ว่าด้วยความพยายามเอา AI มาพัฒนา Balanced Scorecard ให้มันบวกขึ้น..

1. สมัยก่อนที่ผมจะรู้จัก Appreciative Inquiry ศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก..ผมสอนวิชาความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) หนึ่งในนักคิดด้านวิชาความคิดสร้างสรรค์ที่ผมตามเก็บงาน แทบจะทุกเล่มที่ท่านเขียนก็คือ Edward De Bono

หนึ่งในงานเขียนของท่านที่ผมชอบมากคือ Simplicity (ซิมปลิซิตี้)

 

มีเรื่องหนึ่งที่เป็นเนื้อหาสำคัญที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้..ที่มีการส่งต่อกันทาง email ไปมา แล้วมีการเอามาเล่าในชั้นเรียน หรือในการฝึกอบรม..แต่ก็เพี๊ยนไปจากต้นฉบับ วันนี้จะเอาเนื้อหาจริงๆ ตามหนังสือมาเล่าให้ฟังครับดังนี้ครับ 

ครั้งหนึ่งนักบินอวกาศสหรัฐ หลังจากขึ้นไปอวกาศ ก็เจอปัญหาปากกามันขาดตอนครับ..คืออยู่ดีๆก็เขียนไม่ได้..เพราะในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วง ทำให้หมึกที่บรรจุในปากกา..ไม่เกาะตัวครับ..นักบินอวกาศก็เลยวิทยุกลับมาที่นาซ่า...โดยบอกว่า.."นาซ่า ช่วยส่งปากกาที่สามารถเขียนได้ในสภาพไร้นำ้หนักมาหน่อยสิครับ..." นาซ่าเลยตั้งทีม เพื่อค้นคว้าหาวิธีการสร้างปากกา ที่จะสามารถนำไปเขียนในสภาพไร้น้ำหนัก หลังจากเสียเงินไปหลายล้านก็พบวิธีการทำให้หมึกไม่ไหลย้อนครับ..ด้วยการอัดก๊าซไนโตเจน ที่เป็นก๊าซเฉื่อยเข้าไปในปากกา ที่สุดนักบินอวกาศก็ได้ปากกาไปเขียนในสภาพไร้น้ำหนัก...

 

 

แต่โดยมิได้นัดหมาย ปรากฏว่า..นักบินอวกาศรัสเซีย กำลังอยู่นสถานีอวกาศเมียร์..เจอปัญหาเดียวกัน..เกิดรำคาญเช่นกัน..ก็เลยวิทยุกลับมายังฐานอวกาศ โดยใช้คำพูดว่า "ปากกา หมึกขาดอีกแล้ว..นี่ช่วยหาอะไรก็ได้ ที่สามารถเขียนในอวกาศได้ไหม.."

 

ที่สุด..สถานีข้างล่างเลยส่ง "ดินสอ" ไปให้ครับ...จบข่าว...

...

2. เห็นความต่างไหมครับ. ความต่างของเรื่องอยู่ที่ "การใช้ภาษา"ครับ นักบินอวกาศสหรัฐใช้ประโยคว่า.."ช่วยหาปากกาที่เขียนในอวกาศได้มาให้หน่อยได้ไหมครับ" ประโยคนี้นำไปสู่การวิจัยเรื่องปากกาอวกาศที่สิ้นเปลือง (เสียงบอก 10 ล้านดอลล่าร์)..ส่วนนักบินอวกาศรัสเซีย ถามโดยใช้ประโยคว่า "ขอดอะไรก็ได้ ที่สามารถนำมาเขียนในอวกาศได้ คำถามนี้นำไปสู่คำตอบที่เรียบง่ายคือ "ดินสอ"...

3. Edward de Bono สรุปว่าการใข้ภาษามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงครับ..ซึ่งในด้าน Appreciative Inquiry ก็เชื่อ และทำแบบเดียวกัน..ขอให้ลองใช้ภาษาที่เปลี่ยนไปเท่านั้น คุณก็จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แล้ว..บางทีเราเรียกว่า Generative Conversation หรือการสนทนาทีี่เกิดการสร้างสรรค์..

4. ลองสิครับ วันนี้ถ้าลูกน้องขายของได้้มาก ลองถามว่า ไปทำอะไร พูดอะไรถึงขายได้ครับ คุณก็จะได้เทคนิคการขาย หรือสถานการณ์ที่อธิบายปรากฏการณ์ดีๆ นี้ได้..ลูกศิษย์ผมอีกคน ไปทำโรงงานแกะกุ้ง ที่คนงานลาออกบ่อยๆ..เลยถามดีๆ ว่า..คนที่ยังอยู่ อยู่นานๆ นี่ต่างจากพวกที่ลาออกบ่อยตรงไหน..ก็ได้คำตอบว่า ที่อยู่นาน เพราะทักษะการแกะกุ้งดี เลยมีรายได้ดี..เอ๊าถามต่อ..แล้วเวลาแกะกุ้งเก่งขึ้นนี่..มีทีมาอย่างไร..อะไรทำให้เก่ง..อ๊อ..มีหม่อง (คนงานพม่า) กลุ่มโน้นสอนให้..พอไปดู ไปสังเกตเห็นว่าเทคนิคแปลกดี. ไปเจอว่า..คนที่แกะกุ้งเก่งใช้ช้อนกินข้าวแกะกุ้ง แทนที่จะใช้ปลอกนิ้งแกะ...เขายืนยันว่าดีกว่าของโรงงาน..เลยลองเอาไปขยายผล..ในระยะสั้นผลผลิตการแกะกุ้งโรงงานเพิ่มจาก 7 ตันต่อวันเป็น 8 ตันต่อวัน..

 

เพียงคุณถาม คุณพูดด้วยประโยค ดีๆ..คุณจะได้อะไรดีๆครับ..ลองปรับวิธีการคุยของคุณสิครับ..คุณจะทำงานได้ง่ายๆขึ้น..องค์กรคุณก็จะสามารถลุดต้นทุนได้..เพิ่มยอดขายได้..เวลาทำ Balanced Scorecard จะทำ KPI อะไรก็ตามอย่าลืมเอาการตั้งคำถามดีๆ ไปผูกด้วยนะครับ..คุณจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เอง..ไม่งั้นจะเป็นอะไรที่สูญเปล่า กดดัน  ต่อให้ทำตามแผนได้ ก็อาจได้อะไรที่แพงจนเกินความจำเป็นครับ...