ในที่สุดผมก็ผ่านวันเสาร์-อาทิตย์มาได้โดยไม่พึ่งยาพาราฯตามที่ตั้งใจไว้ การรับรู้อารมณ์ในขณะปวดหัว มึนหัว ช่วยให้อาการปวดก็แค่เวทนาบางอย่างที่เกิดขึ้น แม้ช่วงเย็นผมจะถามภรรยาว่าตกลงหมอไม่ให้ทานยาจริงหรือ ใจหนึ่งฉุกคิดว่าถามทำไม จริงๆที่ถามเพราะใจดวงที่อ่อนแอพยายามจะหาแรงหนุนในการที่จะยอมแพ้ เพื่อที่จะได้ทานยาแก้ปวด
"ก็หมอบอกว่าถ้าไม่ทานได้ก็ดีเพราะยามันมีผลต่อไต ทนไม่ได้อีกหน่อยฉีดทุกครั้งก้ต้องกินทุกครั้ง"
ผมก็ถามไปงั้นล่ะ จริงๆผมก้ต้องการชนะใจตัวเองเหมือนกัน มันเป็นการต่อสู้ที่ผมเองไม่กังวลและทรมานมากเหมือนครั้งแรก การที่ได้ทบทวนตัวตนบ่อยๆมันทำให้จิตได้อยุ่กับปัจจุบันมากขึ้น แม้บางครั้งจะมีอาการวูบวาบหรือปวดหัวแปล็บขึ้นมา แต่ก็พยายามรับรู้กับมัน
เย็นวันอาทิตย์ภรรยาได้ชวนไปกราบหลวงพ่อโตวัดบางพลีฯซึ่งอยู่ไม่ไกลบ้านเท่าไหร่นัก บรรยากาศการทำบุญทำให้จิตใจเยือกเย็นมากขึ้น ผู้คนต่างหลั่งใหลกันมาขอพร กราบไหว้กันเนืองแน่นแม้จะเย็นมากแล้วก็ตาม
คืนวันอาทิตย์ผมนอนประมาณสี่ทุ่มมารู้สึกตัวตื่นเอาตอนเที่ยงคืน และข่มตายังไงก็ไม่ยอมหลับ พยายามดูลมหายใจก้ไม่มีสมาธิเอาเสียเลย แต่รู้อยู่อย่างคือจิตใจมันคอยนึกถึงเรื่องงานที่ยังค้างคาอยู่และพรุ่งนี้วางแผนไว้จะไปจัดการ
จิตมันปรุงแต่งไปเรื่อยเปื่อยเป็นเรื่องเป็นราวแต่หากหลับไม่ พลิกซ้ายทีขวาทีกำหนดลมหายใจ พุทโธ-พุทโธ ก็ยังไม่สงบ แต่จิตใจก็ไม่ได้กังวลหรือเครียดมากเท่าไหร่นัก
ลุกขึ้นนั่งขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย กำหนดลมหายใจเข้าออกให้จริงจังกันไปเลยดูสิว่าใจมันจะยังเตลิดไปไหนต่อไหนอีก
ผมนั่งได้ประมาณยี่สิบนาที ใจออกจากการกำหนดลมหายใจหลายรอบเป็นการต่อสู้ที่ดูเหมือนจะยาวนานแต่ จิตดูมันไปตามมันกลับมาให้เร็วให้ได้ทุกๆครั้งที่มันเตลิดออกจากสมาธิ
ผมล้มตัวลงนอนประมาณตีสามและมาตื่นอีกทีตีห้ากว่าเพื่อจะไปทำงาน แม้จะนอนไม่เต็มที่เท่าไหร่แต่ผมจะไม่นำเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างว่าเหนื่อยหรือง่วง ตัดความคิดเหล่านี้เพื่อให้หายกังวลจากการปรุงแต่งต่างๆที่ผ่านมา
เพื่อจะได้เรียนรู้มันไป เพราะแม้อาการปวดหัวยังสามารถผ่านมันมาได้สองวัน แล้วเพียงอารมณ์ทั่วๆไปของวันปกติของการดำเนินชีวิต ทำไมเราจะไม่เรียนรู้และรับรู้ไปกับมันเล่า
...ผมจะเรียนรุ้ไปกับกับมัน กับชีวิตนี้...
พระอาจารย์เคยบอกว่า.. อย่าไปยึดติดกับมันค่ะ
ปวดก็สักแต่ว่าปวด เมื่อยก็สักแต่ว่าเมื่อย..
เฮ้อออ ยังยากมากเหมือนเดิมค่ะ.. ไม่เคยทำได้เลย
สู้ๆนะคะคุณพ.แจ่มจำรัส
ชัยชนะวันข้างหน้า ..... ต้องเริ่มฝึกฝน.....,ตั้งแต่วันนี้ นะคะ
ขอบคุณบทความดีดี มีคุณภาพนะคะ
แวะมาขอบคุณที่แวะไปอ่านบันทึก
และมาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
หายเร็วๆนะค่ะ
อยู่กับมันให้ได้ แล้วจะรู้ว่าการมีโรคประจำตัวนี่ก็สนุกดีเหมือนกัน มักมีอะไรไม่ซ้ำเลย วันนี้ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกว่า ฮ่า ฮ่า มาเลย มีอะไรจะแสดงก็แสดงออกมา ข้าพร้อมรับมือแล้ว ชลัญว่าสนุกดีเหมือนกัน ให้กำลังใจค่ะ
ดีใจด้วยค่ะที่ฟันฝ่ามาได้ด้วยสติค่ะ เอาใจช่วยนะคะ ท้องไส้ปริมก็รับพาราไม่ค่อยได้เช่นกัน ยอมปวดหัวดีกว่าปวดท้อง ;)
เยี่ยมยอดค่ะ กำลังใจและการตั้งสติมั่นจะช่วยให้คุณ
ผ่านช่วงนี้ไปได้ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ ทุกอย่างจะผ่านไปแน่นอน จะดีจะร้ายเราก็มีส่วนกำหนดเหมือนกัน