้นระบำแบบนี้ มันเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด  (ได้แรงมากในเวลาอันน้อย)  โดยที่ขาจะต้องงอตลอดเวลา  (ห้ามตรง )    และงอมากกว่าท่าเต้นที่เห็นในรูปด้วย ประมาณสองเท่า ...โดยผมมาเพิ่มทริกว่า ให้ขาข้างเดียวที่ยืนนั้น ยกขึ้นลงด้วย แต่ช้าๆ  และห้ามให้ขาตรง  ซึ่งมันจะเหนื่อยกว่างอขาเฉยๆ มากๆ  แม้เพียง ๑๐ เที่ยวก็แย่แล้ว  ....


...ท่ารำพระศิวะนั้น มือ แขนไม่ค่อยได้ออกกำลัง ผมเลยเพิ่มการออกกำลังแขนหลากหลายวิธี  วิธีหนึ่งก็คือ เอามือไปกดขาไว้  แบบ “ถังทัง”   ดังที่ได้อธิบายไปแล้ว

ส่วนการยืนขาเดียว แถมงอขาเช่นนี้ มันยากมาก สำหรับคนหัดใหม่ ผมเลยคิดค้นวิธี “ถังทัง”  ว่าให้ยืนสองขานี่แหละ แต่ให้ถ่ายน้ำหนักไปที่ขาหน้าแบบ  ๙๘%  ส่วนขาหลังประคองร่างกายไว้ ไม่ให้ล้มเท่านั้นเอง  ไม่ได้รับน้ำหนักอะไร (เพียงประมาณ ๒%)


ส่วนพวกฝึกจนเก่งแล้ว  ขอให้ยกขาหลังขึ้นลอย แบบระบำพระศิวะ นั่นเลย  ...แบบนี้ก็จะเหนื่อยพอกันกับแบบเก่าแหละ  แต่ที่สำคัญคือ จะได้ฝึกประสาท การทรงตัว  ได้ดีกว่าเก่ามาก เพราะไม่มีอีกขาช่วยการทรงตัว  ซึ่งจะทำให้ระบบประสาทแข็งแรง 


พวกฝรั่งมาสอนเราออกกำลังกายนั้น มันออกแต่กายจริงๆ  ไม่มีออกำลังประสาท  ยิ่งเรื่องจิตยิ่งไม่ต้องเอ่ย  มันคิดกันไม่ถึงหรอก แต่คนไทยก็เห่อกันมาก ไอ้แอโรบิคอะไรน่ะ


หลังจากออกกำลังประสาทแล้ว ขั้นต่อไปคือ ฝึกสติ ในการทรงตัว นั้นด้วย (ตามหลัก กายคตาสติ ที่พพจ. ทรงสอนว่า ทำให้มากแล้วจะเกิดอานิสงส์มหาศาล ถึงขั้นบรรลุธรรมนั่นเทียว)   

ส่วนการออกำลังมือ แขน ก็มีหลายท่า ไม่ใช่ทำเป็นท่าสูบยางจักรยานที่ดูเหมือนขำๆ อย่างเดียว


ผมได้คิดมาแล้ว ลองฝึกทดลองมาแล้วด้วยตนเอง  ได้ผลดีมาก จึงเอามาเผยแพร่เป็นวิทยาทาน 


 แม้รักษาริดสีดวง ยังได้เลย  เพราะตัวเองเคยเป็นริดสีดวงเรื้อรัง พอฝึกท่านี้ (แต่ระดับสูงกว่านี้หน่อย  ...มีลูกเล่นเพิ่มเล็กน้อย)  ริดสีดวงหาย  พอเลิกเล่นมันก็มาอีก  พอเล่น มันก็หายอีก  ชักคะเย่อกันอย่างนี้นับสิบครั้ง 

แต่บัดนี้มันหายขาด มาได้สามปีแล้ว  อย่างเหลือเชื่อ โดยไม่ได้ใช้ยาอะไรเลย  ..รักษาโดยการออกกำลังกล้ามเนื้อรูก้น อิหิหิ

...คนถางทาง (๑๙ พย.  ๒๕๕๕)