เมื่อเช้านี้ได้มีโอกาสทำบุญตักบาตรเนื่องในวันศุกร์ที่กำลังจะมีการหยุดชดเชยในวันจันทร์หน้าหลังวันแม่แห่งชาติ
พระอาจารย์ท่านหนึ่งได้เทศน์เน้นคติในการทำงานด้วยความสุข โดยยกธรรมปฏิบัติเรื่อง "อินทรีย์ ๕" "พละ ๕" "โยนิโสมนสิการ" และ "ไตรลักษณ์"
ทำให้ดร.ป๊อป เริ่มเข้าใจถึงการปรับ/บริหารจิตให้พร้อมต่อการบริหารความคิดสู่การบริหารความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่มีเป้าหมาย มีความหมาย และมีคุณค่า ตามหลักการทางกิจกรรมบำบัด
ส่วนการบริหารจิตตามความคิดของผมในประสบการณ์การเรียนรู้กิจกรรมบำบัดจิตสังคมมาที่ออสเตรเลีย ก็พอจะสรุปการบริหารจิตให้มีความสุขโดย:
1. ควบคุมตนเองและตระหนักรู้ในตัวตน
2. เกิดความรู้สึกชอบด้วยตนเอง
3. เมื่อชอบและทำกิจกรรมที่ชอบ นำมาซึ่งความมั่นใจในตัวเอง และกลายเป็นนายแห่งตนจากข้อ 1-2-3
4. เมื่อปฏิบัติบ่อยครั้งในการเป็นนายแห่งตนก็จะรู้สึกตนเองมีคุณค่า
5. เมื่อแสดงคุณค่าแห่งตนเรื่อยๆ ก็จะเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
6. เมื่อเกิดความภาคภูมิใจในตนเองขณะทำกิจกรรมการแสดงบทบาทและความสามารถในสถานการณ์ชีวิตที่หลากหลายก็จะจัดการตนเองได้
7. เมื่อจัดการตนเองได้ก็จะมีความเข้าใจในสมรรถนะแห่งตน

ขอให้ทุกท่านลองตรวจสอบจิตแห่งตนว่าอยู่ระดับใด จึงย้อนฝึกฝนจิตระดับที่ต่ำกว่ามาสม่ำเสมอจนถึงระดับที่สูงกว่าครับผม
ขอบคุณมากครับคุณยายธีและพี่ณัฐพัชร์
ขอบคุณมากครับคุณปริมและคุณ Ka-poom
อย่างที่ อ. ดร. ศุภลักษณ์ เข็มทอง ได้กล่าวไว้ในข้างต้นว่า
"ความสุขในการใช้ชีวิตเกิดจากการพัฒนาจิตที่มีวงจร กระบวนการ ความสัมพันธ์ ความเชื่อมโยง และความเป็นอัตลักษณ์แห่งตน” กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ว่าความสุขในชีวิตจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อจิตใจเราสงบและวิธีที่จะฝึกจิตใจของเราให้สงบได้นั้นก็มีหลายวิธีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตร ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว การนั่งสมาธิ การเดินจงกลม ล้วนแต่เป็นวิธีที่จะทำให้จิตใจของเราสงบทั้งสิ้น ระงับจิตใจไม่ให้ฟุ้งซ่าน เกิดความสุขทางใจจากการให้ทาน ก่อให้เกิดความสุขในชีวิต
และนอกจากวิธีการเหล่านี้ กระผมคิดว่าการหากิจกรรมที่ตนเองสนใจ ทำในยามว่างก็สามารถใช้เป็นวิธีการฝึกจิตได้เช่นเดียวกัน
ในขั้นแรก เราต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่เราสนใจจะทำ คืออะไรเราต้องรับรู้ถึงความชอบ ความต้องการ ความสามารถของตัวเราที่มีอยู่ มีความมั่นใจว่าตนจะทำได้ เป็นการรับรู้ตัวเราเองก่อน
ขั้นที่สอง การเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ว่ามีอะไรบ้าง ต้องมีการคิดวางแผน การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงาน เป็นการรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัวตามการนำไปใช้จริง
ขั้นที่สาม การลงมือทำตามแบบแผนในสิ่งที่ตนเองสนใจ ต้องมีสติรับรู้ว่ากำลังทำอะไร มีความอดทน และควบคุมตนเองให้สามารถทำงานได้สำเร็จ
สุดท้ายเมื่อทำผลงานสำเร็จ จะส่งผลให้เห็นคุณค่าในตนเองมากยิ่งขึ้น เกิดความภาคภูมิใจ มีความเชื่อมั่นในตนเอง เพราะกิจกรรมที่ทำนั้นเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมาย มีความหมาย มีคุณค่า และส่งผลให้เกิดความสุขในที่สุด