ดนตรีผู้ไท ลมหายใจวัฒนธรรมที่เหลืออยู่ ยังคงต้องการสืบสานจากลูกหลานชาวผู้ไททุกคน
ในงานผู้ไทนานาชาติครั้งที่ 1 ที่อำเภอเขาวง ที่จัดกันเมื่อวันที่ 9-11 ของเดือนที่ผ่านมา ผมมองเห็นอะไรหลายอย่างที่คิดว่า สิ่งเหล่านั้นมันใกล้เวลาที่จะสูญหายไปจากสังคมของชาติพันธุ์ แต่ผมมองผิดไปนิด อาจจะเป็นการมองในมุมที่แคบ เนื่องจากไม่ได้อยู่เขาวงนานหลายปี ทำให้มองไม่เห็นสภาพจริงของสิ่งที่เป็นอยู่ ความเป็นจริงที่ดำเนินอยู่คือ ชาวผู้ไทยังคงรักษาขนบ ประเพณี ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษแต่ครั้งโบราณ ยังไม่ใกล้เวลาที่จะสูญสลายเลยสักนิด ตรงกันข้าม ชาวผู้ไทยังคงรักษาวิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ อาจจะปรับให้เข้ากับยุคสมัยตามความเหมาะสม อัตตลักษณ์อย่างหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นความเข้มแข็งของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท นั่นก็คือ ดนตรี ชาวผู้ไทเกือบทุกคนล้วนมีดนตรีในหัวใจ และดนตรีนั้นก็ได้สร้างความเป็นอันหนึ่ง อันเดียวกัน สร้างความสามัคคีในกลุ่ม ชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมของประเทศเรากำลังต้องการให้เกิด สังเกตได้จากการเล่นดนตรีพื้นบ้านประกอบการฟ้อน ในงานวันที่ 10 มีนาคม ผู้เล่นดนตรีซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาย มีหลากหลายอายุ ตั้งแต่เด็กประถมหัวเกรียน ไปจนถึงรุ่นพ่อ รุ่นปู่ เล่นในคณะหรือวงเดียวกัน ในวันนั้นเป็นคณะของชาวบ้านโพนสวาง ภาพที่เห็นเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นได้ว่า ดนตรีไม่จำกัดอายุ เพศ การศึกษา และฐานะทางสังคม ดนตรีได้หล่อหลอมให้สังคมผู้ไทกลายเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งโดยปกติแล้ว ชุมชนระดับหมู่บ้านจะมีการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น บุญประจำปี ซึ่งมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านเกือบทุกครั้ง และในงานนี้ก็เช่นกัน ผู้ไทจากทุกหมู่บ้าน มาร่วมหรือมาโฮมกัน เล่นดนตรีพื้นบ้านและฟ้อนผู้ไท แปลกตรงที่ฟ้อนผู้ไท ส่วนมากจะเป็นแม่บ้านอายุวัยกลางคนจนถึงอายุใกล้เลข 6 สาวๆ จะไม่ค่อยรวมตัวกันมาฟ้อน สอบถามได้ความว่าลูกหลานผู้ไทไปเรียน ทำงานไกลบ้าน ทำให้ไม่มีโอกาสมาร่วม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ฟังแล้วน่าคิด ว่าสำนึกในความเป็นชาติพันธุ์ของชาวผู้ไทที่ไปทำงานในท้องถิ่นอื่น หรือไปศึกษาเล่าเรียน มีมากน้อยเพียงใด ต่อไปถ้าสังคมไทยของเรามีการหลอมรวมวัฒนธรรมระหว่างชาติพันธุ์ ชุมชน กลุ่มคน ลูกหลานเชื้อสายผู้ไทจะยังให้ความสำคัญกับอัตตลักษณ์มากน้อยเพียงใด อัตตลักษณ์ผู้ไทจะดำรงอยู่หรือต้องปรับเปลี่ยน ท่ามกลางความเปลี่ยนไปของสังคม
-
ได้มีโอกาสชมการแสดงลำผู้ไทประวัติการอพยพย้ายเข้าสู่ประเทศสยาม ในงานผู้ไทนานาชาติครั้งที่ 1 ก็เลยถอดเนื้อความลำ มาให้หัดลำกัน

:-)