เผยโรคระบาดใหม่ของคนไทย 'ลงพุง' พบล่าสุด12ล้านคนแล้ว

วันนี้ (3 ก.ย.) นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เวลานี้นอกจากคนไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับการระบาดโรคไข้หวัดนกแล้ว ยังต้องเผชิญกับโรคภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต เมื่อเป็นแล้วจะรักษายาก และมักรักษาไม่หายขาด ได้แก่ โรคเมตะบอลิค ซินโดรม (Metabolic syndrome) เป็นโรคใหม่ที่กำลังมาแรงในศตวรรษที่ 21 นี้ ลักษณะเด่น คือ อ้วนลงพุง พุงพลุ้ย หรือหุ่นอาเสี่ย ที่คนสมัยก่อนชอบพูดกัน แต่สมัยนี้ความอ้วนไม่ใช่สิ่งบ่งบอกถึงฐานะอีกต่อไปแล้ว แต่ความอ้วนจะเป็นตัวทำนายอายุและสุขภาพในอนาคตได้ด้วย

นายสง่า กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา อ้วนลงพุงเกือบร้อยละ 30 หรือประมาณ 12 ล้านคน เป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 50 ส่วนชายพบร้อยละ 21 กล่าวได้ว่าในกลุ่มคนไทยวัยนี้ ทุก 3 คน จะมีคนอ้วนลงพุง 1 คน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่ลูกหลานมักให้พักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ให้ทำงาน การอ้วนลงพุงเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดตีบตัน สาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากพฤติกรรมการกินการอยู่ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีเนื้อล้วนๆ อาหารรสจัด เช่น มันจัด หวานจัด เค็มจัด กินผักผลไม้น้อย เดินน้อยลง และขาดการออกกำลังกาย ดังนั้นวิธีป้องกันจึงต้องหันกลับมาใช้ชีวิตที่ตรงกันข้าม คือ กินอาหารประเภทผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารรสจัด ออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 นาที

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า ทางกระทรวงฯจะร่วมกับหลายหน่วยงานรณรงค์ให้คนไทย ทั้งคนที่ยังไม่เป็น และคนที่เป็นโรคแล้ว ตระหนักถึงภัยร้ายของกลุ่มโรคดังกล่าว โดยกำหนดแนวทางการรณรงค์ในคน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มคนที่ยังไม่อ้วน คือมีรอบเอวไม่เกิน 80–90 เซนติเมตร 2. กลุ่มคนที่มีรอบเอวเกิน 80–90 เซนติเมตร หรือกลุ่มที่อ้วนลงพุง แต่ยังไม่เกิดโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ซึ่งคนในกลุ่มนี้จัดว่าเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย 3. กลุ่มคนที่มีรอบเอวเกิน 80–90 เซนติเมตร และเป็นโรคเรื้อรังดังกล่าว และ 4. กลุ่มคนที่อ้วนลงพุงมานาน และมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งการรณรงค์จะเริ่มในเดือน ธ.ค.นี้ มุ่งเน้นที่การปรับพฤติกรรมการกินอาหารให้สมดุลกันทั้งอาหารประเภทเนื้อ ผักผลไม้ แป้ง ไขมัน เกลือแร่ และการกระตุ้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ โรคอ้วนลงพุงเป็นภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมในบริเวณช่องท้องมากกว่าปกติ สามารถทราบได้โดยใช้เส้นรอบเอวเป็นตัวชี้วัด ในผู้ชายเอเชียรวมทั้งคนไทยมาตรฐานไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว และในผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว