จากการที่ดิฉันได้ไปเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ทำให้เห็นว่าเด็กสมัยนี้ไม่ชอบการเรียนคณิตศาสตร์เลย มีส่วนน้อยมากที่จะทำแบบฝึกหัดฝึกฝนตัวเอง เกิดคำถามอยู่ในใจว่าเป็นเพราะอะไร เพราะถ้าเรียนไม่รู้เรื่องตั้งแต่แรกหรือไม่มีพื้นฐานที่ไม่ค่อยแน่นนัก จะทำให้ในการเรียนในชั้นที่สูงกว่าก็จะไม่รู้เรื่องไปด้วย
แต่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ของเด็กสมัยนี้ๆไม่ค้นคว้าหาแบบฝึกหัดมาฝึกฝน เพราะเอาเวลาไปสนใจแต่เทคโนโลยีใหม่ๆที่เข้ามา และส่วนใหญ่ก็มีวิธีการเรียนในแบบที่จะพูดถึงต่อไปนี้
"วงจรอุบาทว์" ควรหลีกเลี่ยงให้ไกลจากชีวิตการเรียน
จากเเผนภาพวงจรอุบาทว์ ขยายความได้ดังนี้ เมื่ออาจารย์สั่งการบ้าน หรือเเบบฝึกหัด เราก็ไปเอาไปทำบ้าง ลอกเพื่อนบ้าง จากนั้นก็เอาไปส่ง ส่งเสร็จอาจารย์ก็ตรวจเเล้วเฉลยให้ดู หลังจากนั้น เราก็ทำความเข้าใจ เเละจำ จำในที่นี้คือจำว่าโจทย์เเบบนี้ ทำเเบบนี้ หลังจากนั้นก็ไปสอบ โดยข้อสอบสมัยประถม มักจะเป็นการบ้านหรือเเบบฝึกหัดนั่นเเหละที่เอามาเวียนเทียนออกข้อสอบ ทำไม่ได้ก็เเปลกเเล้วเเหละ เอานกเเก้วมาเรียนมันก็ทำได้นะ
เด็กที่มีเเนวคิดในการเรียนเเบบวงจรอุบาทว์นี้ มักจะสอบได้เกรดดีๆใน รร. เเต่พอเอาเข้าจริงก็มักจะสอบไม่ติดในการสอบเเข่งขัน ซึ่งสำหรับดิฉันเเล้วมันดูไร้ประโยชน์มากเลย เป้าหมายปลายทางที่สุดยอดนั้น เเท้จริงเเล้วคือการสอบติดมหาลัยดีๆ ในคณะที่เราอยากเรียนมิใช่หรือ
สรุปว่า สาเหตุที่คนเกือบร้อยเปอร์เซนต์ สอบได้คะเเนนเอนทรานซ์ต่ำกว่า 50 จาก 100 คะเเนน เป็นเพราะการ "จำไปสอบ" วิธีนี้ จะทำได้เเค่โจทย์ที่เคยเห็นเท่านั้น ถ้าไม่เคยเห็น จะไม่มีทางทำได้ เราไม่สามารถจดจำโจทย์ทุกเเบบบนโลกใบนี้ได้หรอก เลิกคิดใช้วิธีนี้ซะเถอะ