กอดโลกได้เมื่อไร ใจก็เป็นสุข

                      ...   สองแขนที่กอดโลก  ...


     มนุษย์เราเป็นพวกที่ชอบรับมากกว่าให้ ภาพจากสื่อและคนรอบตัวตอกย้ำเราเสมอว่า ความสุขคือเป้าหมายของชีวิต และการรับความสุขก็คือการ"ตักตวง" มันใส่ตัว นี่คือการมองว่าตัวเองคือศูนย์กลาง

     ปรัชญาพุทธสอนในสิ่งตรงข้ามโดยสิ้นเชิง นั่นคือมองออกไปจากตัวเอง     คริสตศาสนาก็สอนให้รักเพื่อนร่วมโลก เพราะความสุขคือการแบ่งปันกันคือการให้

    แต่ในโลกแย่ๆ ใบนี้ การแบ่งปันให้คนอื่นเป็นเรื่องยาก การรักคนอื่นก็เป็นเรื่องยาก ทว่ามองให้ดี เราจะเห็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สวยงาม : ชาวบ้านตำบลหนึ่งในสุรินทร์ประกาศคืนเงินให้รัฐที่ให้ความช่วยเหลือมากเกินไป  เจ้าหน้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งเก็บเงินแขกที่มาพักได้และส่งคืน คนขับรถรับจ้่างคืนของที่ผู้โดยสารลืมทิ้งไว้บนรถ ฯลฯ

    เพียงเปลี่ยนค่านิยมจาก "รับ" มาเป็น "ให้" เอาใจเขามาใส่ใจเรา น้ำใจใสบริสุทธิ์หยดเล็ก ๆ แต่ละหยดสามารถรวมตัวเป็นสายน้ำแห่งความเมตตาชะล้างฝุ่นละอองที่จับเปื้อนโลกมานาน นี่คือการกอดโลก! กอดโลกได้เมื่อไรในก็เป็นสุข แล้วโลกก็สวยงามขึ้นทันที

   ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ "สองแขนที่กอดโลก" ได้บ่งบอกถึงมนุษย์้เราและแยกแยะ รายละเอียดของตัวหนังสือทำให้เราผู้ซึ่งได้อ่านรู้สึกได้ถึงการเป็นผู้ให้ในหลายๆมุม ว่ามีความสุขมากเพียงใด รู้จักแบ่งปัน รู้จักคนผู้อื่น เอาใจใส่ผู้อื่น ไม่มองตัวเองหรือเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางแต่ให้มองผู้อื่น แล้วคุณจะกอดโลกไว้อย่างมีความสุข


ที่มา : หนังสือสองแขนทีกอดโลก

ผู้เขียน  วินทร์ เลียววาริณ