.

.

กราฟ: แสดงหนี้ภาครัฐของสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1790-2011/2333-2554 ทำโดยอาจารย์ริชชี คิง จากเว็บไซต์ควอทซ์, สำนักข่าว BusinessInsider นำมาเผยแพร่

.

เส้นกราฟแนวดิ่งแสดงร้อยละ (%) ของหนี้เมื่อเทียบกับผลผลิตประเทศ (GDP)

อ.แมทท์ ฟิลิปป์ ตีพิมพ์เรื่อง 'One chart that tells the story of US debt from 1790 to 2011'
= "กราฟภาพเดียวบอกเรื่องหนี้สหรัฐฯ จาก 1790-2011/2333-2554 ใน quartz.com (qt.com)

.

อ.แมทท์ ฟิลิปป์ ตีพิมพ์เรื่อง 'US debt, from 1790 to 2011, in one chart'
= "(สรุป)หนี้สหรัฐอเมริกาจากปี 1790-2011 ในกราฟภาพเดียว", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

.

.

ประวัติศาสตร์หนี้ภาครัฐของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นหลังทำสงคราม ส่วนน้อยเป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายภาครัฐฯ ดังนี้

.

(1). สงครามกลางเมือง (the civil war) ระหว่างรัฐทางเหนือกับทางใต้

.

รัฐทางใต้สมัยนั้นยังล้าหลังกว่า คือ ยังอยู่ในยุคเกษตร ใช้แรงงานคน-ทาสเป็นหลักในไร่

.

รัฐ ทางเหนือสมัยนั้นก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม ใ้ช้เชื้อเพลิงฟอซซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ฯลฯ เป็นหลัก ทำให้ไม่ต้องใช้ และไม่ยอมให้รัฐทางใต้ใช้ทาส จึงทำสงครามกัน

.

สงครามครั้งนั้นสอนโลกว่า สังคมที่มีการศึกษาสูงกว่า พัฒนาไปไกลกว่า คุณภาพของคนสูงกว่า มักจะชนะสงคราม

.

(2). สงครามโลกครั้งที่ 1 (world war I)

.

(3). เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก (the great depression) ในช่วงปี 1930s (1930-1939/2473-2482)

.

ช่วงนี้มีการใช้จ่ายภาครัฐมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

.

(4). สงครามโลกครั้งที่ 2 (world war II) 

.

ช่วงนี้เป็นหนี้มากที่สุด คือ 112% GDP (ผลผลิตรวมของประเทศ)

.

(5). ยุคเรแกน (the Reagan era)

.

เพิ่มค่าใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

.

(6). เศรษฐกิจตกต่ำ (the great recession)

.

ปี 2001/2544 สหรัฐฯ เข้าสู่สงครามอัฟกานิสถาน, ปี 2003/2546 สหรัฐฯ เข้าสู่สงครามอิรัก, ปี 2008 เป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ... มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้ทำให้หนี้ภาครัฐเพิ่ม

.

.

ประเทศที่เข้าสู่สงครามเรื้อรังมักจะมีหนี้เพิ่มเร็ว เช่น สหภาพโซเวียตล่มสลายหลังเข้าสู่สงครามอัฟกานิสถาน ฯลฯ

.

ประวัติ ศาสตร์หนี้สหรัฐฯ สอนเราว่า การหลีกเลี่ยงสงคราม และความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเศรษฐกิจประเทศใน ระยะยาว

.

น่าดีใจที่ตอนนี้ "พม่า-ลาว-กัมพูชา-ไทย" มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ก้าวไปได้อีกไกลทีเดียว

.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

.

> [ Twitter ]