ดังนั้น การวัดและประเมินผล ความสำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่ข้อทดสอบเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ตัวผู้เรียนและสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นตัวนำสู่ข้อมูลที่ก่อให้เราผู้เป็นครูวิเคราะห์ดูแล้วเกิดเป็นข้อมูลความรู้ในด้านนั้น ๆ ของผู้เรียนคนนั้น เราจะต้องดูให้ลึกถึง
- วิธีการเรียนของผู้เรียน
2. ชิ้นงาน ผลงาน รายงาน
3. วิธีและลักษณะการคิดสร้างผลงาน
4. การแสดงท่าทีต่อข้อมูลย้อนกลับของผู้เรียน
5. การนำผลการเรียนรู้ที่ผู้เรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริง
6. การสนทนาพูดคุยกับผู้เรียน
7. ฟัง อ่าน ความรู้สึกของผู้เรียนขณะเรียน
8. รับฟังข้อมูลจากเพื่อนของผู้เรียน จากผู้ปกครอง จาก
คณะครูผู้ร่วมสอน
9. พิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน
10. สังเกตจากแฟ้มผลงานและอื่น ๆ อันเกิดจากผลการ
เรียนรู้
จะเห็นได้ว่า การวัดผลประเมินผลนั้นไม่ใช่งานที่สักแต่ว่าได้วัดและประเมินผลแล้ว แต่เป็นงานที่ครู่จะต้องพิถีพิถัน หมั่นสังเกต ตรวจสอบดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิด จะต้องบันทึกพฤติกรรมของผู้เรียนตลอดเวลา ต้องสนใจต่อข้อมูลที่วิเคราะห์ได้ เพื่อจะนำไปหาทางพัฒนาต่อไป ครูต้องคอยสังเกตดูว่า ผู้เรียนของเรามีพฤติกรรมการเรียนอย่างไรบ้าง จากเส้นพัฒนา ที่ผมเคยรับรู้มานั้น จะเห็นเส้นทางการพัฒนาพฤติกรรมของผู้เรียนได้ดี เช่น
ระดับ 1 มักจะทำงานตามแบบ ตามสั่ง มักดู
ตัวอย่าง ขาดตัวอย่างแล้วจะทำไม่ได้ ไม่ชอบคิดงานด้วยตนเอง
ระดับ 2 คิดงานเอง มักจะแสวงหารูปแบบงานที่
เป็นของตนเอง มีความสุขที่ได้ทำงาน มุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาผลงานและผลการเรียนรู้
ระดับ 3 ทุกครั้งที่ทำงาน มักจะบันทึกผลการ
ปฏิบัติงานไว้ แล้วนำผลหรือข้อมูลที่บันทึกไว้นั้น มาพินิจพิจารณาพัฒนางานชิ้นใหม่ วางแผนการสร้างงานใหม่ให้เป็นไปตามสากลนิยมมากยิ่งขึ้น เมื่อลงมือทำงานก็จะบันทึกผลการปฏิบัติไว้อย่างเนืองนิตย์
ระดับ 4 เมื่อผลงานสำเร็จจะภูมิใจต่อความสำเร็จของงาน จะเผยแพร่ผลงานของตนสู่ผู้อื่น และเมื่อนำปฏิบัติบ่อยครั้งแล้วจะสรุปเป็นทฤษฎีหรือแผนงานที่ชัดเจน อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างมีระบบขั้นตอน เข้าใจง่าย สามารถแนะนำผู้อื่นได้ ผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้พบเห็น
จะเห็นได้ว่า ขั้นพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียนแต่ละระดับจะมีจุดเน้นที่ชัดเจน เส้นพัฒนาทั้ง 4 ระดับนี้ คุณครูสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นเกณฑ์วัดและประเมินผลผู้เรียน ในด้านต่าง ๆ ได้ดังตัวอย่าง
1. พฤติกรรมด้านความรู้ ความเข้าใจ กระบวนการคิด
ความสามารถในการปฏิบัติงาน / การวางแผนการทำงาน
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลที่ตนเป็นผู้ศึกษาและผนวกกับข้อมูลที่มีอยู่ก่อน จำแนกเปรียบเทียบโดยใช้เกณฑ์ที่หลากหลาย สรุปเป็นความคิดรวบยอด ออกแบบ สร้างงานหลากหลายรูปแบบ แล้วตั้งเกณฑ์พิจารณาเลือกรูปแบบจนได้ข้อสรุปเป็นภาพรวม (ของความคิดรวบยอด) สร้างภาพงานชัดเจน อธิบายวิธีการคิดภาพ สร้างงานได้ชัดเจน
| |
นำข้อมูลที่ผู้อื่นบันทึกไว้มาใช้ในการคิดสร้างงาน วิเคราะห์ จำแนก เปรียบเทียบข้อมูลด้วยการใช้เกณฑ์ที่หลากหลาย สรุปเป็นความคิดรวบยอด สร้างภาพงานได้
| |
นำข้อมูลเดิมมาจำแนกเปรียบเทียบ ใช้เกณฑ์พิจารณาเพียง 2-3 เกณฑ์ ตัดสินการสร้างภาพงาน
| |
สร้างภาพงานตามเกณฑ์ที่กำหนดให้
|
2. พฤติกรรมวิธีการพัฒนาวิธีการทำงาน
( ความสามารถด้านความรู้ ความเข้าใจ )
|
มีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป้าหมายการทำงาน วางแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่ม สร้างรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้กำหนดเป้าหมายการทำงาน ผลงานสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นได้ดู
| ||||
|
มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์เป้าหมายการทำงานวางแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ผลงานสามารถนำเป็นแบบอย่างได้
| ||||
|
มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์เป้าหมายการทำงาน วางแผนปฏิบัติงาน ผลงานให้ผู้อื่นดูได้
| ||||
|
อาศัยเป้าหมายที่กำหนดให้ ทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดให้ ผลงานพอดูได้
|
3. พฤติกรรมการพัฒนาวิธีการนำเสนอผลงาน
( ความสามารถในด้านผลการทำงาน )
|
สามารถนำผลงาน เสนอให้ผู้อื่นดูได้เป็นแบบอย่าง สามารถอธิบายวิธีการคิดงาน มีแผนปฏิบัติงานชัดเจน มีแบบแปลนการปฏิบัติที่สามารถนำไปปฏิบัติได้
| |||
|
มีผลงานให้ผู้อื่นดูเป็นแบบได้ อธิบายวิธีการทำงานได้ มีรูปแบบการปฏิบัติงาน แสดงให้ผู้อื่นดูได้
| |||
|
มีผลงานให้ผู้อื่นดูได้ บอกขั้นตอนการทำงานได้มีรูปแบบการทำงาน
| |||
มีผลงานให้ผู้อื่นดูได้
|
4. พฤติกรรมการพัฒนาวิธีการนำเสนอผลงาน
( ความสามารถในด้านผลการทำงาน )
|
สามารถนำผลงาน เสนอให้ผู้อื่นดูได้เป็นแบบอย่าง สามารถอธิบายวิธีการคิดงาน มีแผนปฏิบัติงานชัดเจน มีแบบแปลนการปฏิบัติที่สามารถนำไปปฏิบัติได้
| |||
|
มีผลงานให้ผู้อื่นดูเป็นแบบได้ อธิบายวิธีการทำงานได้ มีรูปแบบการปฏิบัติงาน แสดงให้ผู้อื่นดูได้
| |||
|
มีผลงานให้ผู้อื่นดูได้ บอกขั้นตอนการทำงานได้มีรูปแบบการทำงาน
| |||
มีผลงานให้ผู้อื่นดูได้
|
5. พฤติกรรมวิธีการพัฒนาวิธีการทำงาน
( ความสามารถด้านความรู้ ความเข้าใจ )
|
มีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์เป้าหมายการทำงาน วางแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่ม สร้างรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้กำหนดเป้าหมายการทำงาน ผลงานสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้ผู้อื่นได้ดู
| ||||
|
มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์เป้าหมายการทำงานวางแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ผลงานสามารถนำเป็นแบบอย่างได้
| ||||
|
มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์เป้าหมายการทำงาน วางแผนปฏิบัติงาน ผลงานให้ผู้อื่นดูได้
| ||||
|
อาศัยเป้าหมายที่กำหนดให้ ทำงานตามขั้นตอนที่กำหนดให้ ผลงานพอดูได้
|
6. พฤติกรรมการสื่อสาร
( การอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนสร้างสรรค์จินตนาการ)
เขียนจากการที่ได้สรุปความรู้ เป็นความคิดรวบยอด นำมาขยายความคิด เขียนสื่อสารให้ผู้อื่นอ่านเข้าใจง่าย ใช้ภาษาสละสลวย มีข้อความประทับใจผู้อ่าน มีการอ้างอิงเหตุผล เชื่อถือได้ แสดงเค้าโครงการ คิดเขียน วิธีการคิด เขียน และลำดับขั้นตอนการเขียนชัดเจน
| |
เขียนจากการสรุปความรู้ เป็นความคิดรวบยอด ขยายความคิดเขียนเล่าให้ผู้อื่นเข้าใจ สำนวนภาษาน่าอ่าน แสดงเค้าโครงการเขียน วิธีการเขียนและลำดับขั้นตอนการเขียน
| |
|
เขียนเล่าเรื่องที่ต้องการเขียนให้ผู้อื่นอ่านเข้าใจแสดงเค้าโครงการเขียน
| |
เขียนตามแบบอย่างที่กำหนดให้ |
เมื่อผู้เรียนสามารถแสดงพฤติกรรมเรียนรู้ได้ระดับใดในพฤติกรรมด้านใด คุณครูก็นำผลมาบันทึกไว้ เก็บผลการเรียนรู้ครั้งแรก เปรียบเทียบกับครั้งสุดท้ายของภาคเรียนนั้น ๆ แล้วนำมาจัดทำวิจัยในชั้นเรียน ก็จะปรากฏผลที่ชัดเจนเป็นข้อมูลที่คุณครูสามารถนำมาพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องได้ และภาคเรียนต่อไป บทสรุปในภาคแรกก็จะเป็นพฤติกรรมก่อนเรียนประเมินไปเรื่อย ๆ จนสิ้นภาคก็นำผลมาเปรียบเทียบจะเห็นผลการพัฒนาที่ชัดเจน นั่นคือ ระหว่างเรียนแต่ละหน่วยคุณครูก็สามารถนำข้อมูลพฤติกรรมผู้เรียนมาช่วยพัฒนาผู้เรียนได้ตลอดเวลา การวัดประเมินผลอย่างนี้แหละที่คุณครูจะต้องรำลึกไว้เสมอว่า
1. เพื่อวินิจฉัยความรู้ ความสามารถ ทักษะและกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมของผู้เรียน และเพื่อซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาความรู้ ความสามารถและทักษะได้เต็มตามศักยภาพ
2. เพื่อใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับให้แก่ตัวผู้เรียนเองว่า บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้เพียงใด
3. เพื่อใช้ข้อมูลในการสรุปผลการเรียนรู้และเปรียบเทียบถึงระดับพัฒนาการของการเรียนรู้
ถ้าคุณครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีความสอดคล้องต่อเนื่องกันอย่างนี้ เชื่อได้ว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้นแก่ผู้เรียนและผู้สอนกับการวัดผลประเมินผล
อ่านเป็นเล่มได้ที่ https://docs.google.com/docume...