วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

       วันนี้เป็นเช้าของวันที่ 15 แต่หนูพึ่งมานั่งเขียน AAR จดหมายถึงครูทบทวนวันที่ 14 ศีลข้อ 4 ขาด หนูอยากแก้ไขนิสัยนี้ของตนเอง

เวลาอยู่ในวัด หนูคิดอะไรอยู่สำนึกอะไรอยู่ ทำไมรักษาข้อปฏิบัติของตนเองได้

แต่พอก้าวออกจากวัด เหมือนรั้วพังทลาย

นี่แหละเป็นเหตุให้หนูไม่ก้าวหน้า เสียงข้างในดังขึ้นมาบอกตนเองค่ะครู

       “อดทน อดกลั้น ข่มใจ”

       “อย่ารังเกลียดความชั่วของตัวเอง ใช้การภาวนาขัดเกลา แต่ไม่รดน้ำให้มันโต พอมันไม่ได้น้ำก็จะเหี่ยวแห้ง แล้วก็หายไป”

       ระลึกถึงคำกล่าวของครูมาเป็น “กำลังใจ”

       พร้อมกับบอกตนเองว่า “ต้องแก้ไข” ไม่งั้นไม่เจริญแน่ ๆ ก็จะเป็นเหมือนแค่ที่ผ่านมา “คือสร้างภาพ” ไม่เอาอีกแล้ว สร้างภาพเสียเวลาเจ้าค่ะ รักษาสัจจะไม่ได้ ก็ยอมรับเจ้าค่ะ โกรธตนเองไหมหนูปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมี ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย  แต่พอมันจะทำชั่วมันมาเบาๆเนียนๆเลยเจ้าค่ะ ขาดสติศีลข้อ 5 ด่างพร้อยก่อน

       เช้าวันที่ 14 หนูเข้านอนด้วยสภาวะแกล้งตายดังที่เขียนในบันทึกของวันที่ 13 ตื่นขึ้นมาหกทุ่ม สำนึกในข้อผิดพลาดลุกขึ้นมาพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด หนูไล่เขียนบันทึก

1 พระคุณครู l อานิสงส์การกราบขอขมา

จดหมายถึงครูl คือความไถลและความประมาท

3. อินเดียจากริกด้านใน l ใจอ่อนยวบ อย่างยินดี (3/2555)

4. พระคุณครู l ชีวิตดีเพราะมีครู (3/2555)

5. จดหมายถึงครู l การกราบขอขมาครูบาอาจารย์และแม่ (15/90)

เขียนตั้งแต่หกทุ่มจนเกือบตีสี่ตีห้า รู้สึกว่าใช้พลังงานเยอะมาเจ้าค่ะครู ไปนั่งทำวัตรเช้าหน้าหิ้งพระ เดินจงกรม แล้วก็มานั่งทบทวนตนเอง นั่งตัดผ้าถุงอุบาสิกาน้อย ชิ้นแรกเย็บอย่างตั้งใจเพราะพยายามพิจารณาว่า “ควรจะเป็นแบบไหน”

อยู่ดีๆก็มีเสียงถามว่า

“หมอเย็บอะไร” แว๊บประหลาดใจกับตนเองหันไปเป็นท่านเจ้าอาวาสวัดประทุมฯแถวบ้าน เห็นท่านใจหนูประมวลผล

“คุยกับพระต้องไม่ลับหู ไม่ลับตา นี่คือ หน้าที่การค้ำชูศาสนา”

ไม่นานป้านาจข้างบ้านเดินเข้ามา หนูจึงได้คุยกับท่าน

ทราบว่าท่านมาถามน้าราญและแม่ออกว่า จะไปคารวะครูบาอาจารย์กับท่านไหม จะได้นัดหมายเวลาและการเดินรถ หนูจึงขอโอกาสเข้าไปตามหน้าท่านกำลังอาบน้ำอยู่ จึงให้มากราบเรียนท่านว่า “เดี๋ยวขอโอกาสปรึกษากันก่อน แต่จะไปใส่บาตรท่านที่แถวๆตลาด แล้วจะกราบเรียนอีกที” ซึ่งหนูก็ไปกราบเรียนท่านตามนั้นเจ้าค่ะ

แล้วท่านก็ถามสารทุกข์สุขดิบ แล้วก็ถามว่าไปวัดไหน

จึงกราบเรียนท่านถึงวัดขององค์หลวงปู่ ท่านทำเสียงประหลาดใจว่าไปไกลเหนาะ

กราบเรียนท่านว่า “สายบุญอยู่ทางนั้นเจ้าค่ะ ครูบาอาจารย์สอนลงจิตลงใจท่านอยู่ที่นั่น”

ซึ่งท่านก็รู้จักหลวงปู่แล้วจึงถามว่า คนภาวนาที่วัดเยอะไหม ก็พอสมควรเจ้าค่ะ แต่ที่นั่นเหมือนภาวนาแบบกุฏิใครกุฏิมัน

ท่านก็บอกว่า”นั่นแหละดี”

แล้วท่านก็เดินไป ป้านาจก็ใส่บาตรหน้าบ้าน น้าราญเดินออกมาป้านาจจึงปรึกษาคุยกันเรื่องจะร่วมเดินทางไปคารวะครูบาอาจารย์ หนูนั่งเย็บชุดต่อ ตัดเสร็จตัวหนึ่งแล้วก็ไฟฟ้าดับ ใจวูบร้อนรน เพราะเกรงว่าจะเสร็จไม่ทัน เช้าแล้วที่บ้านจัดของเตรียมขายให้เด็ก ๆ ระหว่างไฟดับหนูก็เอาผ้าขาดมาตัดเป็นหมอนรอเย็บ เด็ก ๆ เรียกซื้อของเป็นธรรมชาติที่หนูได้ยินมาตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านนี้ เป็นความรู้สึกคุ้นเคย และก็เห็นใจตนเองที่มันขี้เกียจ ช่วยงานเจ้าค่ะครู

แต่ก็ลุกมาหยิบช่วยบ้าง

กว่าจะออกจากบ้านด้วยใจหนูห่วงงานเย็บผ้าจนลืมนึกถึงกระเป๋า กว่าจะบึ่งรถมาขอนแก่นก็จะเกือบถึงเวลาขึ้นเครื่องพี่ ๆต้องใช้กล้องถ่ายรูปในการทำงาน นึกถึงตอนที่ตนเองจำเป็นต้องใช้จึงแวะเอาไปให้ก่อน แล้วต้องไปแก้ไขเอกสารอนุมัติ ต้องโทรให้เตเบียงเช็คอินออนไลท์ให้ พอมาถึงสนามบินก็เฉียดฉิวนั่งพักหายใจได้สักครูก็ถูกเรียกขึ้นเครื่อง

       ก่อนขึ้นเครื่องนัดหมายกันกับพี่ก้อยว่า “หนูจะเอาผ้าถุงที่ท่านฝากซื้อติดไปให้ด้วย” คุยกันจนได้เวลาขึ้นเครื่อง พอขึ้นเครื่องหนูก็เข้าที่นั่งหลับตาภาวนาแล้วก็วูบหลับไปเหมือนเครื่องดับเลยค่ะครูหลับสนิทตื่นมาอีกทีเขามาเสริฟน้ำรอบสองมองเห็นกล่องอาหารเสียบไว้ตรงเบาะข้างหน้าแล้ว ก็เหมือนได้พักกับตนเองแต่มีอาการงัวเงียเจ้าค่ะ

ลงจากเครื่องก็นั่งแท็กซี่เข้าโรงแรมอามารีดอนเมืองแอร์พอร์ต ทำดีท๊อกเพราะตลอดสามสี่วันหนูไม่ได้ทำเลย รู้สึกร่างกายเป็นหนัก ๆ แล้วก็พิจารณาที่พี่ก้อยชวนไปไหว้พระและหาอะไรทาน พิจารณาแล้วได้ข้อสรุปว่าอยากให้ท่านได้พักเพราะอาทิตย์หน้าท่านมีแผนต้องเดินทางไปอุดร หนูกับพี่อีกท่านก็ต้องเดินทางแต่เช้า จึงขอโอกาสเปลี่ยนแปลงโทรเสร็จหนูจึงไปวิ่งออกกำลังกายที่ฟิสเนส มีหนูคนเดียวเลยเจ้าค่ะครู เหมือนได้วิ่งเล่นเครื่องนั้นเครื่องนี้เหมือนสนามเด็กเล่นแล้วก็เฮ้ยกับตนเองว่า

“มันคะนอง ไม่จดจ่อ จึงมาหยุด แล้วก็วิ่งที่ลู่วิ่ง”

จนพี่ก้อยโทรมาว่าถึงแล้ว จึงนำของไปให้ท่านทักทายแล้วก็แยกไปทำหน้าที่ของตนเอง

 

จึงชวนพี่กุ๊ไปหาอะไรทาน หนูทานเยอะมากๆเลยค่ะครู เหมือนตบะแตกทั้งส้มตำ ทั้งยำเจ้าค่ะ ถึงที่พักหลับสลบ กว่าจะตื่นก็ตีห้า มาทบทวนกับตนเองคะแนนเต็ม 10 หนูไม่เคยให้ตนเองเต็มได้เลยวันนี้ให้ได้แค่ 5 เจ้าค่ะ