ที่นี่ไม่มี "ไม้หลัก...ปักขี้เลน"
เกศินี จุฑาวิจิตร
สำนวนไทยที่ว่า "ไม้หลักปักขี้เลน" เป็นคำโบราณที่สะท้อนภาพชัดเจนถึงความยวบยาบและไม่มั่นคงถาวร อันนำมาซึ่งการอุปมาอุปไมยกับคนที่มีนิสัยใจคอ "โลเล เหลาะแหละ เหลวไหล" ไม่มีใครอยากถูกมองว่า ตนเองเป็นเช่นไม้หลักปักขี้เลน คำว่า เลนๆ โคลนๆ จึงคล้ายกับว่าจะมีความหมายเชิงลบไปด้วย
เมื่อครั้งที่มาอยู่นครปฐมใหม่ๆ ได้ยินชื่อ "บางเลน" เป็นครั้งแรก นอกจากจะสำเหนียกถึงความไม่ไพเราะแล้ว ยังให้รู้สึก "ติดลบ" อยู่เล็กๆ อีกด้วย ค่าที่ติดภาพกับสำนวนไทยดังกล่าว แต่เมื่อได้มาทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลบางเลน ความคิดและความรู้สึกก็เปลี่ยนไปเพราะการได้ใจอย่างเต็มร้อยของผู้นำทุกระดับของเทศบาล
พวกเขามีใจให้กับการพัฒนาชุมชนเพื่อความผาสุกในทุกๆ มิติ มิใช่แค่โครงสร้างทางกายภาพ ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา เท่านั้น และเมื่อปฏิบัติการแห่งการค้นหาทุนและศักยภาพของตำบลโดยทีมของอาจารย์ผ่องใสเป็นไปอย่างเข้มข้น เราก็ได้เห็นความเข้มแข็งของแกนนำชาวบ้าน
จากการพูดคุยหลายเวทีหลายครั้ง ที่นี่เผยชัดถึงจุดเด่น แพปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ในเขตเทศบาลนี่เอง !!!
โจทย์วันนี้ คือ แพปลาจะเชื่อมโยงอย่างไรกับระบบเกษตรกรรมยั่งยืน อาหารปลอดภัย เศรษฐกิจชุมชน ระบบการศึกษาและภูมิปัญญา กล่าวง่ายๆ ก็ว่า เรื่องนี้จะเกี่ยวโยงอย่างไรกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกกลุ่ม
เทศบาลตำบลและแกนนำทั้งหลาย คงต้องชวนชาวบ้านมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ในการนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ขอทำหน้าที่เป็นเพียงภาควิชาการคอยเสริมคอยหนุน โดยทุกเวทีประชาคม เราตกลงชัดเจน ต้องไม่ติด “กับดัก” หรือ “ตกหลุมพราง”กับคำว่า "ไม่มีงบประมาณ" หรือ "ชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ" อุปสรรคและปัญหามีไว้เพื่อให้เกิดการลับคมทางสติปัญญา
ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ขอเพียงมีจิตใจที่เข้มแข็ง พร้อมฝ่าฟัน และหากพูดถึงความเข้มแข็งทางใจแล้ว ไม่กล่าวถึงเรื่องราวของ "น้องเก๋" ก็ดูว่าจะขาดความดี ความงามและความจริงไปไม่น้อย
น้องเก๋ คือ หญิงสาววัยเพียงยี่สิบต้นๆ หน้าตาจัดเข้าขั้นสวยสะอ้าน เธอเป็นแม่ค้าขายขนม เบเกอรี่ของเธอ เธอทำเอง อบเอง ขายเอง ใหม่สดออกจากหน้าเตาทุกวัน วิถีชีวิตของเก๋เฉกเช่นหญิงสาวทั่วไปวัยแรงงานต่างกันก็แต่ว่าเธอเป็น “มนุษย์ล้อ”
ทำใจได้ยากนักกับอุบัติเหตุที่อุบัติกับครอบครัวของเธอเมื่อหลายปีก่อน เช้าวันหนึ่งพ่อขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปทำงานเช่นทุกวัน แต่วันนั้นไม่เหมือนวันอื่น เพราะพ่อกลับมาบ้านในสภาพของคนไข้ติดเตียง การปรนนิบัติพัดวีทั้งเรื่องการทำความสะอาดและการดูแลแผลกดทับเป็นเรื่องที่ทุกคนในบ้านต้องศึกษา ความแปรปรวนทางอารมณ์เป็นเรื่องที่ต้องรับมือและจัดการพร้อมกับการปลุกปลอบ เก๋ดูแลพ่อที่เป็นอัมพาตอย่างดีที่สุดเท่าที่เด็กสาวคนหนึ่งจะทำได้ ทุกสัมผัสของการชำระล้างสิ่งสกปรกคือ สัมผัสของการยกระดับจิตใจ
เวลาผ่านไปสี่ปี เหมือนสายฟ้าฟาดอีกครั้ง ในวัยแค่แรกแย้ม เก๋ต้องประสบชะตากรรมเดียวกันกับพ่อของเธอ อุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ขยับขับเคลื่อนได้ก็เพียงร่างกายส่วนบน โดยมีล้อรถเป็นเครื่องนำพา
ยากที่จะเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจ..แม่ของเธอตัดสินใจทิ้งลูกและสามีไว้เบื้องหลัง !!
เก๋รับรู้เรื่องราวด้วยเสียงอื้ออึงอยู่ในหู ตัวชา เยียบ เย็นคล้ายกับว่าเลือดทุกหยดหยุดเวียนไหล บอกตัวเอง แต่นี้ต่อไปจะต้องอยู่ให้ได้... มิใช่เพื่อตนเองแต่เพื่อพ่อ ไม่มีหนทางให้เลือกมากนัก เธอตัดสินใจเปิดร้านเบเกอรี่บนฐานความรู้แบบ “ครูพักลักจำ” ที่ได้มาจากแม่ บางทีนี่อาจคือมรดกชิ้นสุดท้ายที่แม่ให้กับเธอ
เก๋จึงทำงานด้วยความตั้งใจ เคลื่อนไหวตนเองด้วยการหมุนรถล้อไปมาอยู่หน้าเตาอบและโต๊ะผสมแป้ง
ขนมของเธอไม่ได้ด้อยกว่าใคร ขนมของเธอมีเรื่องราวมากมายอยู่ในนั้น ใครๆ จึงพากันมาอุดหนุน ผู้บริหารเทศบาลตำบลบางเลนย้ำเสมอถ้ามีการจัดประชุม ต้องใช้เบเกอรี่รายนี้
นี่คือความงดงามของจิตใจของน้องเก๋ หนึ่งในสมาชิกชมรมเพื่อนผู้พิการบางเลน และนี่ก็คือ ความเอื้อเฟื้อเฟือฟายของชุมชนท้องถิ่น
ฉันว่าแล้ว ...ที่นี่ไม่เห็นมีไม้หลักปักขี้เลนเลย... มีแต่ความหนักแน่น จริงจังและเอื้ออาทร