บทสรุป
ทั้ง 15 ตอนที่ผ่านมานั้น ผมเขียนขึ้นเพื่อชี้ให้เห็นว่า การบูรณาการการเรียนรู้นั้น มีความจำเป็นมาก คุณครูผู้สอนจะต้องจัดการให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในรูปแบบของการบูรณาการ เพราะตลอดชีวิตของความเป็นจริงของสังคมปัจจุบันนี้ ไม่ใช่ชีวิตที่แยกส่วน แต่เป็นชีวิตที่อยู่ได้ด้วยการบูรณาการระหว่างกายกับใจ ไม่ใช่กายอยู่ส่วนกาย และใจอยู่ส่วนใจ รัฐจึงกำหนดให้สถานศึกษาจัดการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสมดุลระหว่างกายกับจิต ทั้งด้านสมองสติปัญญา และสุขภาพกาย ดังนั้น บทเรียนที่ผู้เรียนได้รับจะต้องเป็นบทเรียนที่พร้อมถึงการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ นั่นคือในขณะที่ผู้เรียนกำลังคิด กำลังเสริมสร้างปัญญาอยู่นั้น ผู้เรียนจะต้องบริหารร่างกายไปด้วย บริหารจิตใจไปด้วย ทุกอย่างต้องทำควบคู่กันตลอดเวลา ซึ่งบทเรียนที่จะเสริมสร้างผู้เรียนให้เป็นไปในรูปแบบนี้จะต้องเป็นบทเรียนที่บูรณาการสรรพวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน
คณิตศาสตร์ที่มีโจทย์เลขแก้ปัญหา คิดคำนวณ ค้นหาคำตอบได้มาแล้ว ผู้เรียนจะต้องวิเคราะห์ด้านคุณธรรม จริยธรรมที่สอดแทรกอยู่ในโจทย์ปัญหานั้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีปัญญาควบคู่คุณธรรม เป็นผู้ที่เรียน เก่ง ดี แล้วตัวคุณธรรมนั่นแหละจะส่งให้ผู้เรียน มีสุข
โจทย์เลขที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากของพ่อ – แม่ ต้องหาเงินมาเลี้ยงดูลูกในแต่ละวัน ว่าได้เงินมาด้วยวิธีการใด วันละเท่าไร ใช้จ่ายค่าอะไรบ้าง เหลือหรือขาดเงินอีกเท่าไร จะเป็นโจทย์เลขที่เด็ก ๆ จะเห็นถึงความเหนื่อยยากของพ่อแม่ในการหาเงิน โจทย์อย่างนี้ครูต้องนำมาสอนผู้เรียนอย่างเนืองนิจ ถ้าพ่อแม่ร่วมกันสอนโจทย์ความจริงจากบ้านด้วยจะเป็นการดีมาก ส่วนโจทย์เลขในแบบฝึกหัดนั้นจะเป็นข้อสอบที่ผู้เรียนทำภายหลังจากที่เรียนรู้โจทย์จากความจริงในชีวิตแล้ว โจทย์ในแบบฝึกหัดจึงเป็นข้อทดสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนและของคุณครูผู้สอน
บทเรียนภาษาไทยก็เช่นกัน ถ้าเราได้นำความจริงในชีวิตมาสอน คำต่าง ๆ มีอยู่มากมายในชีวิตจริง สอนไป ๆ นานเข้าเด็ก ๆ ก็จะสามารถอ่านหนังสือเรียนภาษาไทยของกระทรวงศึกษาธิการได้เอง อ่านได้มาก – น้อยเพียงใด คือ ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน คำที่ยังอ่านไม่ได้ ครูต้องนำมาสร้างเรื่องสอน การเรียนรู้อย่างนี้เป็นการเรียนอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ บทเรียนทุกบทเรียนมาจากปัญหาความเป็นจริงของชีวิต ของชุมชน ของท้องถิ่น ครูนำมาให้ผู้เรียนเรียนรู้ ร่วมคิด ร่วมแก้ปัญหา โดยมีมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นเป็นเกณฑ์กำหนดว่า แต่ละเรื่องจะต้องสู่จุดหมายปลายทางอย่างไร แค่ไหน ทำอะไรได้บ้าง
สภาพปัญหาในท้องถิ่นแต่ละเรื่อง ครูนำมาผูกร้อยเป็นเรื่องราวเดียวกันให้ได้สาระครบทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชาแล้วให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าหาคำตอบไปตามขั้นตอนของกิจกรรม ก็จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้แทนเสริมสร้างสติปัญญา จิตใจและร่างกายได้สมดุลกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณครู รู้จักจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน รู้จักคิดวิเคราะห์ รู้วิธีการเรียนรู้ เชื่อได้ว่าเด็ก ๆ จะสามารถเรียนรู้วิธีการทำแบบฝึกหัดที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้อย่างแน่นอน
สำหรับการนำมาตรฐานช่วงชั้น แต่ละข้อมาบูรณาการกันนั้น มีวิธีการง่าย ๆ ที่พอสรุปได้ดังนี้ คือ
1. คัดเลือก ตัวบ่งชี้หรือมาตรฐานการเรียนรู้ของช่วงชั้น นั้น ๆ ในแต่ละรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่สามารถนำมาบูรณาการกันได้ มาเรียงรายให้เห็นเป็นรูปเรื่องเดียวกัน ( ดูบทที่ 11 ในวิเคราะห์มาตรฐานช่วงชั้น)
2. นำตัวบ่งชี้หรือมาตรฐานการเรียนรู้ที่ต้องเลือกไว้ (ในข้อ 1 ) แต่ละข้อมาวิเคราะห์ออกเป็น ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (ดูตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้สู่ผลการเรียนรู้ในบทที่ 11 )
3. นำผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ที่วิเคราะห์ได้ (ในข้อ 2 ) แต่ละข้อมาวิเคราะห์เป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ ( ดูตารางวิเคราะห์ผลการเรียนรู้สู่จุดประสงค์การเรียนรู้ ตารางที่ 2-3 ในบทที่ 11 )
4. นำจุดประสงค์การเรียนรู้ที่วิเคราะห์ (ในข้อ 3 ) แต่ละข้อมาวิเคราะห์เป็นสาระการเรียนรู้ (ดูตารางวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้สู่สาระการเรียนรู้ ในบทที่ 11 )
5. นำจุดประสงค์การเรียนรู้และสาระการเรียนรู้มากำหนดเค้าโครงเรื่อง กำหนดหน่วยย่อย / เวลา และมาตรฐานการเรียนรู้ที่ร่วมบูรณาการ ( ดูออกแบบจัดการเรียนรู้ ในบทที่ 12 ) แล้วมาสรุปเป็นกำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ( ดูบทที่ 12 )
6. นำจุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เขียนเป็นคำอธิบายรายวิชา ( ดูคำอธิบายรายวิชาในบทที่ 11 )
7. นำเค้าโครงเรื่องที่กำหนดไว้ ( ในข้อ 5 ) มาเขียนเป็นแผนการเรียนรู้ตามหน่วยย่อย ๆ ที่กำหนดไว้ ในข้อ 5 จนครบทุกหน่วยย่อยก็จะได้แผนการเรียนรู้ 1 หน่วยใหญ่
อ่านเป็นเล่มได้ที่ https://docs.google.com/docume...