ขึ้นชื่อว่าชีวิตแล้วต้องดำเนินไปไม่หยุดนิ่ง

การทำมาหากินเพื่อปากท้องของประชากรชาวไทย

ผู้อาศัยอยู่กับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นน้ำจืด หรือน้ำเค็ม

ต่างมีวิถีชีวิตไม่ต่างกันมากนัก

เช้าวันวาน ฉันตื่นแต่เช้า และเดินท่องชายหาดไปเรื่อยๆ

 

จนตะวันเริ่มมาเยือน

แสงแห่งตะวันเป็นแสงที่ให้ความรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่

พลังที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิตบนโลกใบนี้

ละสายตาจากท้องฟ้าแล้วก้มมองลงไปในทะเล

สายตาปะทะกับใครคนหนึ่งที่กำลังพยายามใช้แหเหวี่ยงลงไปในทะเล

เขาผู้นั้นมีความพยายามที่จะจับปลากระบอกที่ว่ายโต้คลื่นเลียดชายฝั่งตื้น

ที่มีความลึกไม่เกิน 1 เมตร ริมทะเลของเมืองหัวหินแถบเลียบเขาตะเกียบ

มีหาดให้ลงเล่นน้ำทะเลยามน้ำลงกว้างลงไปในทะเล

ความคิดปรับเปลี่ยนไปจากการมองอย่างเห็น และมองอย่างคิด

มองอย่างเห็นก็คือมองเห็น เห็นด้วยตา คือตามองแล้วเห็น

มองอย่างคิด คือตามอง ใจคิด

ชาวประมงชายฝั่งประเภทไม่ใช้เรือออกไปหาปลาในทะเลชายฝั่ง

จึงต้องมืเครื่องมือในการจับปลา ไม่ว่าจะเป็นฉมวกแทงปลาดุก แทงปลาเก๋า

แทงปลาหมอทะเล หรือแหที่ต้องออกแรงในการเหวี่ยงแหออกไปให้กางออก

มากจนปากแหครอบคลุมบริเวณที่ฝูงปลาน้อยใหญ่กำลังแหวกว่าย

ในจังหวะที่ชาวประมงได้ใช้ความพยายามกับการออกแรง สายตาที่จับจ้องฝูง

ปลา และการคาดเดาว่าปลาฝูงนั้นจะหันเหหัวแหวกว่ายไปทางไหน

เพื่อว่าเขาจะได้เหวี่ยงดักทางถูก

ชีวิตที่ถูกตามล่า

ดูเหมือนจะรู้ตัวด้วยสัญชาตญาณของการอยู่รอด

ที่มีติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด

ทำให้ฝูงปลากระบอกเริ่มกระสับกระส่ายว่ายแบบไม่

เป็นขบวนและส่ายหัวหาทางรอดเมื่อเงาของแหกระทบผิวน้ำ เสียงดัง

เชี๊ยะ!......และจมดิ่งลงไปสู่พื้นทะเลตื้นนั้น

ภาพของแหที่ถูกเหวี่ยงออกไปสุดลำแขนช่วยให้มันแผ่กระจาย

ออกไปได้กว้าง และรวบเอาสรรพสิ่งต่างๆที่ขวางหน้ามัน

มาเก็บไว้ภายใต้เส้นเชือกเล็กๆที่ร้อยรัดถักทอกันเป็นตาข่าย

ความสวยงามไม่เคยเลือกที่เกิด แม้ในความตาย

ฉันเดินจากมา หลังจากพบว่าจ่าฝูงของมันติดร่างแหมาเพียงตัวเดียว

นี่เป็นการเสียสละของผู้นำกระนั้นหรือ

บางครั้งก็ต้องแลกด้วยชีวิตใช่หรือไม่