อนุโมทนาบาป
อนุโมทนา แปลว่า ดีใจด้วย ยินดีด้วย เห็นชอบด้วย หรือว่าสนับสนุน
เพราะฉะนั้น
การอนุโมทนาบุญ คือ ดีใจหรือยินดีด้วยกับการที่คนอื่นทำความดี แล้วก็จะได้เป็นการให้กำลังใจกับคนที่ทำความดี ให้เขามีกำลังใจที่จะทำความดียิ่งๆ ขึ้นไป
ส่วนการอนุโมทนาบาป คือ ดีใจหรือยินดีด้วยกับการที่คนอื่นทำความชั่วหรือทำบาป พอเห็นใครทำความชั่วก็พลอยยินดีกับเขา ถ้าหากไปอนุโมทนาต่อบาปหรืออกุศลกรรมนั้น เราก็จะพลอยได้บาปไปด้วย เพราะทันทีที่เห็นดีเห็นงามต่อการทำบาป ใจของเราก็จะขุ่นมัว ซึ่งเมื่อใจขุ่นมัว ไม่ผ่องใส ถ้าตายขณะนั้น ย่อมมีทุคติเป็นที่ไป บาลีว่า "จิตเต สังกิลิฏเฐ ทุคติปาฏิกังขา" เมื่อจิตเศร้าหมอง ไม่ผ่องใส ทุคติย่อมเป็นที่หวังได้
ไม่เพียงเท่านั้น ตัวของเรายังได้เพาะเชื้อแห่งการขาดความเมตตากรุณาอีกด้วย เพราะว่า เจ้าคนที่ทำบาปหรืออกุศลกรรม เขามีเชื้อแห่งการขาดความเมตตากรุณาต่อเพื่อนร่วมโลกอยู่ในตัว เขาจึงทำบาป แล้วเราก็ดีใจ โดยหารู้ไม่ว่าเราก็กำลัง เพาะเชื้อแห่งการขาดความเมตตากรุณาต่อสัตวโลกเช่นกัน
เฉียดกันนิดเดียวระหว่างผู้มีอุเบกขามหากุศล กับผู้มีจิตคิดสาปแช่งให้ศัตรูมีอันเป็นไป
เมื่อทราบข่าวว่าศัตรูของคุณถูกทำร้ายร่างกายแล้วมีความสะใจ ก็แปลว่าคุณมีมูลรากของความเป็นนักเพ่งโทษ นักสาปแช่งแล้ว เพราะคุณไม่มีทางลดความโกรธ ความเกลียดชังลงได้ด้วยความสะใจกับการรู้ว่าศัตรูต้องเจอชะตากรรมเลวร้าย จิตที่สะใจแบบนั้นชี้ชัดว่าคุณต้องมีความคิดอันเป็นอกุศล เมื่อคิดเป็นอกุศลย่อมปรุงแต่งจิตให้อยู่ในสภาพที่มืด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประกอบด้วยโสมนัส (กรณีนี้คือสะใจ) ก็ยิ่งขยายผลให้ร้ายแรงเข้าไปใหญ่
เมื่อคิดเป็นอกุศล ย่อมได้รับผลในทางไม่ดีเช่นกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งคิดไม่ดีกับคนไม่ดี
อานิสงส์ของการ “อนุโมทนาบาป”
- อกุศลจิตที่เกิดขึ้น “สะใจ” ต่ออกุศลกรรมที่คนอื่นกระทำ ย่อมเป็นอกุศลวิบากเสมอกับผู้กระทำอกุศลกรรมนั้น
- กรณีที่มีการตายหมู่เกิดขึ้น คนที่ไปตายหมู่ร่วมกับเขา คือ พวกที่เคยฆ่าคนอื่นเอาไว้ หรือเคยสนับสนุนให้เกิดการฆ่า เคยพลอยยินดีเมื่อคนอื่นถูกฆ่า ถึงเวลาเลยต้องมาตายด้วยกัน
- เมื่อจะทำความดีเรื่องอะไรก็ตาม มักจะมีคนขัดขวางเรื่อยไป (แต่พอเริ่มแค่คิดจะทำความชั่ว ก็จะมีคนชั่วมาเป็นกองเชียร์ทันที)
เพราะฉะนั้น อย่าได้ไปอนุโมทนาบาปกับใครทีเดียว ถ้าได้ข่าวว่าใครประสบชะตากรรมเลวร้าย ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกตัดสินประหารชีวิต อย่างมากก็ทำใจเพียงแค่รับรู้ว่า เป็นกรรมของสัตวโลก ใครทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ทำใจให้เป็น"อุเบกขา"- รู้เท่าทันความจริงแต่นิ่งเฉยอยู่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อบาปเกิดขึ้นกับเรา ในทางตรงกันข้าม ถ้าทราบว่าใครทำบุญ ให้รีบอนุโมทนาบุญกับเขา เพราะ ปัตตานุโมทนามัย... อนุโมทนากับคนที่ทำบุญ เราก็ได้บุญด้วย
"จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติปาฏิกังขา" เมื่อจิตผ่องใส ไม่เศร้าหมอง สุคติย่อมเป็นที่หวังได้
เราจะทำอย่างไรดีคะ เมื่อวานเราไม่มีสติมากเลย และดันโมทนากับคนฆ่าพระอรหันต์ที่ออกข่าวช่วงนี้ ปกติเราฝักไฝ่การทำบุญพอสมควรเลยทีเดียว และทำบุญมาแล้วหลายอย่างตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน ขนาดบวชพราหมณ์2ครั้งแล้ว และเมื่อวานก่อนเกิดเหตุไม่ถึงชั่วโมง เราก็ยังทำบุญใส่ซองกับยาย เพื่อให้ยายไปถวายที่วัดใกล้บ้านยายเลยค่ะ ทั้งยังเราต้องการจะเผยแผ่ศาสนา และบอกจิตตัวเองว่า ถ้าชาตินี้บุญไม่พอนิพพาน ขอเกิดเป็นคนอีกไม่เกิน3ชาติ และไปนิพพาน แต่เราสติไม่มาก พยายามฝึกสติ โดยเริ่มจากการดูอารมณ์ตัวเองก่อน แต่1-2วัน เราไม่มีสติกว่าปกติค่ะ รู้สึกง่วง มึนหัวหนักมาก คุม และดูจิตยากกว่าปกติ จนเกิดเหตุโมทนากับคนฆ่าพระอรหันต์ขึ้น ขอถามหน่อยนะคะว่า เราจะได้บาป ถึงขั้นกันมรรคผลเลยหรือไม่ เรากลัวมาก และเราควรทำอย่างไรดีคะ เพราะเราคิดว่า การสอนศาสนา เราควรปฏิบัติธรรมจนสอนได้ แต่ถ้าบาปนี้กั้นมรรคผล เราคงสอนไม่ได้ ช่วยแนะนำเราหน่อยนะคะ อย่างน้อยที่สุด ถ้าเราเผยแผ่ในอนาคตได้ แล้วมีผู้มีปัญหาแนวนี้มาหาเรา เราจะได้ให้คำแนะนำเขาถูกต้อง ขอบคุณค่ะ