รถแข่ง
ประวัติของรถต่างๆ
TOYOTA
สัญลักษณ์ของโตโยต้า เป็นรูป ELLIPSE หรือวงรี 2 วง วางซ้อนกันเป็นรูปตัว T และล้อมรอบด้วยรูปวงรีขนาดใหญ่อีก 1 วง เป็นสัญลักษณ์ที่โตโยต้าเพิ่งออกแบบใหม่ขึ้น และเพิ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2532 นี่เอง รถโตโยต้าแบบแรกที่ติดสัญลักษณ์ตัวนี้คือ รถโตโยต้าเซลซิเออร์ (TOYOTA CELSIOR) ซึ่งเพิ่งออกตลาดในญี่ปุ่นเมื่อปลายปีนั้นเช่นกัน โตโยต้าอธิบายความหมายของตัวนี้ว่า รูปวงรีเป็นรูปทรงทางเรขาคณิตซึ่งมีจุดศูนย์กลางหรือจุดโฟกัส 2 จุด โตโยต้านำรูปนี้มาใช้ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของการผนึกหัวใจ 2 ดวง เข้าด้วยกัน คือ รูปหัวใจของผู้ใช้รถ กับหัวใจของตัวสินค้า ส่วนพื้นที่ว่างซึ่งบรรจุอยู่ภายในวงรีวงใหญ่ หมายถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถขยายตัวออกไปโดยไม่มีขอบเขต รถยนต์โตโยต้า เป็นผลผลิตของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์พอเรชั่น (TOYOTA MOTOR CORPORATION) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรยนต์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากเจเนอรัล มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน (GENERAL MOTORNCORPATION) และฟอร์มอเตอร์คัมปะนี (FORD MOTOR COMPANY) แห่งสหรัฐอเมริกาประวัติความเป็นมาของรถยนต์โตโยต้า สามารถย้อนหลังไปได้จนถึงปี 2472 อันเป็นปีที่นาย ซากิชิ โตโยด้า (SAKICH TOYODA) เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องทอผ้า TOYODA AUTOMATIC LOOM WORKS ได้ขายสิทธิบัตรการผลิตเครื่องทอผ้าให้แก่บริษัท PLATT BROS แห่งประเทศอังกฤษในราคา 100,000) ปอนด์ และมอบให้ลูกชายของเขาคือ มร. คิชิดร โตโยด้า (MR.KICHIRO TOYODA) เป็นทุนรอนในการทดลองผลิตรถยนต์ รถยนต์แบบแรกที่ผลิตจากโรงงานเครื่องทอผ้าของโตโยต้าและนำออกจำหน่ายในตลาด เป็นรถยนต์นั่ง 4 ประตู เครื่องยนต์ 6 สูบ 65 แรงม้า ใช้แชสซีส์และระบบส่งกำลังของเซฟโรเลต์แห่งสหรัฐอเมริกา ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี 2479 มีอัตราการผลิต 5 คัน ต่อวัน หนึ่งปีหลังจากโตโยด้าจึงเริ่มการผลิตรถยนต์อย่างจริง ๆ จัง ๆ โดยก่อตั้งบริษัท TOYOTA MOTOR CO., LTD. ขึ้นด้วยเงินทุนประมาณ 3.5 ล้านเหรัยญสหรัฐและประกอบกิจการผลิตรถยนต์สืบต่อกันมาตราบจนปัจจุบันชื่อบริษัท: โตโยต้า มอเตอร์ คอร์พอเรชั่น(TOYOTA MOTOR CORPORATION)ก่อตั้ง: พ.ศ. 2480ประธานกรรมการ: มร.อีจี โตโยด้า(MR. EIJI TOYODA) ประธานบริหาร: มร. โชอิชิโร โตโยด้า(MR.SHOICHIRO TOYODA)สำนักงานใหญ่: 1, TOYOTA-CHO, TOYOTA CITY, AICHI PREFECTURE 471, JAPANโรงงานในญี่ปุ่น: 11 โรงงานโรงงานในต่างประเทศ: ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ไทย อินเดีย บราซิล เปรู ทรินิแดดและโตมาโก เวเนซูเอลา อุรุกวัย สหรัฐอเมริกา แคนาดา โปรตุเกศ แอฟริกาใต้ ฉซมเบีย คีนยา ซิมับเว บังคลาเทศ เอคัวดอร์ ไต้หวันเงินทุนจดทะเบียน: 133,200 ล้านเยน ธันวาคม 2530)จำนวนพนักงาน: 64,000โตโยต้า ล้านเยน (ธันวาคม 2530)
รถรุ่นสำคัญ:
โตโยต้า คราวน์ (2498)
โตโยต้า โคโรนา (2500)
โตโยต้า โคโรลลา (2509)โตโยต้า เซนจูรี
(2510)โตโยต้า มาร์คทู
(2511)โตโยต้า สปรินเตอร์
(2511)โตโยต้า เซลิคา
(2513)โตโยต้า สตาร์เลท
(2517)โตโยต้า แคมรี
(2523) โตโยต้า โรเรอร์
(2524ปโตโยต้า เอมอาร์ 2
(2527)โตโยต้า ซูพรา
(2529)เซลซิเออร์
(CELSIOR)คราวน์
(CROWN)โรเซอร์
(SOARER)ซูพรา
(SUPRA)มาร์ค ทู
(MARK II)เชเซอร์
(CHASER)เครสตา
(CRESTA)แคมรี
(CAMRY)วิสตา
(VISTA)เอมอาร์ 2
(MR 2)เซลิคา
(CELICA)โคโรนา
(CORONA)คารินา
(CARINA)โคโรลลา
( CORONA)สปรินเตอร์
(SPRINTER)เทอร์เซล
(TERCEL)คอร์ซา
(CORSA)โคโรลลา
(COROLLA II)
สตาร์เลท (STARLETY)
รถรุ่นสำคัญ:
โตโยต้า คราวน์ (2498)
โตโยต้า โคโรนา (2500)
โตโยต้า โคโรลลา (2509)โตโยต้า เซนจูรี
(2510)โตโยต้า มาร์คทู
(2511)โตโยต้า สปรินเตอร์
(2511)โตโยต้า เซลิคา
(2513)โตโยต้า สตาร์เลท
(2517)โตโยต้า แคมรี
(2523) โตโยต้า โรเรอร์
(2524ปโตโยต้า เอมอาร์ 2
(2527)โตโยต้า ซูพรา
(2529)เซลซิเออร์
(CELSIOR)คราวน์
(CROWN)โรเซอร์
(SOARER)ซูพรา
(SUPRA)มาร์ค ทู
(MARK II)เชเซอร์
(CHASER)เครสตา
(CRESTA)แคมรี
(CAMRY)วิสตา
(VISTA)เอมอาร์ 2
(MR 2)เซลิคา
(CELICA)โคโรนา
(CORONA)คารินา
(CARINA)โคโรลลา
( CORONA)สปรินเตอร์
(SPRINTER)เทอร์เซล
(TERCEL)คอร์ซา
(CORSA)โคโรลลา
(COROLLA II)
สตาร์เลท (STARLETY)
NISSAN
สัญลักษณ์ของนิสสัน เป็นตัวอักษร NISSAN สีขาว ล้อมรอบด้วยพื้นสีฟ้า และซ้อนทับอยู่บนวงกลมสีแดงซึ่งหมายถึง ดวงอาทิตย์นั่นเอง นิสสัน มอเตอร์ คัมปะนี (NISSAN MOTOR CO., LTD.) ผู้ผลิตรถนิสสัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 1933 แต่ประวัติความเป็นมาย้อนหลังไปได้จนถึงปี 1912 อันเป็นปีที่ มร. มาสุจิโร ฮาชิโมโตะ (MASUJIRO HASHIMOTO) วิศวกรชาวญี่ปุ่นก่อตั้งบริษัท ควาอิชินชา มอเตอร์เวิร์คส์ (KWAISHINSHA MOTOR WORKS) ขึ้นในกรุงโตเกียว เพื่อผลิตรถยนต์นั่งออกจำหน่าย 2 ปี หลังการตั้งบริษัทนี้ก็สามารถผลิตรถยนต์นั่งแบบแรกออกสู่ตลาดโดยใช้ชื่อ ดัท (DAT) เป็นชื่อรถยนต์โดยชื่อดังกล่าวได้มาจากอักษรตัวแรกของนามสกุลของชาวญี่ปุ่น 3 คนที่ให้ความสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัท คือ มร. โรกุโร อาโอยามา (ROKURO AOYAMA) มร.เคนจิโร เดน (KEN JIRO DEN) และ มร. เมอิตาโร ทาเกอูชิ (MEITARO TAKEUCHI) ปี 1925 ควาอิชินชา มอเตอร์ เวร์คส เปลี่ยนชื่อกิจการเป็น ดัท มอเตอร์ คาร์ คัมปะนี (DAT MOTOR CAR CO.) และย้ายที่ทำการไปตั้งอยู่ที่เมืองโอซากา อย่างไรก็ตาม หลังจากประกอบกิจการในชื่อใหม่เพียงปีเดียว ดัท มอเตอร์ คาร์ คัมปะนี ก็รวมกิจการเข้ากับ บริษัท จิทสุโย จิโดชา เซอิโซ (JITSUYO JIDOSHA SEIZO CO.) อันเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ 3 ล้อ และ 4 ล้อ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1920 โดยวิศวกรชาวอเมริกันผู้มีชื่อว่า วิลเลียม อาร์ โกแรม (WILLIAM R. GORHAM) และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ดัท ออโต โมบิล แมนูแฟคเจอริง คัมปะนี (DAT AUTOMOBILE MANU FACTURING CO.)บริษัทใหม่นี้ประกอบกิจการสร้างผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในชื่อ ดัท (DAT) และ ไลลา (LILA) อยู่เพียง 10 ปี ก็ประสบปัญหาด้านการเงิน และต้องขายกิจการให้แก่บริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่คือ บริษัท โตบาต้า อิโมโน (TOBATA IMONO) ในปี 1931 ในปีเดียวกันนั้นเองรถรุ่นใหม่อีกรุ่นหนึ่งของ ดัท ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริง คัมปะนี ก็ปรากฎตัวออกสู่ตลาด ในตอนแรกรถรุ่นดังกล่าวได้ชื่อว่า ดัทซัน (DATSUN) ซึ่งแปลว่า “ลูกชายของดัท” แต่เนื่องจากคำว่า SON ในภาษาญี่ปุ่น มีความหมายในทางที่ไม่เป็นมงคล เพราะแปลว่า “การสูญเสีย” ในเวลาไม่นานนักรถรุ่นดังกล่าวจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ดัทซัน (DATSUN) อันเป็นชื่อที่ใช้ติดต่อกันมานานถึง 50 ปี ในปี 1933 กิจการผลิตรถดัทซันก็พบกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญซึ่งถือว่าเป็นจุดกำเนิดของรถ นิสสัน ในปัจจุบัน เมื่อ โตบาต้า อิโมโนร่วมกับบริษัท นิฮอน ซันเงียว ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ขึ้นใหม่มีชื่อว่าบริษัท จิโดชา เซอิโซ และเพียงปีเดียวหลังจากนั้น บริษัทใหม่นี้ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น นิสสัน มอเตอร์ คัมปะนี อันเป็นชื่อที่ใช้ตราบจนปัจจุบัน แต่รถที่ผลิตออกจำหน่าย ก็ยังคงใช้ ชื่อ ดัทสัน เช่นเดิม นิสสันเพิ่งลบชื่อ ดัทสัน ออกจากสาระบบและใช้ชื่อ นิสสัน เพียงอย่างเดียว เมื่อปี 1983 นี่เอง ในช่วง 6 ทศวรรษนับแต่การก่อตั้งบริษัท กิจการของนิสสันเติบโตอย่างรวดเร็ว จากบริษัท จิโดชา เซอิโซ ที่ก่อตั้งด้วยเงินทุนเพียง 10 ล้านเยน และมีกำลังผลิตเพียงไม่กี่ร้อยคันต่อปี กลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีเงินทุนจำนวนมหาศาลถึง 190,496 ล้านเยน
MAZDA


HONDA
MAZDAมาสด้าไม่ใช้สัญลักษณ์ แต่ใช้อักษรโรมันของคำว่า “MAZDA” เป็นสัญลักษณ์โดยตรงส่วนที่มาของชื่อ MAZDA ก็คือชื่อสกุลของ มร.จูจิโร มัตสุดะ (MR. JUJIRO MATSUDA) ผู้ก่อตั้งกิจการ และ AHURA MAZDA อันเป็นนามของ “เทพเจ้าแห่งแสงสว่าง” ของชาวเปอร์เซียโบราณ ต้นกำเนิดของมาสด้า คือ บริษัทผู้ผลิตไม้ก๊อก TOYO CORK KOGYO ซึ่งก่อตั้งกิจการขึ้นที่เมืองฮิโรชิมา (HIROSHIMA) ในปี 1920 และสองปีหลังจากนั้นจึงขยายกิจการจากการผลิตไม้ก๊อกมาจากเครื่องกลึง เจาะ และไสโลหะ ปี 1927 TOYO CORKKOGYO เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นTOYO CORKKOGYO COMPANY และขยายกิจการออกไปอีก โดยเริ่มผลิตจักรยานยนต์ออกจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1930 แต่สินค้าไม่ได้รับความนิยมจึงเลิกไปในเวลาไม่นานนัก หลังจากประสบความล้มเหลวในธุรกิจจักรยานยนต์ TOYO KOGYO ก็เบนเข็มสู่การผลิตรถยนต์โดยผลิตรถบรรทุก 3 ล้อ เครื่องยนต์ 500 ซีซี ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1931 โดยใช้ชื่อรถว่า MAZDA DA กิจการผลิตรถบรรทุก 3 ล้อ แบบดังกล่าวก็เจริญก้าวหน้าไปด้วยดีจนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง ระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาทำลายโรงงานของมาสด้าไปกว่าครึ่งและพนักงานเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลังสงครามกิจการผลิตรถยนต์ของมาสด้าก็ตั้งต้นขึ้นใหม่ ในปี 1950 มาสด้าก็ผลิตรถยนต์ 4 ล้อ ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก มีชื่อรุ่นว่า MAZDA CA และสิบปี หลังจากนั้นมาสด้าก็กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์นั่งอย่างสมบูรณ์เมื่อผลิตรถยนต์นั่งออกสู่ตลาดเป็นรุ่นแรกรถรุ่นดังกล่าวมีชื่อว่า MAZDA R-360 เป็นรถ 2ประตู คูเป้ เครื่องยนต์วี 2 สูบ 356 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ ความเร็วสูงสุด 90 กม./ชม. TOYO KOYO เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น MAZDA MOTOR CORPORATION มีฐานะเป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งรายใหญ่เป็นอันดับที่สี่ของญี่ปุ่น ในรอบปี 1989 มาสด้าจำหน่ายรถยนต์นั่งในญี่ปุ่น ได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 296,000 คัน หรือเท่ากับร้อยละ 6.7 ของตลาด นอกจากรถยนต์นั่งแล้ว สินค้าอื่น ๆ ที่มาสด้าผลิตออกจำหน่ายในปัจจุบันคือ รถโดยสาร รถบรรทุก รถกระบะ เครื่องกลึง เจาะ ไส โลหะ และเครื่องเจาะหิน และปัจจุบันฟอร์ดถือหุ้นในมาสด้า 34%ชื่อบริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์พอเรชั่น MAZDA MOTOR CORPORATIONก่อตั้ง: ค.ศ. 1920สำนักงานใหญ่ 3-1, SHINCHI, FUCHU-CHO, AKI-GUN, HIROSHIMA- KEN, JAPAN เงินทุนจดทะเบียน: 77,210 ล้านเยน (30 เมษายน 1989)จำนวนพนักงาน: 28,713 คน (1 พฤษภาคม 1989)โรงงานในญี่ปุ่น: 3 โรงงาน โรงงานในต่างประเทศ: เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย พม่า ปากีสถาน อิหร่าน แอฟริกาใต้ คีนยา โปรตุเกส นิวซีแลนด์ ทรินิแดด โทบาโก ไทย ซิมบับเวโคลัมเบีย อินเดีย

SUBARU
สัญลักษณ์ของซูบารุ เป็นรูปดาว 4 แฉก ดวงใหญ่1 ดวงและดวงเล็ก 5ดวง ล้อมรอบด้วยวงรี 1วง เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายว่า ฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ (FUJI HEAVY INDUSTRIES)เจ้าของชื่อ “ซูบารุ”เป็นบริษัทที่กำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของบริษัทเล็ก 5 บริษัท ต้นกำเนิดของซูบารุ คือ บริษัท นากาจิมาแอร์คราฟท์(NAKAJIMA AIRCRAFT)ซึ่งก่อตั้งในปี 2488 และ เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเหตุผลทางการเมือง กองกำลังสัมพันธมิตรที่เข้ายึดครองประเทศญี่ปุ่นได้บังคับให้นากาจิมา แอร์คราฟท์แยกกิจการออกเป็น 12 บริษัทย่อย ในปี 2496 5 บริษัทย่อยในจำนวน 12 บริษัท ย่อยดังกล่าวนั้นได้รวมตัวเข้าด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง และก่อตั้งเป็นบริษัท ฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ขึ้น โดยที่กิจการของบริษัทเกิดใหม่นี้ไม่ใช่การผลิตเครื่องบินเช่นกาลก่อน หากเป็นการผลิตรถยนต์ รถยนต์ซูบารุแบบแรกที่ออกจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นเป็นรถยนต์นั่งขนาดมินิ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศความจุ 356 ซีซี รถรุ่นนี้มีชื่อว่า ซูบารุ 360 ตั้งแต่ปี 2511 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนิสสัน แต่ยังคงผลิตรถยนต์ออกจำหน่ายในชื่อ ซูบารุ เช่นเดิม กิจการของฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ในปัจจุบัน มีทั้งการผลิตรถยนต์นั่ง รถแวน รถบรรทุกขนาดเล็ก รถโดยสาร เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์
สัญลักษณ์ของซูบารุ เป็นรูปดาว 4 แฉก ดวงใหญ่1 ดวงและดวงเล็ก 5ดวง ล้อมรอบด้วยวงรี 1วง เป็นสัญลักษณ์แทนความหมายว่า ฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ (FUJI HEAVY INDUSTRIES)เจ้าของชื่อ “ซูบารุ”เป็นบริษัทที่กำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของบริษัทเล็ก 5 บริษัท ต้นกำเนิดของซูบารุ คือ บริษัท นากาจิมาแอร์คราฟท์(NAKAJIMA AIRCRAFT)ซึ่งก่อตั้งในปี 2488 และ เป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเหตุผลทางการเมือง กองกำลังสัมพันธมิตรที่เข้ายึดครองประเทศญี่ปุ่นได้บังคับให้นากาจิมา แอร์คราฟท์แยกกิจการออกเป็น 12 บริษัทย่อย ในปี 2496 5 บริษัทย่อยในจำนวน 12 บริษัท ย่อยดังกล่าวนั้นได้รวมตัวเข้าด้วยกันอีกครั้งหนึ่ง และก่อตั้งเป็นบริษัท ฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ขึ้น โดยที่กิจการของบริษัทเกิดใหม่นี้ไม่ใช่การผลิตเครื่องบินเช่นกาลก่อน หากเป็นการผลิตรถยนต์ รถยนต์ซูบารุแบบแรกที่ออกจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นเป็นรถยนต์นั่งขนาดมินิ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศความจุ 356 ซีซี รถรุ่นนี้มีชื่อว่า ซูบารุ 360 ตั้งแต่ปี 2511 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนิสสัน แต่ยังคงผลิตรถยนต์ออกจำหน่ายในชื่อ ซูบารุ เช่นเดิม กิจการของฟูจิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ในปัจจุบัน มีทั้งการผลิตรถยนต์นั่ง รถแวน รถบรรทุกขนาดเล็ก รถโดยสาร เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์

MITSUBISHI
ชื่อ มิตซูบิชิ เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “ THREE DIAMONDS” ในภาษาอังกฤษ หรือ “เพชรสามเม็ด” ในภาษาไทย สัญลักษณ์ของมิตซูบิชิจึงให้ความหมายตรงกับชื่อทุกประการ เพราะเป็นรูปเพชรสีแดงสามเม็ดวางเรียงกันเป็นรูปใบไม้สามแฉก มิตซูบิชิใช้สัญลักษณ์นี้มาตั้งแต่ปี 1908 โดยดัดแปลงมาจากตราประจำตระกูลของ มร. ยาตาโร อิวาซากิ (YATARO IWASAKE) ผู้ก่อตั้งกิจการซึ่งเป็นรูปเพชรสามเม็ดวางซ้อนกันอยู่ภายในรูปแปดเหลี่ยม กับตราประจำตระกูลของ มร. ยาราโร อิวาซากิ (TOSA YAMAUCHI) ซึ่งเป็นรูปใบโอ๊ดสามใบวางเรียงกันเป็นสามแฉก ประวัติความเป็นมาของ มิตซูบิชื มอเตอร์ส คอร์พอเรชั่น (MITSUBISHE MOTORS CORPORA TION) ผู้ผลิตรถมิตซูบิชิสามารถย้อนหลังไปได้ถึงปี 1870 อันเป็นปีที่ มร. ยาตาโร อิวาซากิ ก่อตั้งบริษัทรับส่งสินค้าขึ้นในเมืองโอซากา มีชื่อว่าบริษัท ทสึคูโม โชกาอิ (TSUKUMO SHOKAI) สามปีหลังจากนั้นชื่อ มิตซูบิชิ ก็กำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ มร. อิวาซากิ เปลี่ยนชื่อกิจการของเขาเป็น มิตซูบิชิ โชกาอิ (MITSUBISHI SHODAI)ในช่วง 6 ทศวรรษหลังจากนั้น กิจการของมิตซูบิชิขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีการก่อตั้งบริษัทในเครือขึ้นหลายบริษัท และมีการผลิตรถยนต์ 4 ล้อออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 1917 มีชื่อว่ารถมิซูบิชิโมเดล-เอ (MITSUBISHI MODEL-A ) โดยผลิตขึ้นตามแบบรถ เฟียต ของอิตาลีในช่วงเวลา 5 ปี ระหว่างปี 1917-1921 มิตซูบิชิผลิตรถแบบนั้นออกจำหน่ายเพียงประมาณ 20 คัน ก่อนเปลี่ยนกิจการจากการผลิตรถบรรทุกและรถโดยสารโดยใช้ชื่อ ฟูโซ (FUSO) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มิตซูบิชิเป็นผู้ผลิตรถถัง เรือรบและยุทธภัณฑ์ประเภทต่าง ๆ ให้แก่กองทัพญี่ปุ่น ดังนั้นเมื่อสงครามสงบและกองทัพพันธมิตรเข้ายึดครองญี่ปุ่น มิตซูบิชิจึงถูกบีบบังคับให้แยกกิจการออกเป็น 3 ส่วน คือ มิตซูบิชิ ชิพบิลดิง แอนด์ เอนจิเนีย (MITSUBISHI SHIPBUILDING AND ENGINEER CO;LTD.) และมิตซูบิชิ นิปปอน เฮฟวี่ อินดัสตรัส์ (MITSUBISHI HEAVY INDUSTRIES LTD.) อย่างไรก็ตาม 12 ปีหลัง จากนั้นคือในปี 1964 ทั้งสามบริษัทก็รวมตัวเป็นบริษัทเดียวกันอีกครั้งหนึ่งภายใต้ชื่อ มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรัส์ โดยที่ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกจำหน่ายมีตั้งแต่ เบียร์ กล้องถ่ายภาพ อากาศยาน คอมพิวเตอร์ ไปจนถึง รถขุดดิน เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ รถยนต์และเรือใบ และมีฐานะเป็นบริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดในโลกรายหนึ่ง ในปี 1970 กิจการผลิตรถยนต์ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วก็ถูกแยกออกมาเป็นบริษัทต่างหากมีชื่อว่าบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน (MITSUBISHI MOTORS CORPORATION) และหนึ่งปีหลังจากนั้น มิตซูบิชิก็ตัดสินใจร่วมมือกับ ไครสเลอร์ คอร์พอเรชัน (CHRYSLER CORPORATION) บริษัทผู้ผลิต รถยนต์รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสหรัฐอเมริกา โดยยอมให้ไครสเลอร์เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 35 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน ผลลัพธ์จากความร่วมมือดังกล่าวทำให้กิจการผลิตรถยนต์ของมิซูบิชิเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถขยายกำลังผลิตถึงระดับ 1 ล้านดันต่อปีได้เป็นครั้งแรกในปี 1979 ปัจจุบัน มิตซูบิขิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 12 ของโลก รถยนต์ที่ผลิตออกจำหน่ายมีตั้งแต่รถยนต์นั่ง รถบรรทุก รถจีพขับ 4 ล้อ ไปจนถึง รถบัส รถเทรเลอร์ และรถที่ใช้ในงานก่อสร้าง ในรอบปี 1990 ผลิตรถยนต์ได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,335,000 คัน และทำยอดขายได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 434,000ล้าน
HONDAในแวดวงโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้าเป็นทารก แต่ในหมู่สิงห์มอเตอร์ไวด์ฮอนด้าเป็นเสือผงาดแผดเสีย งไปทั่วโลกที่ได้รับ ความนิยมชมชอบเป็นหนึ่ง จะเรียกเป็นหนึ่งเดียวก็ย่อมได้มิผิดเลย เมื่อฮอนด้าหันมาเล่นรถยนต์เขาก็เป็นหนึ่งในเรื่องนี ้ได้อย่างง่ายดายมิผิด เลยอีก เจ้าพ่อนายโซอิชอโร ฮอนด้า เป็นเสมือนเทวดาส่งมาเกิด จะทำมอเตอร์ไซด์หรือจะทำรถยนต์เขาดังระเบิดปังแล้วปั งอีก มันดังสนั่นมิใช่ในเมืองญี่ปุ่นเท่านั้นแม้ฟ้าอเมริก าอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น ดูแลแคบเกินไปสำหรับชื่อฮอนด้าของเขาไม่ว่าจะเป็นมอเ ตอร์ไซด์หรือรถยนต์ที่ มันแผดดังไปทั่วทุกทิศ ฮอนด้า ฮอนด้า ฮอนด้า ใคร ๆ ก็รักและชอบเขาเผยโฉมรถฮอนด้าออกมาและตั้งแต่นั้นมาบ ริษัทฮอนด้าเป็นบริษัท สร้างรถยนต์หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในปี 1970 รัฐบาลอเมริกาประกาศควบคุมควันพิษไอเสียของเครื่องยน ต์ บริษัทฮอนด้าไม่รอช้าเข็นเจ้าหนู “ซีวิค” ที่มีระบบควบคุมเรื่องควันพิษได้ดีและมีประสิทธิภาพม ากกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น นั้นก็คือเครื่องยนต์ “ซีวีซีซี” มันดังยิ่งขึ้นทั่วอเมริกาเมื่อนักเขียนเรื่องรถยนต์ ดัง ฮอนด้ามีพนักงาน 79,200 คน รายได้ปีละ 27,000 ล้านดอลลาร์ กำไร 572 ล้านดอลลาร์ บริษัทเริ่มตั้งเมื่อปี 1948 หุ้นเมื่อปี 1980 มีค่าเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ดอลลาร์ เป็น 5,449 ดอลลาร์ในปี 1990 ได้แชมป์จำหน่ายมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1989 ทำให้ฮอนด้าเปลี่ยนเป็นยักษ์ใหญ่อันดับที่ 4 ของโรงงานผลิตรถยนต์อเมริกันในสหรัฐอเมริกา และเมื่อรวมฮอนด้าสร้างในสหรัฐอเมริกาและฮอนด้าอิมปอ ร์ตเข้าสหรัฐอเมริกาจาก ญี่ปุ่น ทำให้ฮอนด้าขายนำโตโยต้าและนิสสันด้วยการครองตลาดจาก สหรัฐอเมริกามีส่วนแชร์ 7.6 เปอร์เซ็นต์ ไม่แต่จะนำตลาดในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น “ฮอนด้า” เมดอิน ยูเอสเอ” เป็นความภูมิใจของชาวซามูไรที่ไปทำชื่อเสียงในสหรัฐอ เมริกา กลายเป็นรถอเมริกันอิมปอร์ตเข้าไปขายในญี่ปุ่นที่ชาว ซามูไรต้องการนักหนาที่ จะเป็นเจ้าของ มันล้ำหน้าฟอร์ดและจี เอ็ม. หายห่วงไปหลายห่วงเลย นายโซอิชิโร ฮอนด้า ไม่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่เข้าใกล้ แต่เขามีสมญาว่า “เฮนรี่ ฟอร์ด ออฟ เจแปน” ต้นปี 1990 “ออโตโมติฟ นิวส์” เผยว่าแชมป์ประจำปี 1989 คือฮอนด้า แอคคอร์ด ขายได้มากถึง 362,707 คันที่จ่อมาอันดับสองคือฟอร์ด เอสคอร์ด ขายได้เป็นอันดับที่สาม 333,535 คันคือ จีเอ็ม คอร์วอดาและแบเรตตาขายได้ 326,006 คัน ฟาดอันดับที่สี่ และจีเอ็ม คาวาลิเออร์ เป็น อันดับที่ห้า ขายได้ 295,715 คัน จะเห็นว่าฮอนด้าเป็นเสือหนุ่มคึกคะนองขนาดไหน มันแข็งแรงไม่มีรถยนต์อเมริกันรุ่นไหนปราบลงได้ พอมองไปที่อันดับที่หกเป็นค่ายญี่ปุ่นอีก คือโตโยต้า แคมรี่ ขายได้ 257,466 คัน อันดับที่เจ็ดเป็นของฮอนด้า ซีวิ ขายได้ 235,452 คัน ฟอร์ด เท็มโป ขายได้ 228,426 คันเป็นอันดับที่แปด อันดับที่เก้านิสสัน เซนตรา ขายได้ 221,292 คัน และจีเอ็มแกรนด์แดม ขายเป็นอันดับสุดท้ายคอ 202,815 คัน จะเห็นว่าใน “ท็อปที่ 10” นี้มีฮอนด้าและฟอร์ดเป็นคู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันถึงพร ิกถึงขิงเผ็ดมันมากที่ สุดคือฟอร์ด เทารัส ตามประกบฮอนด้า แอคคอร์ดและฟอร์ด เทมโปตามประกบฮอนด้า ซีวิค เป็นคู่ ๆ ไม่ยอมห่าง และฟอร์ดทำได้สำเร็จหลังจากนั้นเพียงสองปี แอคคอร์ดก็แพ้เจ้าเทารัสไปจนได้โดยที่คนอเมริกาเองก็ ไม่คาดฝันจะเป็นไปได้ เมื่อนายโซอิชิโร ฮอนด้าเสนอไปทางกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมต่างประเท ศแห่งญี่ปุ่นว่าเขาจะ สร้างรถยนต์ฮอนด้าทางกระทรวงค้านว่าญี่ปุ่นไม่ต้องกา รรถยนต์มากกว่านี้อีก แล้ว อย่าสร้างขึ้นมาเลยจะตีกันเองเปล่า ๆ แต่เขาไม่สนใจ เริ่มปี 1962 บร็อค เยตส์ ได้เขียนชมเชยว่านอกจากมีควันพิษน้อยที่สุดแล้ว เจ้าหนู “ซีวิค” ยังเป็นรถที่ดีเยี่ยม แข็งและวิ่งทนไม่แพ้เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยูกับพอร์สช แห่งประเทศยุโรปเลย ในปี 1981 มีเสียงบ่นกันทั้งคนญี่ปุ่นและคนอเมริกันว่า สหรัฐอเมริกาไม่มีใครสร้างรถยนต์ดี ๆ ขึ้นมาใช้ มีแต่รถห่วย ๆ นายโซอิชิโรค้านว่าไม่จริงครับในสหรัฐอเมริกามีคนทำไ ด้ เขาจะทำให้สหรัฐอเมริกามีชื่อเองในการตั้งโรงงานผลิต รถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ดขึ้นที่เมืองแมรีสวิลล์ รัฐโอไฮโอ พอถึงปี 1982 ฮอนด้า แอคคอร์ด “เมด อิน ยูเอสเอ” ก็เผยโฉมออกมาด้วยการสร้างของอเมริกัน ในโรงงานสหรัฐอเมริกา มันมีประสิทธิภาพดีเยี่ยมที่คนอเมริกันภูมิใจที่มันเ ป็นรถยนต์ที่ผลิตใน อเมริกา และอุดหนุนช่วยกันซื้อ ยอดขายมันเพิ่มขึ้นทุกปีจนสร้างแทบไม่ทัน จนถึงปี 1989 ฮอนด้า แอคคอร์ด กลายเป็นแชมป์มียอด