อยากจะเป็นครูเริ่มต้นอย่างไรดี


อยากจะเป็นครูเริ่มต้นอย่างไรดี

มีหลายคนมักจะถามมาว่า "อยากเป็นครูจะเริ่มต้นอย่างไรดี?"

นึกในใจ "อยากเป็นครูก็เรียนครูซิคะ" คนเก่งๆ หลายคนก็เถียงว่า เรียนครูไม่รู้วิชากการนั้นๆ ลึกซึ้ง ไปเรียนสายตรงของวิชานั้นดีกว่า  พอเรียนจบมาก็โวยวายๆ กีดกันบ้างละ ใจแคบบ้างละ จะฟ้องศาลปกครองบ้างละ แหมๆๆๆ เจอคนเก่งแบบนี้เข้า เพลียใจอย่างแรงค่ะ

หลายครั้ง มักบอกผู้ถามเสมอว่า วงการครูเรา อยากได้ "คนดี" ก่อนค่ะ เพราะคนดี เมื่อเข้าไปเป็นครู เจอนักเรียนหลากหลายรูปแบบ เขาจะพยายามพัฒนาตนเองให้เท่าทันเด็กตลอด และพยายามที่จะให้ลูกศิษย์มีพัฒนาการตามควรในสิ่งที่หลักสูตรกำหนด หลักใหญ่คือ อ่านออกเขียนได้และคิดคำนวนได้ ท้ายที่สุด ครูคนนี้จะมีความเชี่ยวชาญในระดับขั้นี่เราเรียกว่า "เก่ง" เอง

แต่เมื่อไรที่ได้ "คนเก่ง" มาก่อน กลุ่มนี้เมื่อเจอปัญหาเด็กเข้า มักจะทิ้งเด็ก และคิดเสมอว่าเด็กโง่ เรียนไม่ได้ ตัวเขาเองถ่ายทอดและสอนได้ดีอยู่แล้ว เด็กไม่รู้เรื่องเอง แล้วก็พะนอเฉพาะเด็กเก่งแทน 

ส่วนกลุ่มที่ไม่มีอะไรจะทำเลยมาเป็นครูนั้น ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ และพยายามแก้ไขกันต่อไปค่ะ

วันนี้หยิบเอา "อยากเป็นครูจะต้องทำอย่างไรมาฝากค่ะ

เนื้อความมาจากหน่วยงานของ ก.ค.ศ. ผู้ซึ่งมีหน้าที่กำหนดคุณสมบัติสำหรับผู้เข้ามาเป็นครู ดังนี้ค่ะ

ผู้ที่จะเข้าสู่วิชาชีพ ต้อง
1. มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี/โท/เอก ในคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ค.ศ. รับรอง

3. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

4. ผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด

คำสำคัญ (Tags): #อยากเป็นครู
หมายเลขบันทึก: 481364เขียนเมื่อ 8 มีนาคม 2012 16:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มิถุนายน 2012 11:09 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (33)

สบายดีไหมครับ ;)...

ชอบนะครับ พูดตรงไปตรงมาดี

ผมเองก็พยายามมอง "เด็กเก่ง" อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะนักศึกษาที่เป็นพวก "เด็กทุน"

"เด็กทุน" ที่มักจะมีอภิสิทธิ์นิด ๆ ถึงมากที่สุดในสังคมการเรียนรู้

"เก่ง" แต่ "เลว" มีให้เห็นอยู่นะครับ ;)...

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ ;)...

  • การเป็นครูอยู่ที่ใจใช่อาชีพ
  • ก่อนจะรีบเป็นครูดูใจก่อน
  • ถามตัวเองถามใจให้แน่นอน
  • ใช่อยากสอนแล้วเป็นได้...ไม่ใช่ครู
  • อันทฤษฎีที่เรียนเพียรศึกษา
  • อีกตำราที่เลิศประเสริฐหรู
  • อาจไม่ต้องหยิบมาวางมากางดู
  • เพราะที่เห็นเป็นอยู่มัน....สวนทาง
  • การเป็นครูอยู่ที่ใจ...พร้อมไหมนั่น
  • สารพันปัญหามาขัดขวาง
  • เด็กนั่นคือ...ผู้ท้าทาย....ไม่เว้นวาง
  • อีกระบบที่อ้าง....ก็มากมี
  • ทั้งผู้คนในสังคมอยู่รอบข้ัาง
  • พร้อมจะสร้างปัญหาพาให้หนี
  • หากว่าเราเป็นครูผู้ใฝ่ดี
  • ก็ยังมีใจสู้...รู้ทางไป
  • แต่หากใจไม่มั่นไม่ฟันฝ่า
  • ก็ต้องหาทางหนีและทีไล่
  • เพราะว่าการเป็นครูอยู่ที่...ใจ
  • หากสงสัยลองเป็นดูจะ....รู้เอง
  • ......................................

                     " Keetawan"

สวัสดี คุณWasawat Deemarnค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆ ค่ะ ตอนเริ่มเขียนบล๊อกนี้ ช่วงนั้นมีเวลาว่าง เลยอยากจะให้ความรู้แก่ผู้ที่จะเข้าสู่วิชาชีพ พอตอนหลังมา เขียนไปได้ไม่กี่ตอน ได้รับภาระกิจในการเผยแพร่สารสนเทศเกือบทุกอย่างของสำนักงาน เลยแทบไม่มีโอกาสในการเข้ามาเขียน ที่จริงอยากเขียนอีกมากมายที่ต้องประสบในวิชาชีพนี้ อีกทั้งที่ตรงนี้เป็นที่เดียวที่สามารถพูดตรงๆ ได้ แต่ด้วยเวลา เลยไม่มีโอกาสเล่า แม้แต่การเขียนที่ตรงนี้ยังไม่มีโอกาสตรวจทานข้อความเลยค่ะ ต้องขออภัยผู้อ่าน หากเขียนตัวอักษรผิด

แต่ กรณี " ดี - เก่ง"

และ "เก่ง - ดี"

เป็นเรื่องที่ท้าทายมากค่ะ อีกทั้งจะถึงวาระการสอบบรรจุอีกแล้ว มิพักกับการที่ต้องเจอสภาพของบุคคลที่บอกว่า พ่อแม่บังคับให้มาสอบ วันหน้าจะมาเล่าบรรยากาศของการที่พ่อแม่บังคับให้มาสอบค่ะ เศร้าใจอย่างแรงค่ะ

สวัสดีครับขออนุญาตเรียนถามครับ... ... คือว่าผมอยากเป็นครูครับ...ครูสอนศิลปะ เพราะจบศิลปะสายตรงมา ก่อนหน้านี้...ก็ได้ทำงานเกี่ยวกับศิลป และการออกแบบ

จากนั้นก็บวชอยู่ 1 ปี ซึ่งในระหว่างที่บวชอยู่นั้น พ่อก็ได้เอาใบสมัครเรียน ป.บัณฑิตมาให้ ซึ่ีงในขณะนั้น ป.บัณฑิตยังไม่ถูกยกเลิก...ผมเองสนใจ แต่ผมเองก็ไม่ได้สมัครไป ก็กะว่าขอบวชให้เสร็จสิ้นก่อน... พอสึกออกมาก็ทราบข่าวว่า ป.บัณฑิตถูกยกเลิกพอดี...แล้วก็ได้มาสมัครเป็นอัตราจ้าง ตำแหน่ง จนท.ดูแลห้องอินเตอเน็ทที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ได้ติดตามข่าวคราวเกี่ยว ป.บัณฑิตมาโดยตลอด...แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ความชัดเจนซักเท่าไหร่ เลยอยากจะขอความกรุณาครับว่า...พอจะมีวิธีไหนที่จะเป็นครู แบบบรรจุเป็นข้าราชการครูได้บ้างครับ ... เพราะก็ได้ยินมาว่า ให้สอบ 9 มาตรฐาน หรือว่า เรียนโท แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นครูได้อย่างไร .. ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ตอบคุณเฉลิมพล

ดิชั้นไม่เข้าใจว่าดิชั้นเขียนอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ทั้งๆ ที่ ข้อความที่ดิชั้นเขียนข้างบนก็บอกอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไรในการที่จะเป็นครู

คำว่าครู ภาษาวิชาการบอกว่า "วิชาชีพ" ภาษาปากบอกว่า "จะเป็นครู" หรือ ดิชั้นต้องเขียนว่า "ผู้ที่จะเป็นครู" ต้องทำดังนี้ แทนคำว่า "ผู้จะเข้าสู่วิชาชีพ ต้อง...1 2 3 4 "

โปรดอ่านบทความให้ละเอียดถี่ถ้วน แล้วค่อยตั้งคำถามได้มั๊ย? ฝึกนะคะ เวลาไปสอนจริงๆ จะได้ไม่รู้สึกเสียใจว่า เป็นครูได้ยังไง

ผมขออนุญาติถามครับ อาจจะเป็นคำถามนอกประเด็น ผมมีความสงสัยว่า คณะ ศึกษาศาสตร์ และคุรุศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ที่ต้องสอบแข่งขันกันเพื่อจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยนั้น กับ คณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ... ที่เข้าเรียนโดยง่ายดาย และค่าเทอมก็ถูกกว่า หลายคนสอบไม่ติด ก็เรียนครูราชภัฏ เรียนได้เกรดสูงง่าย จนบางคนดูถูกคณะคุรุศาสตร์ราชภัฏ อยากจะทราบว่า

- มหาวิทยาลัยสองประเภทที่กล่าวมานี้แตกต่างกันอย่างไร ส่งผลถึงการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูหรือไม่ อย่างไร

- หากมีนักเรียนจบ ม.6 อยากจะเรียนเป็นครู จะช่วยแนะนำให้เรียนสถาบันไหนดีครับ

ขออนุญาติเรียกอาจารย์นะครับ อาจารย์ somkamol มีความรู้ มีประสบการณ์เชี่ยวชาญ อาจารย์มีความคิดเห็น ทัศนคติอย่างไรเพิ่มเติมบ้างครับ ในเรื่องที่ผมสงสัยนี้

ขอบคุณครับ

หากเป็นคำตอบที่อาจารย์ไม่ประสงค์จะเปิดเผยในที่สาธารณะ ...sacksit_9@hotmail.co.th

***คุณเด็กใหม่ =

- มหาวิทยาลัยสองประเภทที่กล่าวมานี้แตกต่างกันอย่างไร ส่งผลถึงการสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูหรือไม่ อย่างไร

ตอบ คำถามนี้ ให้ย้อนถามตัวเองก่อนว่ารู้สึกอย่างไร? แล้วตอบคำถามดังนี้ คุณสอบติด ครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับ ครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎ คุณจะเลือกเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยใด? เพราะอะไร? ........นั่นคือคำตอบที่คุณได้ไปแล้ว

ส่วนการสอบบรรจุ อันนี้มันขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล ถ้าคุณทำข้อสอบได้คุณก็ถือเป็นผู้สอบบรรจุได้

แต่ เมื่อเข้าสู่การทำงาน ในกลุ่มของผู้มาติดต่อก็คงไม่ทราบหรอกคุณเรียนมาจากไหน แต่ในกลุ่มนักวิชาการด้วยกัน คุณคิดว่าอย่างไรล่ะ ให้ตอบเอง เพราะมันเป็นคำตอบที่ถูกต้องอยู่แล้ว

แต่ถ้าคุณถามถึงตลาดแรงงานทั่วไป แน่นอนว่ามีผลอยู่แล้ว คุณลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัท ยกตัวอย่าง มีคนจากสองสถาบันที่ยกตัวอย่างมาสมัครงาน คุณจะเลือกใครเป็นช้อยแรก? นั่นล่ะคำตอบ

แต่ถ้าตอบแบบอุดมคติก็จบข่าว เอาแบบชีวิตจริงมาตอบมันใช่ทุกข้อนะคะ

- หากมีนักเรียนจบ ม.6 อยากจะเรียนเป็นครู จะช่วยแนะนำให้เรียนสถาบันไหนดีครับ

ตอบ คำตอบข้างบนคงตอบโจทย์ข้อนี้ไปแล้วนะคะ

ขอบคุณที่ชม แต่ขอตอบแบบชีวิตจริงในสังคมนะคะ อุดมคติเป็นเรื่องดี แต่ชีวิตความเป็นจริงต้องเลือกจุดยืนของตนเองที่เหมาะสมโดยไม่ทำความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่นค่ะ หลักชีวิตจริง

สวัสดีครับ....

ผมว่าผมทบทวนดีแล้ว...จากข้อความที่เขียนไว้ข้างต้น ...ก็พอเข้าใจครับ..

จากข้อ 1 2 3 4

ดังนั้นผมขออนุญาตตั้งคำถามใหม่ครับ...จากข้อที่ 3 ที่กล่าวว่า...

"ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา"

...

ซึ่งผมไม่มีใบประกอบวิชาชีพ...

เลยอยากถามว่า...ผมจะควรใจทำอย่างไรในขณะนี้ที่จะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาครับ...

....

ปล.....ถ้าคำถามผมได้สร้างความน่ารำคาญ อันได้แสดงถึงความไม่รู้เรื่องของผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ...

เพราะผมเองไม่มีความรู้เรื่องวิชาการ หรือ กฎบัญญัติ อะไรต่างๆเลย

มีแต่ประสบการณ์การทำงานในวงการงานศิลปะ และ ออกแบบ...ซึ่งความรู้เฉพาะทาง กับประสบการณ์ในโลกกว้างถือว่าผมพอมี

และงานในขณะนี้ที่ทำอยู่แม้จะไม่ได้เป็นครู...แต่ก็อยู่กับนักเรียน สอนวิชาการใช้ชีวิต และก็ความรู้ที่พอจะหยิบยื่นให้เด็กได้เมื่อเด็กมาปรึกษา

...

จากการที่ได้คลุกคลีกับเด็กนักเรียนทุกระดับชั้น ได้พูดคุย..มันก็เลยจุดประกายว่า...ผมน่าจะเป็นคนรุ่นใหม่คนนึงที่จะเปลี่ยนแปลง และสร้างอะไรดีๆให้แก่เด็กรุ่นต่อๆไปได้ ผ่านความรู้ความสามารถทางศิลปะ...

...

จากนี้ถ้าเจ้าของบล็อคได้พยายามตอบคำถามผม...ที่ถือว่าชัดเจนแล้ว...

แล้วผมเอง...ยังไม่หายสงสัย..ผมก็ขอยอมรับความผิดพลาดนั้นแต่เพีบงผู้เดียวครับ...

...

***คุณเฉลิมพล =

" 1. มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี/โท/เอก ในคุณวุฒิการศึกษาที่ ก.ค.ศ. รับรอง

3. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

4. ผ่านการสอบคัดเลือกตามเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด "

4 ข้อดังกล่าว คือหัวใจหลักของผู้ที่คิดอยากจะเป็นครู โดยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี และทั้งสี่ข้อสามารถหาได้ง่ายมากจากอินเตอร์เนต การที่ดิชั้นยกหัวใจหลักมาเช่นนี้ ดิชั้นคิดว่าคนที่คิดจะเป็นครูต้องต่อยอดเองได้ วิธีการไม่ได้ยากเลย ดิชั้นเชื่อว่าคุณเข้า google เป็นแน่นอน ถ้าคุณหาบทความนี้เจอได้ ดิชั้นเชื่อว่า คุณเข้าไปหาวิธีการให้ได้ซึ่ง "ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู" ได้แน่นอน

หากถามว่ารำคาญมั๊ยกับคนที่ใช้คำถามแบบไม่อ่าน ตอบได้เลยว่า "ไม่รำคาญ" แต่ "รับไม่ได้"

เหตุผลเพราะ คุณต้องการที่จะเป็นครู แล้วลองนึกถึงสภาพว่า แม้แต่คนที่เป็นครูยังไม่คิดที่จะค้นคว้าหาข้อมูลทั้งๆ ที่มีไกด์ไลน์ที่ชัดเจนให้อย่างนี้ แล้วเด็กที่คุณต้องสอนล่ะจะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่เด็กสองสามคน แต่มันจวบจนคุณอายุถึง 60 นะ ที่จะมีเด็กมารับการถ่ายทอดจากคุณ แล้วเด็กเหล่านั้นจะมีพฤติกรรมเหมือนคุณอีกกี่ร้อยกี่พันคน นี่คือสิ่งที่ดิชั้นคิดตลอด เวลาที่เจอคำถามในแนวทำนองแบบที่คุณถาม

และดิชั้นจะดีใจมาก เวลาเห็นคำถามที่แสดงถึงการได้ ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ มาในระดับหนึ่งแล้ว มากกว่าคำถามที่มาจากสิ่งที่ฉันต้องการเพียงอย่างเดียว

จากข้อความ "มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ซึ่งออกให้โดยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา" แค่นี้ ดิชั้นเชื่อว่าไม่เกินความสามารถของคุณหรอกค่ะ ที่จะรู้ได้ว่าคุณต้องทำอย่างไร ที่แน่ๆ ตัวดิชั้นก็เขียนเรื่องนี้เหมือนกันในเว็บนี้ ลองเริ่มต้นการเป็นครูด้วยวิธีดังกล่าวดูวิคะ ไม่ใช่เพื่อตัวคุณแต่เพื่อเด็กๆ ที่คุณจะไปสอน

ขอบคุณมากนะครับ...ที่เมตตาตอบคำถามของผม....

...

ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกแล้วครับ....ซึ่งแน่นอนผมเองก็ไม่อยากให้เด็กเป็นแบบผมอย่างแน่นอน...

เพราะผมเองก็ยอมรับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ถ้าได้รู้ว่าตัวเองเป็นต้นแบบที่ใช้ไม่ได้...

เหมือนได้เป็นการเตือนสติ.....

ขอขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ...และน้อมรับนำไปปรับปรุงครับผม...

....

ขอบคุณมากๆครับ....

...

ไว้โอกาสหน้าผมจะมารบกวนถามคำถามอีก

ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นคำถามที่ดีกว่านี้ครับ...

***คุณเฉลิมพล = ยินดีอย่างยิ่งค่ะ หวังไว้ว่า ครั้งหน้าจะได้รับใช้คุณในฐานะ "ครูเฉลิมพล" นะคะ ...

หากอ่านคู่มือหรือข้อความไม่เข้าใจ ยินดีอธิบายให้ค่ะ

ขอขอบพระคุณจากใจจริงอีกครั้งครับ...

สวัสดีครับ ผมขอถามเรื่องหนึ่งจากความคิดที่เกิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เรียกว่า (ค้นหาตัวเอง)

                ผมเรียนทางด้านศิลปะ สาขาออกแบบ ตั้งแต่ ปวชถึงปริญญาตรี วุฒิศิลปบัณฑิต ตอนนี้อายุ 29ปี พอจบออกมาก็ทำงานด้านที่เราได้ร่ำเรียนมา 3-4ปี ก็มีความคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่เราทำได้เรื่อยๆ  แต่มันไม่มีความสุขกับการที่ได้ทำมากเท่าไหร่ หรือเบื่อความจำเจกับชีวิตออฟฟิต ไม่มีแรงผลักดันให้มีไฟในการทำงาน อย่างที่จินตนาการไว้ตอนเรียน   เลยมองหาสิ่งที่เรียกว่าความชอบและสนุกกับการได้ทำ เลยเริ่มคิดว่าตัวเองมีนิสัยชอบทำอะไร เริ่มคิดจากตนเอง เมื่อเจอคนที่ร่วมงานหรือน้องๆ ผมมีนิสัยที่ชอบบอกชอบสอนเมื่อคิดว่าสิ่งนี้มันไม่ใช่นะไม่ดี ควรเป็นแบบนี้หรือช่วยออกไอเดีย ในการทำงานหรือวางแผนต่างๆ เลยมีความคิดที่อยากเป็นครูสอนเด็กโตในต่างจังหวัดเพราะคิดว่าเด็กต่างจังหวัดยังขาดความรู้ในเรื่องการออกแบบอยู่มาก แต่ความตั้งใจและฝีมือมีมากกว่า เด็กกทม.เพียงแต่ได้รับรู้สิ่งใหม่ๆได้น้อยกว่าเท่านั้นเอง จึงมีความคิดริเริ่มว่าอยากเป็นครูที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย หนีความวุ่นวายการแข่งขันในสายอาชีพที่ตนเองได้ทำอยู่ อยากเป็นครูที่สอนคนให้ประสบความสำเร็จในส่วนหนึ่งของชีวิตการเรียนเพื่อให้เขาไปต่อยอดกับอนาคตข้างหน้าที่เขาอยากจะเป็น จึงขอความแนะนำให้ข้อคิดในการเลือกที่จะเป็นครูหน่อยครับ
        นี่เป็นความคิดเพียงส่วนหนึ่งของผมครับ หากใช้คำพูดผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยครับ
                                                                                       ขอบคุณครับ

***คุณความคิดเริ่มต้น = แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะ

คุณก็แค่อยากหนีสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เบื่อกับสิ่งแวดล้อมเดิมๆ แค่นั้นเอง ไม่มีอะไรมาก

งานครู ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นต่างจังหวัดที่ขาดแคลนหรอก ทุกพื้นที่ของประเทศไทยมีสภาพปัญหาทั้งนั้น เพียงแต่เราจะแยกแยะปัญหาเหล่านั้นว่ามีอะไรบ้าง

เด็กต่างจังหวัด คุณอาจจะมองว่าเขาขาดแคลน เพราะคุณยึดวัตถุมาเป็นตัวตัดสินใจว่าเขาไม่มีวัตถุเหล่านั้น เขาจึงขาดแคลน โดยแท้จริงแล้ว นั่นคือวิถีชีวิตของเขาบนสภาพสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไป

หากวัดประชากรเป็นหลัก คุณนึกถึงสภาพพื้นที่ของกทม. เพียงแค่หยิบมือ แต่มีประชากรอาศัยอยู่เกือบ 6 ล้านคน ขณะที่ต่างจังหวัด ถ้าไม่นับรวมจังหวัดใหญ่ มีประชากรหลักแสน กับพื้นที่ที่มากกว่ากทม.หลายเท่าตัว คุณเห็นภาพของมดที่แออัดกันตรงปากรูมั๊ยละ

คุณรู้มั๊ยว่าเด็กกรุงเทพมหานครมีภาวะเสี่ยงและขาดแคลนยิ่งกว่าเด็กต่างจังหวัดหลายเท่านัก ทั้งเสี่ยงต่อเทคโนโลยีที่รายรอบตัวทุกเมื่อทุกวัน เสี่ยงต่อสิ่งเร้าและเย้ายวน เสี่ยงต่อผู้คนมากหน้าหลายตาที่มาพร้อมกับจิตใจที่หลากหลาย เสี่ยงต่อการทอดทิ้ง เสี่ยงต่อภาวะการณ์ท้องโดยไม่พึงประสงค์ ฯ

ลองไปสอนดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ค่ะ

ขอรบกวนถามนะครับ... คือว่า...เมื่อเราได้ใบอนุญาตในการสอน จากการ สอบ 9 มาตรฐานมาแล้ว... ... เรามีสิทธิ์ที่จะนำใบอนุญาตนี้...ไปขอสอน..ตามโรงเรียนที่เปิดรับ ทั่วประเทศไทยใช่หรือไม่ครับ.. ... ถ้าสิ่งที่รู้มาขาดตกบกพร่องอย่างไร...ช่วยชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณครับ

คุณเฉลิมพล = เมื่อครบ 9 มาตรฐาน คุณจะสามารถขึ้นทะเบียนใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ได้ก่อน เพื่อไปสมัครสอนในโรงเรียนที่สอนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถึง ระดับกว่าปริญญาตรี ทุกสังกัดค่ะ เป็นเวลา 1 ปี โดยมีสัญญาจ้างตำแหน่งครูผู้สอนเป็นหลักฐานไว้นะคะ

ขอบพระคุณมากครับ...

   ขอรบกวนนะคะ พอดีว่ามีข้อข้องใจเกี่ยวกับคุณสมบัติการสอบบรรจุครูนะคะ
       1. จบป.ตรี วุฒิ วท.บ.อัญมณีและเครื่องประัดับ  มีใบประกอบวิชาชีพครู  สามารถสมัครสอบเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไปได้เปล่า 
       2. จบ ป.ตรี ศศ.บ.เอกสารสนเทศศาสตร์  มีใบประกอบวิชาชีพครู  สมัครสอบเอกคอมพิวเตอร์ได้เปล่าคะ
       3. จบ ป.ตรี วท.บ เอกเทคโนโลยีสารสนเทศ มีใบประกอบวิชาชีพครู สมัครสอบเอกคอมพิวเตอร์ได้เปล่าค่ะ

พอดีปีที่แล้วยังไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพตอนที่รับสมัครและได้หลังจากปิดรับสมัครไปแล้ว จึงทำให้ไม่แน่ใจว่าสมัครสอบได้เปล่า เพราะบางที่บอกให้นับหน่วยกิต ซึ่งชื่อของแต่ละวิชามันไม่ขึ้นชื่อเอกนั้นๆ โดยตรงจึงไ่ม่นับ เลยเกิดความสับสนว่าต้องทำยังไง หรือควรไปเรียนตัวไหนใหม่ ที่ให้สามารถสมัครสอบได้ ต้องขอบพระคุณอย่างสูงนะคะ พยายามสอบถามหลายที่แล้วยังไม่มีใครพอที่จะสามารถให้คำตอบแบบกระจ่างชัดได้

***# nadda # ถามผิดที่ก็ไม่ได้คำตอบซิจ๊ะ ต้องถามที่หน่วยงาน ก.ค.ศ. นะจ๊ะ รบกวนนิดเดียว คราวหน้า ประโยคนี้ " ได้เปล่าคะ " ขอเปลี่ยนเป็น " ได้หรือเปล่าคะ" คนอ่านคนฟังจะได้รู้สึกอยากตอบมากกว่านี้นะจ๊ะ

อยากจะขอสอบถามว่า ตอนนี้จบกศน.มาครับ แล้วไม่ได้ต่อระดับปริญญาตรี เพราะทำธุรกิจอยู่ แต่ที่อยากสอบถามดูก็เพราะด้วยเหตุการณ์หลายๆอย่าง เรื่องธุรกิจก็อยู่ตัวแล้ว ปล่อยได้ ปีนี้ผม33แล้วครับ แต่ก็ยังใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นอยู่คืออยู่กับเพื่อนๆและน้อง น้องๆผมบ้างคนนี้ 16 ปีเองน่ะครับ แต่ก็คบได้ครับ เพราะัหัวสมัยใหม่อยู่แล้ว และมีเด็กเข้ามาขอคำปรึกษาหลายๆด้านเยอะมาก ทั้งเรื่องปัญหาต่างๆของครอบครัวเขาและเรื่องการเรียน พอดีว่าเคยไปเรียนที่ออสเตรเลียมาครับ เลยพอได้เรื่องภาษามาสอนน้องๆเขาบ้าง พอนานไปๆ ก็รู้สึกว่า ทำไมเราไม่ไปเป็นครูสอนล่ะ ดีกว่ามานั่งเฉยๆ งานเราก็อยู่ตัวดีแล้ว แล้วก็ไปนั่งคุยกับเพื่อนที่เป็นหมอ เขาก็เเนะนำดี ผมเลยตัดสินใจว่าจะเป็นครูแต่คงขอระดับมัธยมอ่ะครับ เพราะคิดว่าระดับนี้ถ้าคุยกัน จะรู้เรื่องกว่าครับ เลยอยากขอคำแนะนำหน่อยครับ ผมไม่จำกัดเวลาเรียนต่อที่จะไปเป็นครูครับ (แต่ก็ไม่อยากให้เกิน5ปีครับ)

ถ้าไม่รบกวนมากก็แอดมาทางอีเมล์ผมได้น่ะครับ destroyer_7780@hotmail.com ขอบคุณไว้ล่วงหน้ามากๆครับ

(อยากเป็นมากครับ)

ณัฐปพล @ สมัครเรียน ป.ตรี ในสถาบันที่คุรุสภารับรองได้เลย ดูการรับรองได้ที่หน้าเว็บไซต์คุรุสภานะ

คุณครูครับผมรู้สึกโล่งใจนิดๆที่ได้รู้ว่า **แต่เมื่อไรที่ได้ "คนเก่ง" มาก่อน กลุ่มนี้เมื่อเจอปัญหาเด็กเข้า มักจะทิ้งเด็ก และคิดเสมอว่าเด็กโง่ เรียนไม่ได้ ตัวเขาเองถ่ายทอดและสอนได้ดีอยู่แล้ว เด็กไม่รู้เรื่องเอง แล้วก็พะนอเฉพาะเด็กเก่งแทน **รู้สึกว่าที่ผมโง่อาจไม่ได้เป็นเพราะผมทั้งหมดสินะครับ

ตอบ คุณโง่ :  ถ้าจะเอาแบบฟันธงจริงๆ นะ ต้องท้าวความตั้งแต่คุณปฏิสนธิเลยนะ ว่า เด็กทุกคนที่เกิดมานี้ ยีนทุกยีนมาจากพ่อแม่ โครโมโซมก็ถอดพันธุกรรมจากพ่อแม่  1-5 ขวบ ได้รับการดูแลจากครอบครัว ส่วนกระบวนการเข้าโรงเรียน เริ่มต้นจริงๆ ที่ 6-7 ขวบ

ดังนั้น สรุปได้ว่า การที่คุณเป็นคนโง่ มันเริ่มตั้งแต่กระบวนการปฏิสนธิแล้ว เมื่อออกมาสู่โลก ก็ขัดเกลาได้แค่ระดับหนึ่ง ตามหลักพัฒนาการทางด้านร่างกาย แต่ก็ยังดีที่รู้ว่าตัวเองโง่ ต่อไปนี้ก็ลองเริ่มต้นพัฒนาตัวเองดูนะคะ


วันชัย (คนอยากเป็นครู

สวัสดีครับอาจารย์สมกมล  ขอรบกวนอาจารย์หน่อยนะครับ

- ผมเองอยากเป็นครู(คำถามเริ่มต้นของการเข้ามาหาอาจารย์ครับ)

- สายที่ผมคิดว่าน่าจะเรียนไปได้คือ สังคมศึกษา และ ภาษาอังกฤษ

ผมเองทำงานประกอบอาชีพอยู่ครับ  ก็เลยคิดว่าจะเรียน ภาคพิเศษ (เสาร์-อาทิตย์)

แต่ปัญหาคือ สาขาหรือเอกที่จะเรียนไปในทางเป็นครู  ในภาคพิเศษ ไม่มีครับ

ที่มีก็จะเป็นสายรัฐศาสตร์(การปกครอง)ครับ

ซึ่งสายรัฐศาสตร์ จากที่ผมตามอ่านบทความของอาจารย์มาซักระยะ

สายนี้ เขาไม่ค่อยรับเทียบโอน .

ผมจึงคิดว่า  ถ้าผมเรียนรัฐศาสตร์(จนจบ) โอกาศที่ผมจะไปสอบ9มาตรฐาน

และขอใบอนุญาติสอน และไปสอนในโรงเรียนในนามครูผู้สอน1ปี


สรุปคือ ผมเรียนรัฐศาสตร์ ผมจะไปเทียบโอน มันยากใช่ไหมครับเพราะเป็นสายที่ไม่ค่อยสอดคล้องใช่ไหมครับ

ดังนั้นผมควรเรียน หลักสูตร ครุศาสตร์ 5ปี เลยใช่ไหมครับ(แต่ปัญหาคือ ผมไม่มีเวลา  จ.-ศ ครับ  ก็อยากจะเรียนเสาร์-อาทิตย์  อาจารย์พอจะแนะนำผมได้ไหมครับ)


ขอบคุณอาจารย์มากๆครับ






ปีนี้ลูกชายผมอยู่ ม 5 โครงการ วมว.รุ่น 5  มีความตั้งใจประกอบอาชีพรับราชการครูหรืออาจารย์ สอนวิชาวิทยาศาสตร์สาขาชีวะวิทยา(ธรรมชาติ) ในปี 2558 โครงการครูพันธุ์ใหม่น่าจะมีหรือไม่ ควรแนะนำลูกอย่างไรเพื่อให้ถึงความฝัน แม้ว่าผมจะพยายามแนะนำวิทยาศาสตรสุขภาพและวิศวะแล้วก็ตาม( ซึ่งได้สิทธิตามโควต้า ม.ต่างๆ) แต่ก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ ผมจึงอยากถามว่า เรียนวิทยาศาสตร์ในบ้านเรามีความมั่นคงอนาคตแค่ไหนถ้าสอบบรรจุครูไม่ได้ จะมีงานรองรับหรือไม่ ถ้าผมจะส่งเสริมลูกควรแนะนำอย่างไร ขอบคุณครับ

 

คุณวันชัย # ไหนๆ ก็จะเรียนแล้วนะคะ เพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลัง เลือก หลักศุ๖รทางการศึกษาใหม่ วิชาเอกสังคม ภาคปกติไปเลย  ดูรายชื่อที่หน้าเว็บไซต์คุรุสภาเลย http://www.ksp.or.th/ksp2009/upload/hotnews/files/2423-5258.pdf


คุณนัน # ลูกชายคุณ คือสิ่งที่วิชาชีพต้องการเลยค่ะ  
ก่อนอื่น พูดกันเรื่องสายงานวิทยาศาสตร์ในบ้านเราก่อนนะคะ ต้องยอมรับกันว่า สายงานวิทยาศาสตร์บ้านเราไปไม่ได้ไกล  แต่หากในซีกฝั่งยุโรปละก็อันนี้ต้องยอมรับเขา ปัญหาคือ ลูกเรา ต้องอยู่เมืองไทย 

พอมาดูสายครู  ถ้าหากน้องจะเลือก ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ วิชาเอกเอก ชีววิทยา ตรงๆ อย่างนี้จะดีกว่า  เวลาสอบบรรจุ ก็ตรงวิชาเอก จบแล้วได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู   อันนี้ เข้าสู่วงการครูแบบสายตรง  ไม่ต้องเลี้ยว ต้องโค้ง  ซึ่งอาจจะมีโครงการครูพันธ์ใหม่เข้ามา หรือไม่มีก็ได้

แต่ถ้าน้องเลือก คณะวิทยาศาสตร์ วิชาเอก ชีวะวิทยา(ธรรมชาติ)  ก็ไปเสี่ยงว่า สสวท. จะทำโครงการ สสวค. หรือไม่ ถ้าเขาเปิด เขาจะรับ นักศึกษาสายวิทยาศาสตร์มาเข้าโครงการนี้  ซึ่งก็ต้องไปสอบแข่งขันเอาเอง   ถ้าน้องเข้าโครงการได้ น้องได้สิทธิ์ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู   
แต่ถ้าน้องไม่ได้เข้าโครงการ น้องก็ต้องไปผ่านกระบวนการทดสอบความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพให้ได้ครบ 9 มาตรฐาน ซึ่งบอกได้เลยว่ายากพอสมควร กว่าจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 

ถ้าน้องเลือกสายตรง เขาก็ได้สิทธิ์ไปสอบบรรจุครูแบบเต็มใบ  หากบรรจุแล้ว โอกาสจะทำงานวิจัยก็มีเหลือเฟือ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะทำหรือไม่ รวมทั้งงานวิจัยทางวิทยาศาตร์อื่นๆ  ถ้ายังสอบบรรจุไม่ได้ก็ไปเป็นครูเอกชน หรือจะอยู่สายงานเอกชนอื่นก็แล้วแต่

ถ้าเลือกคณะวิทยาศาสตร์ก็ไปผ่านกระบวนให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ระหว่างนั้นก็ทำงานสายวิทยาศาสตร์ไปก่อน หรืออาจจะสอบบรรจุสายงานวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานอื่นก็ได้  ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก็ต้องมาดูว่าสอบบรรจุสายชีววิทยาได้ไหมเพราะเขามีวงเล็บ (ธรรมชาติ) อยู่ ถ้าไม่ได้ก็สอบสายวิทยาศาสตร์ทั่วไป

เชื่อเถิดว่า ถ้าลูกของเรามุ่งมั่น เขามีทางไปอยู่แล้ว

รักครูเหมือนแม่คนที่2

  • ขอโทษนะค่ะ ถ้าหนูต้องการที่จะเป็นครูตามมิวสิควิดีโอนี้ ต้องเรียนยังไงบ้างค่ะ http://youtu.be/m5yvv7pcbX0

จบศึกษาศาสตร์ เอกคหกรรมศาสตร์ แต่ไปทำงานเอกชนมาสิบปีตอนนี้อยากเป็นครูตัองทำอย่างไรบ้างค่ะ



จบศึกษาศาสตร์คหกรรมมาแต่ไปทำงานเอกชนสิบปีตอนนี้อยากเป็นครูต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ

ผมอายุ14ปีแต่โตขึ้นผมอยากเป็นครูครับถ้าจบม.3ต้องต่อสายไหนครับจนได้เป็นคร

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี