ในการไปตรวจเยี่ยม รพ.ร้อยเอ็ด เราพบว่ามีผู้ป่วยเบาหวานจำนวนไม่น้อยที่มา ER ด้วยปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปหรือ Hypoglycemia การจัดการกับปัญหานี้ไม่ว่าจะเป็นที่ ER หรือ Ward แพทย์มักสั่งให้ฉีด 50% Glucose 50 ml. IV

ศ.นพ.เทพ หิมะทองคำ และ รศ.พญ.สุนิตย์ จันทรประเสริฐ แนะนำว่าไม่ควรให้ 50% Glucose 50 ml. IV เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นมาก ถ้าผู้ป่วยยังรู้สึกตัวควรให้รับประทานน้ำตาล (เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ครึ่ง-หนึ่งแก้ว) ถ้าไม่รู้สึกตัวจึงจะให้กูลโคสทางหลอดเลือดดำ โดยอาจให้เป็น 20% Glucose 20 ml. แล้วตรวจระดับน้ำตาลในเลือดในอีก ๒๐-๓๐ นาทีต่อมาว่าระดับน้ำตาลสูงขึ้นหรือยัง การให้กูลโคสทางหลอดเลือดดำทีละมากๆ จะทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงมากเกินไป พอสูงมากแพทย์ก็มักให้ฉีดอินซูลิน (RI) เพิ่ม ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะแกว่ง

ในสถานการณ์ที่ผู้ป่วยไม่ค่อยรู้ตัวและไม่สามารถให้ Glucose IV ได้ ให้ใส่น้ำตาลหรือป้ายน้ำเชื่อม/น้ำหวานที่กระพุ้งแก้มของผู้ป่วย ซึ่งน้ำตาลจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ พอผู้ป่วยรู้ตัวก็ให้รับประทานได้

อาจารย์ทั้ง ๒ ท่าน ยังแนะให้ไปทบทวนการรักษาดูด้วย เพราะบางครั้งการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจเป็นเพราะผู้ป่วยได้รับการเพิ่มยามากเกินไปก็ได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานยาลดระดับน้ำตาลในเลือดที่ออกฤทธิ์ยาวนานและมีปัญหาน้ำตาลในเลือดต่ำ จะต้องสังเกตอาการให้นานพอ

ดิฉันมีความเห็นเพิ่มเติมว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป เป็นปัญหาที่ผู้ป่วยสามารถป้องกันและจัดการด้วยตนเองได้ เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้น ควรร่วมกันค้นหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นจากอะไร หาวิธีการป้องกัน และควรให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีการแก้ไขอาการด้วยตนเอง เช่น ดื่มเครื่องดื่มปริมาณเท่าใด หรือหากใก้ลเวลารับประทานอาหารให้รับประทานได้เลย เป็นต้น ดิฉันมั่นใจว่าความรู้เหล่านี้มีการสอนในห้องเรียนมาแล้วทั้งนั้น

สิ่งสำคัญเมื่อผู้ป่วยมาหาเรา ไม่ควรทำเพียงการแก้ไขอาการเฉพาะหน้าเท่านั้น ควรมีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น บันทึกให้เป็นที่รู้ และใช้โอกาสนี้ให้ผู้ป่วยและครอบครัวได้เรียนรู้เรื่องการป้องกันและการจัดการกับปัญหาด้วยตนเอง

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๔๘