* พ.ศ.นั้นโทรศัพท์มือถือยังไม่เฟื่องเหมือนในปัจจุบัน แถมยังราคาแพงพอสมควร ขนาดแบบกระดูกหมาแท้ๆยังแพงพอพอกับตัวหมาเสียอีก. หมากระเป๋าแบบธรรมดาน๊ะครับ ไม่ใช่แบบดีออร์ หรืออเมริกันทัวริสต์.
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาใช้เครื่องถ่ายเอกสารต่อจากผมคงจะแย่แน่ๆ ผมคิดมาตลอดทาง เพราะถ้าหายล่ะก็ !ซวยสิครับ.ผมต้องถูกหักเงินเพื่อใช้หนี้บริษัทประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท.สมัยนั้นโทรศัพท์มือถือยังราคาแพงพอสมควรขณะเขียนเรื่องนี้ราคาถูกลงมากสามารถถ่ายรูปได้ด้วย.แม้แต่คนเก็บของเก่ายังมีใช้กันเลย.สาวคาราโอเกะหลายนางยังมีราคาแพงๆใช้ด้วยเอาไว้ล่อลูกค้ากระมัง ! นี่ถ้าโทรศัพท์ของบริษัทฯหายไปจริงๆ หมายถึงผมอาจจะไม่ได้รับเงินเดือนทั้งเดือนเลยล่ะ !โอ้สวรรค์ทรงโปรดครับ ผมมาถึงร้านลุง และรีบเดินมาที่เครื่องถ่ายเอกสารทันที.พระเจ้าช่วย !โทรศัพท์ของผมยังนอนนิ่งอยู่ที่เดิม.
๓๒.ผู้ใหญ่พาเด็กไปเที่ยว..วันเด็ก..- ที่สนามบินอู่ตะเภา.
พวกนักเลงพระหันมาถามว่า เอ๊ะ ! เพิ่งไปเมื่อกี้นี่นาทำไมกลับมาอีกล่ะ ? ผมเลยบอกว่าลุงมัวแต่ดูพระกัน ผมลืมโทรศัพท์มือถือไว้น่ะสิเลยรีบกลับมาเอา นี่ไง !ผมถือโอกาสยกให้ลุงดูเสียเลย มีเสียงพึม-พำๆมาจากบรรดานักเลงพระ ผมจึงเดินทางกลับไปที่แค้มป์ทันที.ผมออกจากร้านลุงไปยังไม่ไกลนักก็มีสายเข้ามาทันที ผมขออนุญาตคุยโทรศัพท์ก่อนน๊ะ ผู้จัดการใหญ่ของผมมักจะมาตรวจงานเสมอๆ ถ้ามีโอกาส. ผมต้องคอยมารับ-ส่ง ระหว่างสนามบินอุดรบ้าง ไป-กลับ ระหว่างโรงแรม เจริญศรีกับแท่นขุดเจาะบ้างโรงแรมระดับห้าดาวของจังหวัดอุดร ใหญ่โตพอสมควร.น่าเสียดายครับผมมาทำงานที่นี่ แต่ผมยังไม่มีโอกาสมาพักแม้แต่คืนเดียว.ความจริงที่จังหวัดอุดรธานีนี้ผมเคยเดินทางมาแล้วครับ.นานมากทีเดียว.สมัยสงครามเวียตนามโน่นแหละ ! เที่ยวนี้เป็นครั้งที่สองในรอบกว่า ๒๐ ปี.สมัยนั้นถนนยังเป็นเลนเดียวครับ.ผมโบกรถมาจากรังสิตคันแรกได้มาจนถึงโคราชครับ. ผมมากับพี่ชายผมเพียงสองคนเท่านั้น !ผมแต่งชุดทหารเรือ-พี่ชายแต่งชุดนย.สีเขียวครับยืมของผมใส่. พี่ชายจบรร.มัธยมแล้วยังเข้าศึกษาต่อที่ไหนไม่ได้ จึงได้ไปทำงานในแค๊มป์กับทหารอากาศฝรั่ง ที่สนามบินจังหวัดอุดรครับ. ก็ไปเป็นยามเฝ้าสนามบินนั่นแหละ !สมัยสงครามเวียตนามนั้นเรียกกันว่าไทยการ์ดครับ. Thai Guard.
* ดำเนินงานโดยอดีตนายกฯท่านหนึ่ง แม้จะเสียชีวิตแล้วแต่ยังจำได้ว่าพี่แกโกงเงินต่างๆของบรรดาไทยการ์ดไปเพียบ..เพราะมีการเดินขบวนไปทวงเงินกันแถวๆสภาฯนั่นแหละ ! ทำไมเมืองไทยจึงมีคนขี้โกงมากเหลือเกิน..ไหนล่ะพวกที่ออกมาต่อต้านพวกทุจริต..ยังไม่เคยประสบความสำเร็จสักครั้ง..

๓๓. ผู้พัน..พี่ชายผู้เขียนเองครับ. - ที่ขส.ทบ.สะพานแดง ปี ๒๕๒๗
สมัยที่ทหารอเมริกันมายึดครองอยู่ที่...อุดร , โคราช อู่ตะเภา , นครพนม ฯ ในตอนนั้นผมจบจากรร.จ่านย.มาแล้ว โดยได้เริ่มรับราชการในยศจ่าโทแต่เงินเดือนยังน้อยอยู่ เราวางแผนเดินทางโดยการโบกรถครับ Hitch Hike.ต่อมาพี่ชายผมได้ออกจากยาม และได้เข้ารับราชการที่รร.นายสิบรุ่นพร้อมรบเวียตนามใต้ ขณะเขียนเรื่องนี้ได้เป็นนายทหารบกยศพันตรีอยู่ที่กทม.นี่เอง !ยังไม่เคยไปรบที่ไหนเลยจริงๆครับ ผมชวนให้ลาออกแบบเออร์รี่รีไทร์ เออ..พี่แกไม่ยอมครับเพราะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นพันโทให้ได้ ตามใจเถอะผู้พัน. พี่ชายผมดื้อครับไม่ยอมลาออกแบบเออร์รี่รีไทร์ถ้าลาออกจะได้ทั้งยศและเงินเพิ่ม. แถมยังคุยทับด้วยว่านายกูบอกแล้วว่าจะกันตำแหน่งพันโทไว้ให้อย่าเพิ่งรีบลาออกเลยน๊ะ แม้ผมจะเตือนไปว่าอย่าไปเชื่อเลย ไอ้พวกนายนั้นมันดีแต่หลอกใช้ลูกน้องไปวันๆเท่านั้น !พองานเสร็จ..มันก็ย้ายหนีบรรดาลูกน้องที่แสนดีไปหมด. ท่านผู้อ่านคงจะไม่เชื่อผมก็ได้.ถ้านายดีใครจะอยากตำหนิบ้างล่ะครับ..จะถามทำไม ? ในที่สุดผมเพิ่งโทรคุยกับพี่ชาย จึงทราบว่าขณะนี้รอการเกษียณอายุอยู่ที่บ้าน พันโทก็ไม่ได้เพราะนายคนดังกล่าวได้ย้ายหนีไปกินตำแหน่งใหญ่ขึ้น..เที่ยวนี้พี่ชายผมค่อยเงียบเสียงลงได้ ตอนนี้แม้จะเริ่มเชื่อผมก็ตาม..ทว่าสายไปเสียแล้วผู้พัน. สายๆวันนี้..เจ้านายฝรั่งชาวออกเตรเลียมาชวนผมไปซื้อทองที่ร้านในตลาดกุมภวาปี ผมเข้าใจว่าใกล้จะหมดงานแล้วหรือได้เวลาที่จะต้องกลับไปพักแล้วกระมัง ! เจ้านายจึงอยากซื้อสร้อยแหวนกลับไป เพื่อเป็นที่ระลึก ที่สำคัญคือราคาทองในบ้านเรานั้นถูกกว่าในหลายๆประเทศ และเปอร์เซ็นต์ทองมากกว่า ใครที่พูดภาษาอังกฤษได้ก็ตามถ้ามาเจอกับชาวออสซี่พูดล่ะก็ ! ผมว่าฟังยากพอสมควรพี่แกชวนผมเข้าเมืองนั้นผมฟังออกครับ พอบอกว่าจะไปซื้อทองผมฟังไม่ออกจริงๆ I want to buy a gound. - กาวน์. ดูสิว่าท่านจะฟังออกไหมครับ ? ใช่ครับผมยังไม่หายสงสัยว่าพี่จะซื้อกาวไปทาอะไร ? จนผมต้องถามซ้ำ..พี่แกจึงยกตัวอย่างว่า Ring,Chain.ผมจึงถึงบางอ้อ Gold.โกลด์นั่นเอง..อ๋อพี่จะให้ผมไปซื้อทองจึงได้พาไปถูกครับ. เสร็จแล้วจึงกลับไปที่แท่นเจาะตามเดิม ผมจำไม่ได้ว่าพี่แกซื้อทองไปฝากภรรยากี่บาท.
๓๔. มาดูแลงานขนย้ายท่อของลูกค้า. ภาพโดยผู้เขียน. - ที่ท่าเรือสัตหีบ ปี ๒๕๔๙
ช่วงสายๆวันหนึ่ง..ผมเห็นความผิดปกติเกิดขึ้นในแค้มป์ฯเพราะว่า มีผู้จัดการใหญ่มาตรวจเยี่ยมและดูงานที่นี่ มีหางเครื่องคอยเดินตามกันเป็นแถว เพื่อคอยตอบข้อซักถามนั่นเอง ! ผมนึกถึงตอนที่รับราชการอยู่เหมือนกันเวลานายเดินไปทางไหนหางเครื่องจะตามกันเป็นแถวๆมองมาจากข้างนอก เขาก็รู้วันยังค่ำ. ผมยืนอยู่ไม่ห่างนักด้วยความที่นึกเคารพ..จึงได้ตะโกนไปว่า..สวัสดีครับ.ทำให้ผู้จัดการใหญ่เงยหน้ามามองและยิ้มนิดๆ ต่อมาผมมีโอกาสพบและพูดคุยกับหัวหน้าแผนกบุคคลของบริษัทฯคือคุณธำรง รู้คุณ. ขออนุญาตเอ่ยชื่อเสียก่อน เพราะท่านคอยสอนผมเสมอๆ. คุณธำรงเป็นคนสุโขทัยครับแต่มาปักหลักตามภรรยาอยู่ที่อุดรนี่เอง. ภายหลังคุณธำรงเล่าว่า ผู้จัดการใหญ่ได้ถามว่าไอ้คนที่สวัสดีผมนั้นเขาเป็นใครกัน? อ๋อ.คุณโต.แกเป็นทหารเรือเก่าเพิ่งลาออกมาได้ไม่นานลองชวนมาทำกับเราสิ ! ผู้จัดการใหญ่บอก. ผมกับคุณธำรงยังคุยกันอยู่บ่อยๆช่วงที่อยู่ในแค้มป์ ผมยังอยู่ประจำที่แค้มป์นี้ทุกวัน คุณธำรงนั้นไป-มาๆ ครับ.หลายวันต่อมาคุณธำรงได้ออกปากชวนผมมาร่วมงานกับบริษัทอมฤตแอนด์ แอสโซซิเอทส์ ลอยีสติคส์จำกัด เราอยากได้คนมาบริหารที่สำนักงานแห่งใหม่ที่สัตหีบ พร้อมกับได้แจ้งว่าจะเปิดสำนักงานในช่วงต้นเดือนกรกฏาคมนี้ เอาไหมครับคุณโตครับ ? เดี๋ยวผมจะเขียนใบสมัครให้ และคุณคอยรอเรียกเพื่อมาสอบสัมภาษณ์ เช้าวันรุ่งขึ้นก็ทำงานเลย ที่จริงผมเองก็สนใจครับเพราะอยู่ใกล้บ้าน.ผมจึงโทรบอกให้ภรรยาส่งใบผ่านงาน ซึ่งผมเตรียมไว้หลายชุด.ตรงไปที่สำนักงานใหญ่ที่ซอยสุขุมวิท ๗๑ กรุงเทพฯ ขั้นตอนต่างๆผ่านไปด้วยดีครับ.สองอาทิตย์ต่อมา.ผมพบกับหน.แผนกบุคคลของ บจก.อมฤตฯอีกครั้งที่แค๊มป์ในเมืองกุมภวาปี เขาบอกว่าเออ ! เจ้านายให้ไปสอบสัมภาษณ์ที่กรุงเทพฯช่วงปลายเดือนนี้น๊ะ- เช้าก็เริ่มงานเลย. ผมคิดในใจว่าทางบริษัทนี้คง ต้องการตัวผมแน่ๆเพราะเขาอุตส่าห์บอกใบ้ว่า..รุ่งขึ้นทำงานเลยที่จริงไม่มีที่ไหนหรอกครับที่จะมาบอกเราว่า...สอบวันนี้พรุ่งนี้เริ่มงานเลย มีที่นี่ที่เดียวจริงๆครับผมต้องขอขอบคุณย้อนหลังมายังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านด้วยความจริงใจอีกครั้งครับ.
๓๕. ผู้เขียนกับนายมิคกี้. - ที่บ้านศรีธาตุ อุดรธานี.ปี ๒๕๔๑
วันนี้มีเจ้านายชาวออสซี่คนใหม่เข้ามาที่แค๊มป์คงจะมาทำหน้าที่แทนคนเก่า. เพราะคนเก่านั้นคงจะใกล้เวลากลับไปพักแล้วกระมัง ! ชาวต่างชาตินั้นเขาทำงานแบบมีระบบครับ พอถึงกำหนดพักเขาต้องรักษาสิทธิของเขาจะพักทันที. คนใหม่ต้องมารับช่วงเพื่อเคลียร์งานก่อนที่คนเก่าจะกลับไปพักในอีก ๒ - ๓วันข้างหน้า.เขาชื่อนายมิคกี้ Mr. Mickey. ผมเรียกเขาว่า..มิ๊คกี้เม๊าท์.เขาหัวเราะชอบใจครับและไม่ได้ว่าอะไรผม. เราคุยและเข้าใจกันดี. เพราะภาษาพูดค่อนข้างฟังและเข้าใจง่ายกว่าคนเก่า ที่สำคัญเขาตำหนิว่าหมวกเซฟตี้ของผม Safety Hat.ไม่เหมาะกับศีรษะหรือใบหน้าของผม เป็นรุ่นที่มีกระบังหน้า. เขายินดีที่จะให้ใบใหม่แก่ผม..มีชื่อบริษทฯติดอยู่ด้วย ผมไม่ทราบว่าที่จริงแล้ว เขาอยากให้ผมสวมเพื่อนำชื่อของบริษัทเขา ไปโชว์หรือไม่ ? แต่ผมยินดีรับไว้ใส่เพื่อป้องกันศีรษะตัวเองไปด้วย เรื่องโฆษณานั้นผมไม่เกี่ยงครับอ้อ ! บริษัทชื่อ ริชเตอร์ Ritcher. มาจากประเทศออสเตรเลีย ลักษณะเป็นหมวกป้องกันศีรษะสีฟ้าเป็นแบบมีปีกรอบๆป้องกันแดด. ตามบริษัทต่างๆมักจะออกแบบสีประจำบริษัทฯของตนเอง ผมเคยนำกลับจากบังคลาเทศสองใบ สีขาวและสีเหลืองจากพนักงานบริษัทฯ สวมอยู่เมื่อสามปีก่อน.ขณะนี้นอนนิ่งรอฝุ่นมาจับอยู่ที่บ้านครับ เพราะผมได้เกษียณอายุแล้วนั่นเอง !ผมตั้งใจว่าจะยกให้กับลูกชายรอว่าถ้าเขามีความรับผิดชอบ มากกว่าที่เป็นอยู่. ไม่อยากเสียเขาไป.เสียดายครับ..ที่ผมอุตส่าห์หามหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมา แต่จะต้องมาสูญหาย เพราะการไม่รับผิดชอบของเขา. ผมเริ่มมีปัญหาทางใจขึ้นอีกแล้วครับ คืองานที่ทำอยู่เก่าก็ยังไม่ได้ลาออกเลย แต่มีคนมาชวนไปทำงานที่ใหม่อีก เอ.ผมจะทำอย่างไรดี? ผมคิดจะออกจากงานที่กำลังทำอยู่และตั้งใจจะลองไปสอบสัมภาษณ์ดู เพราะถ้าได้จริงตามที่เขาบอก. อย่างน้อยก็น่าจะเป็นงานถาวร นอกจากจะใกล้บ้านแล้วอาจจะจริงตามที่หมอดูได้ดูไว้ก็ได้ว่า ท่านที่เกิดราศีนี้แม้ว่าจะตกงานแต่อาจจะได้งานถาวร คิดไปคิดมาเอ๊ะ ! ผมจะทำอย่างไร ? จึงจะไปจากงานนี้ได้. ผมโทรกลับมาคุยกับเจ้าของบริษัทฯว่าผมทำงานมาเกือบสองเดือนแล้วน๊ะ ยังไม่ได้พักเลย ผู้จัดการบอกว่าให้ผมรออีกสัก ๒-๓ วันจะส่งนายสุวิทย์มาเปลี่ยน พอได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจขึ้นมาบ้างที่รู้ว่า..จะมีคนมาเปลี่ยน จะเป็นใครก็ช่างเถอะเพราะผมจะได้ไปจากที่นี่เสียที. ช่วงปลายเดือนมิถุนายนปี ๔๑ นายสุวิทย์ได้กลับมาพักอีกครั้ง. จึงเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้มาทำหน้าที่แทนผม. โดยตั้งใจว่า..ถ้าได้เก็บของไปจากที่นี่ผมจะไม่กลับมาอีกเลยเพราะผมเองก็หวังไว้มาก..ที่จะไปทำงานในตำแหน่งใหม่ที่บริษัทอมฤตฯผมได้ส่งมอบรถที่ใช้อยู่คืนให้นายสุวิทย์ แล้วเดินทางจากกุมภวาปี โดยรถสายอุดร-ระยอง เพื่อกลับบ้านที่สัตหีบ เย็นวันนั้นเลย.ลาก่อนบ้านศรีธาตุ.
๓๖. รถตำแหน่งคันแรกในชีวิต ของผู้เขียน. - ที่ท่าเรือสัตหีบ ปี ๒๕๔๑
รถบัสที่ผมโดยสารมานั้นก็วิ่งมาอย่างไม่รีบร้อนนัก เพราะพี่แกจอดตามสถานีรถเกือบทุกแห่ง จอดเร็วบ้างนานบ้าง ตามอารมณ์ของพขร.เพราะพี่แกไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน ? ยังไงๆเช้าพรุ่งนี้ก็ต้องถึงแน่ๆ ผมนั่ง หลับ - ตื่นๆ มาเรื่อยๆมารู้สึกตัวเอาแถวๆพัทยา. สักพักใหญ่จึงได้ลงที่หน้าซอยแล้วจึงค่อยๆเลื้อยเข้าบ้าน เป็นอันว่าผมมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ..อยากจะขอพักผ่อนก่อนน๊ะครับ เพราะต้องเอาแรงไว้ไปสอบสัมภาษณ์ที่สำนักงานใหญ่ของบจก.อมฤตฯในวันพรุ่งนี้ ผมปรึกษากับครอบครัวโดยตรงเลย หลังจากที่ผมต้องห่างเหินไปบ้างทั้งในและต่างประเทศเป็นครั้งคราว ตามที่ผมเคยคุยไว้แล้วว่าคนเรานั้น ! พอถึงโอกาสที่จะได้งานล่ะก็..ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกใบนี้มันต้องได้เองแหละครับ ! ผมมาพักที่บ้านได้ไม่นาน และไม่ทราบว่าคนพวกนั้นรู้ได้อย่างไรว่าผมกลับมาแล้ว ! มีคนได้โทรมาชวนผมไปทำงานด้วย ดูสิครับ ! เลือกไม่ถูกเลยครับ. แม้แต่นายอัลเบิร์ต เพื่อนชาวบรูไนของผมยังโทรมาตามกับเขาด้วย.เขาชวนผมไปทำงานด้วย ที่ลานกระบือ กำแพงเพชร สัญญา ๒ ปี เริ่มจากเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท. มีที่พักให้พร้อมแถมยังมีเวลาพักที่แน่นอนให้ด้วย ปกติจะเป็นการทำงาน ๔ อาทิตย์ พัก ๒ อาทิตย์ แต่ผมได้ตัดสินใจเลือกไปสอบสัมภาษณ์ ที่บริษัทอมฤตฯ ตามที่เขาได้เชิญชวนผมหลายเที่ยวแล้วครับ.ลองรับคำเชิญดูก่อนน๊ะว่า จะดีแบบที่ผมคิดไว้หรือไม่ ?
Albert. : Hey ! Pong , why don ‘’ t you come to work with me. ?
Two years contract and starting with 15 thousand Baht.
Writer. : OK , If I like to work with you
I will call you back. Thanks.
๓๗. บาร์จบรรทุกท่อของลูกค้า. - ที่ท่าเรือสัตหีบ.ภาพโดยผู้เขียน.
วันรุ่งขึ้นถ้าจำไม่ผิด ๓๐ มิ.ย. ๒๕๔๑ ผมออกเดินทางจากสัตหีบแต่เช้า โดยนั่งรถสัตหีบ-กรุงเทพฯ พอรถข้ามสะพานพระโขนงและจอดที่ป้ายแรกซ้ายมือ ผมลงมาขึ้นมอเตอร์ไซด์รับจ้างทันที เราออกจากคิวตรงป้ายรถมาทางเอกมัย แล้วมายูเทอร์น U-Turn.กลับมาเข้าซอยคลองตัน..ที่ปากซอยสุขุมวิท ๗๑ ห้ามเลี้ยวขวาครับ. วิ่งมาเกือบถึงกลางซอยจะพบศูนย์การค้าคลองตันก็เลี้ยวขวาเข้ามาเลย ประมาณ๓๐-๕๐ เมตร ผมลงจากรถแล้วเดินเข้ามาที่บริษัทอมฤต ฯ ทันที. บริษัทเป็นตึกสองคูหาสูงสามชั้นผู้คนเดินเข้า-เดินออกพลุกพล่านเพราะคนมาสมัครงานกันแน่นไปหมดครับ. ผมรอจังหวะอยู่นานและยังมิได้เข้าไปทักทายกับหน.แผนกบุคคล เพราะเห็นว่าท่านกำลังยุ่งอยู่ กับการรับสมัคร พนักงานใหม่.สวัสดีครับคุณ ธำรง ผมเดินมาทักทายทันทีที่เห็นว่าไม่มีแขก เราได้คุยกันสักพักใหญ่ก็เป็นเวลาพักเที่ยงพอดีครับ. มื้อนั้นทางหัวหน้าแผนกบุคคลเป็นผู้เลี้ยงดูผมครับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารแบบตามสั่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทฯมากนัก. ขอขอบคุณที่ได้เลี้ยงดู และยังให้งานผมทำอีกต่างหาก. กลับจากร้านอาหารแล้ว ผมถูกพาไปพบกับแหม่มชาวอเมริกันซึ่งมาตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศไทยหลายสิบปี จนพูดไทยได้อย่างคล่องแคล่ว โต๊ะทำงานของเธออยู่ที่ชั้นสามเธอได้คุยกับผมด้วยภาษาอังกฤษ หรือที่เรียกว่าสัมภาษณ์นั่นเอง !๒๐ นาทีต่อมาการสัมภาษณ์ได้จบลง.เธอรู้ว่า..ผมเป็นทหารนาวิกโยธินเก่า.เธอจึงถามผมว่า..คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันจึงชอบนาวิกโยธิน?เพราะว่าพ่อของฉันเป็นนักบินเฮลิคอร์ปเตอร์ เราโทรคุยกันครั้งใด ? เธอจะพูดคำแรกว่ามายมารีนทุกครั้ง. My Marines.
Mam. : Hi , I am Kattiya how are you my Marines. ?
Writer. : I am fine Mam , yes I was resigned for a few years.
Mam. : Do you know why do I like the Marines. ? My Dad was
a helicopter pilot. He works at camp Lejeune NC.
Writer. : Yes , I was there long time ago for school.
Mam. : I knew , I saw your resume.
๓๘. เรือสิมิลัน. - มุมหนึ่งของท่าเรือสัตหีบ ภาพโดยผู้เขียน.
เรากลับมาคุยกันด้วยภาษาไทยอีกครั้ง คงเป็นเพราะได้จบขั้นตอนการสอบสัมภาษณ์แล้วนั่นเอง ! พนักงานที่บริษัทฯนี้มักจะเรียกเธอว่าอาจารย์ เพราะทางบริษัทฯเคยจัดให้เธอสอนภาษาอังกฤษให้กับพนักงาน เพื่อจะได้สะดวกเวลาที่ลูกค้าต่างชาติโทรเข้ามา จะได้โต้ตอบกันเป็นภาษาอังกฤษได้บ้าง แต่ตอนที่ผมเข้ามาทำงานที่นี่แล้วผมเคยทดลอง.ทดลองน๊ะครับ มิใช่ลองภูมิ. ผมพูดอังกฤษกับพนักงานบัญชีสาว แรกๆก็โอ-เค ครับเพราะเพิ่งผ่านคำว่ากู๊ดมอร์นิ่ง.พอเริ่มถามเป็นภาษาอังกฤษ..ทางปลายสายตอบว่า พอๆพอแล้วเอาแบบไทยๆดีกว่าดูแล้วก็ไปไม่รอดครับ ! ต่อมาได้เลิกเรียนกันไปเอง โรงเรียนปิดเทอมครับ ! อาจารย์พาผมมาพบกับเอ็ม ดี MD. = Managing Director. กรรมการผู้จัดการ. พอเข้าไปในห้องหลังจากที่ผมไหว้เอ็ม ดี แล้ว ทุกคนหัวเราะกันใหญ่เพราะผมได้หยอดคำหวานๆ ให้ไว้ตรงนั้นครับ !
ผู้จัดการ: สวัสดีครับ เชิญนั่งครับ
ผู้เขียน: I feel ashame if I ' ve to sit and leaving a nice lady stand up.
ผู้จัดการ: หัวเราะ.. และได้เชิญอาจารย์นั่งลงด้วย - แล้วเราจึงได้คุยกันต่อ
เอ็ม ดี โทรสั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมรถปิ๊คอัพไว้ให้ผมหนึ่งคัน ผมได้ยินเขาบอกว่าให้จัดคันที่ดีที่สุดให้ผม และเตรียมโทรศัพท์ , แพคลิ๊งค์ และอื่นๆให้พร้อม และเตรียมเอกสารเพื่อให้ผมเซ็นต์รับด้วย.ต่อมาผมถูกพาไปพบกับหัวหน้า น่าจะเป็นสาวแก่ แม้จะอายุน้อยกว่าผมก็จริง. เธอเป็นฝ่ายบัญชีและการเงินของบริษัทอมฤตแอนด์ แอสโซซิเอทส์ลอยีสติคส์ จำกัด ที่นี่มีบริษัทในเครือหลายสาขาทีเดียว.ขออนุญาตเอ่ยชื่อเธอครับคุณจุ๋ม.วไลพรบุญเจริญ ต่อมาผมรู้ว่าที่สำนักงานนี้มีหลายจุ๋มครับ เวลาติดต่องานถ้าโทรมาขอสายคุณจุ๋ม..ปลายสายมักจะสวนมาว่า..จุ๋มไหน? จุ๋มแก่ครับ.พูดเล่น. เธอถามเรื่องเงินเดือนที่ผมต้องการ ผมเคยเกริ่นไปกับหัวหน้าแผนกบุคคลแล้วว่า. ผมขอเงินเดือนเริ่มต้นที่ ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าต่อรองคงเริ่มได้ที่ ๑๘,๐๐๐ บาท.ด้วยความที่เธอมีประสพการในเรื่องการเงินมามาก เธอได้ต่อรองลงมาเหลือที่ ๑๖,๐๐๐ บาทและบอกว่าถ้าได้ทำไปสักพักก็จะเพิ่มขึ้นตามขั้นตอนของบริษัทฯ ที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า Movement.นั่นเอง ! ผมได้ตอบตกลงไปเพราะเห็นว่าอย่างน้อย.ทางบริษัทฯก็ได้ให้รถตำแหน่งไว้ใช้ ๑ คัน แถมให้เติมน้ำมันได้เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท และที่สำคัญผมยังมีบำนาญอีกตั้ง ๘,๖๒๔ บาท.รวมแล้วก็เกือบๆ ๒๕,๐๐๐ บาท. มากกว่าเงินเดือนนายทหารอีกหลายๆคน อย่างน้อยก็น่าจะเป็นตำแหน่ง..ระดับผู้บังคับกองพันโน่นแน่ะ! ที่สำคัญคือ..ผมใหญ่สุดครับ ที่นี่ผมมีลูกน้องเป็นพนักงานขับรถโดยตรงอีกสองคนครับ อ้อ ! ยามอีกสองคน.

๓๙.ลอยิสติคส์ซุปเปอร์ไว๊ค์เซอร์คนใหม่. - ที่คลัง ๕ การท่าเรือสัตหีบ ปี ๒๕๔๑ - ๒๕๔๗
ผมออกจากแผนกบัญชีแล้วเขาพาผมไปพบกับคุณ วิชัย พฤกษ์โสภณ หัวหน้าแผนกชิปปิ้ง Shipping. ซึ่งเป็นงานเคลียร์ของและคนเพื่อเข้า-ออก ระหว่างประเทศนั่นเอง เป็นอีกคนหนึ่งที่จบระดับปริญญาโท จากสหรัฐฯ เหมือนกับ เอ็ม ดี ส่วนหน.แผนกบุคคลนั้นจบโทจากนิด้า เมืองไทยครับ. เราคุยกันสักพักพอเป็นพิธี แล้วจึงได้แยกย้ายกันไป ตกลงผมรับและเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น. ตามที่หัวหน้าแผนกบุคคล ได้พยายามบอกผมแล้วหลายครั้งหลายหน.เริ่มมืดแล้วครับ ผมล่ำลาผู้จัดการใหญ่เพื่อเดินทางกลับสัตหีบ โดยรถตำแหน่งซึ่งทางบริษัทฯได้จัดไว้ และจอดรออยู่ข้างล่าง.ได้แต่แปลกใจว่านี่หรือ ? สภาพรถที่เขาจัดให้ผมและได้ยินว่าเป็นคันที่ดีที่สุด ผมเคยบอกแล้วว่าไม่อยากจะดูถูกใคร ? ขอโทษครับผมนึกในใจว่าเฮ้ย ! มันจะไปถึงสัตหีบไหมนี่ ? อ่านเรื่องนี้ของผมแล้วควรพิจารณาเอาเองว่า..ควรจะเชื่อหมอดูหรือไม่ ? ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่.ถ้าเชื่อบ้างก็ดี.ถ้าเชื่อก็ไม่ควรถึงกับงมงายเพราะศาสตร์ทุกอย่างในโลกนี้ยังคงมีความลึกลับอยู่บ้างแม้ว่าวิทยาศาสตร์เจริญขึ้นมากแล้ว..แต่ยังมีกหลายๆอย่างที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้.จริงไหมครับ ? อย่างไรก็ตามผมได้เริ่มงานที่ถาวรแล้วในวันรุ่งขึ้น ที่บริษัทอมฤตแอนด์แอสโซซิเอทส์ลอยีสติค จำกัด.
ขอบคุณที่ทุกท่านติดตามอ่านงานเขียนของผมมาตลอด ขอให้ท่านมีสุขภาพที่ดีเพื่อจะได้ตามอ่านงานที่ถาวรของผมอีก.
สวัสดีครับ.
โตนี่ - ฟาง.
๒๔ มี.ค.๕๕