เมื่อก่อนไม่เคยคิดว่า "ผัก" จะมีประโยชน์ อย่างไร จนเมื่ออายุย่าเข้าเลข 3 และมีคนมาทัก เอ๊ะ ทำไม (คุณพี่ คุณน้อง) ถึงขาวขึ้น ผิวพรรณดี ไม่มีรอยเหี่ยวย่น แต่ตัวเราไม่เคยมองว่าตัวเองจะผิวดี ผิวขาวตรงไหนเลย (จริงจริง) แต่เมื่อโดนทักบ่อย ๆ ขึ้น กก็เริ่มคิดแล้วว่า เอ้.... เพราะว่าเราชอบกินผักรึเปล่า ในที่นี้หมายถึงผักทุกชนิด ทั้งที่เป็นเครื่องเทศ ขิง ข่า ตระไคร้ ใบมะกรูด รวมทุก ๆ อย่าง และสมุนไพรที่อยู่ในอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าต้มยำ แกง ผัด ไม่เคยเขี่ยผักเหล่านั้นทิ้งเลย (เว้นพริก ในส้มตำค่าเผ็ดจริงๆ) จึงคิดว่าน่าจะเป้นข้อดีสำหรับการกินผัก
ณ วันนี้ เมื่อเราจะต้องเลี้ยงลูกเราต้องให้เด็กแข็งแรง มีสุขภาพ ผิวพรรณดี ต้องบอกก่อนว่าลูกชายชื่อ "น้องเต็มเต็ม" ประวัติคือ เกิดวันที่ 16 ก.ค. 54 คลอดก่อนกำหนด 33 w คุณหมอบอกว่าน้องเอาก้นออกมา แต่ไม่ได้ผ่าเนื่องจากน้องตัวเล็ก นน.แรกคลอด 1,950 กก. แต่ด้วยเป็นบุญไม่น้อย น้องไม่เคยเป็นอะไรเลย สุขภาพแข็งแรง อ้วนท้วน ค่อนข้างสมบูรณ์ ปัจจุบัน อายุ 1 ขวบ นน. 9.4 กก. ทางการแพทย์เด็กไม่ครบให้หักลบตามเดือนที่คลอดก่อนกำหนดคือ 2 เดือน อายุจริง น่าจะสิบเดือน ค่ะ มีฟันเมื่อ 6 ย่าง 7 เดือน อาหารส่วนใหญ่จะตามตารางที่อยู่ในคู่มือคุณแม่ (สมุดสีชมพู) แต่เมื่อ 6 เดือนเหมือนน้องอยากกัด อยากแทะ ตามประสาเด็กที่เริ่มจะมีฟัน คุณแม่จึง ต้มแครอท เป็นแท่ง ๆ ให้เป็นของเล่นแทนยางที่ต้องซื้อเมื่อลูกฟันขึ้น 8-9 ด. เริ่ม ให้ผักที่ชนิดหยาบ คือ ผักบุ้ง บักโขมใบใหญ่ ถั่ว ฟักทอง ผลไม้ต่าง ๆ จึงได้รู้ว่าลูกผลไม้ที่ลูกไม่ชอบคือ มะละกอสุก ที่ชอบ คือแคลตาลูป เห็นมั๊ยคะว่า ยังไม่ถึง 1 ขวบเราก็ทราบแล้วว่าลูกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ส่วนผัก นั้น ลูกจะได้รู้รสชาด มันอาจจะไม่อร่อยเหมือนผลไม้ แต่แม่คิดว่าลูกน่าจะรับรู้ว่า มันเป็นอาหารที่กินได้ ไว้โตซักหน่อยจะบอกว่าผักมีประโยชน์มากมายเหมือนแม่ ที่ได้รับประโยชน์นั้นแล้วครับ (คุณแม่บางท่านอาจคิดว่า แล้วไม่ติดคอเหรอ) ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ ดีที่น้องเต็มเต็ม ไม่เคยกินอาหารติดคอ เนื่องจากว่า เค้าสามารถกำจัดอาหารที่มันแข็ง ๆ ออกมาเองโดยอัตโนมัติ (สงสัยเป็นความสามารถส่วนตัวของน้องค่ะ)