ปีบขาว (กาสะลอง) ....อันนี้ โดยจริตส่วนตัว ชอบมากๆ ที่สุด เพราะรูปทรงประหลาด ขาว หอมชื่นใจ ออกดอกทั้งปี

วันนี้จู่ๆ ดอก”คูน” แห่งอีสาน  (แขก = ราชพฤกษ์,  ชัยพฤกษ์)  ก็กลายเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยไปได้โดยปริยาย แบบว่าไม่ต้องมีประชาพิจารณ์แต่อย่างใด ...เออ..มันง่ายๆ แบบไทยๆ ดีจริงนะ  

 

สำหรับผม...ไม่ชอบคูนมากนัก เพราะมันมีฝักแก่ ที่ยากต่อการเก็บ กำจัด หรือใช้ประโยชน์   อีกทั้งปีหนึ่งออกหนเดียว  ไม่ได้ชื่นชมนานๆ อีกทั้งพอเอารถไปจอดใต้ต้น ฝักมันก็หล่นใส่จนรถมือสองอายุ ๑๐ กว่าปีที่แสนรัก ( และราคาแพงตั้งสองแสน) หลังคาบุบอีกต่างหาก

 

 

 จึงอยากเสนอดอกไม้ประจำชาติคู่แข่งอื่นที่ดี และมีความหมายน่าสนใจ เช่น

 

 

*เฟื่องฟ้า ....ออกดอกทั้งปี มีหลากหลายสี ทนแล้งชะมัด   ฝนก็ทนด้วย ดอกอะไรมันจะทั้งสวยและอึดแบบนี้  อาจเสียอย่างเดียวคือไม่ค่อยหอม แต่ความหอมนั้นบางคนก็ว่าฉุน เหม็น นะ กลิ่นกลางๆ น่าจะดีเสียอีก ...เข้าได้กับทุกเสื้อสี

 

*ตะแบก....ดอกหลากสีสวยงามมาก มีม่วง ขาว ชมพู เป็นหลัก มีขนาดดอกเล็กใหญ่ สะพรั่งสวยงามมาก ใบและลูกเอามาชงชาแก้โรคได้สารพัด    มีหลายพี่น้อง เช่น เสลา อินทนินบก อินทนินน้ำ  

 

*พุทธรักษา ...เป็นไม้ไม่ยืนต้น แต่ก็แตกหน่อได้เรื่อยๆ จนกลายเป็นยืนต้น มีลักษณะคล้ายทิวลิป (ที่คนไทยเห่อกันหนักหนา) แต่ดีกว่าทิวลิปมาก เพราะสวยกว่า และออกดอกทั้งปี มีหลากหลายร้อยสี แถมมีกลิ่นอ่อนๆ... ถึงว่า พุทธ จึง รักษา

 

*จาน (ทองกวาว)...เป็นดอกไม้ประจำ มหาลัย หลายแห่งไปแล้ว   ขึ้นได้มากทางอีสาน เหนือ

 

*ปีบขาว  (กาสะลอง) ....อันนี้ โดยจริตส่วนตัว ชอบมากๆ ที่สุด เพราะรูปทรงประหลาด   ขาว หอมชื่นใจ ออกดอกทั้งปี หล่นขาวโพลนใต้ต้น  แถมทนแล้ง ทนฝน ประโยชน์ทางยาสมุนไพรก็สารพัด  (ถ้าจำไม่ผิดเข้าตำรายาไทยโบราณ จัดอยู่ใน “เกสรทั้งห้า” ด้วยนะ)

 

 

แล้วท่านล่ะ ช่วยเสนอดอกไม้ประจำชาติด้วยนะ

 

กติกาคือ

 

ต้องปลูกได้ในทุกภาคของไทย

มีความหมาย หรือ ลักษณะที่ดี (สุดแล้วแต่การตีความ เช่น อดทน เลี้ยงง่าย ไม่สามารถถูกจูงจมูกได้ง่าย  เหมือนคนไทยมักง่ายในสมัยนี้) 

มีลักษณะภายนอกที่ดี (เช่น สวย หอม ลึกลับน่าติดตาม)

 

...คนถางทาง (๑๒ เมษายน ๒๕๕๕)