กรณีศึกษารายที่ 2 เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาบัญชีที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะกำลังศึกษาต่อปริญญาเอก เกิดอาการเส้นเลือดในสมองอุดตัน ทำให้เนื้อสมองบางส่วนขาดเลือด (Left Middle Cerebral Artery Infarction) และเป็นอัมพาตครึ่งซีก
คุณส. ถูกส่งต่อเพื่อรับการบำบัดฟื้นฟูในส่วนของกิจวัตรประจำวัน, การใช้แขนและมือและฝึกเรื่องความรู้ความเข้าใจ (Cognition) กับนักกิจกรรมบำบัด
คุณส. มีอาการอ่อนแรงของร่างกายซีกขวา ซึ่งเป็นด้านถนัด นอกจากนี้ยังมีภาวะ Aphasia คือมีความบกพร่องในการสื่อสาร ไม่สามารถฟังประโยคยาวๆ เข้าใจและนึกคำศัพท์ไม่ค่อยออก มักพูดเสียงดัง ค่อนข้างร่าเริงและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นดี แต่มักจะหงุดหงิดตนเองเวลาที่ไม่สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้
ใบตองกับคุณส. ได้ร่วมกันฝึกการทำกิจวัตรประจำวัน เพื่อลดความช่วยเหลือจากผู้ดูแล มีการฝึกเคลื่อนย้ายตนเองอย่างปลอดภัย, การแต่งกายและการปรับอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการอาบน้ำ พี่นักกิจกรรมบำบัดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ไปเยี่ยมบ้านของคุณส. และถ่ายรูปบริเวณต่างๆ ในบ้านที่สามารถดัดแปลงให้สะดวกและปลอดภัยขึ้นได้ ใบตองเองก็ได้ทดลองทำแผ่นพับแนะนำการปรับสภาพบ้าน
ความก้าวหน้าในการฟื้นฟูแขนและมือของคุณส. เป็นไปด้วยดี คุณส. สวมอุปกรณ์ดาม (Splint) เพื่อลดอาการเกร็ง สามารถเคลื่อนไหวข้อไหล่และข้อศอกได้ดีขึ้น เอื้อมหยิบวัตถุโดยใช้สองมือประกบกันได้
ตองให้ความสำคัญในส่วนของการสื่อสารมากที่สุด เพราะผู้รับบริการจะหงุดหงิดตนเอง/ผู้อื่นค่อนข้างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการความดันโลหิตสูง (โรคประจำตัว) กำเริบได้ คุณส. ได้รับการฝึกเรื่องการพูดจากนักฝึกพูดที่โรงพยาบาลดังกล่าวอยู่แล้ว ดังนั้นในทางกิจกรรมบำบัด เป้าหมายของการฝึกการสื่อสารคือเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน สามารถบอกความต้องการของตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
ใบตองฝึกการสื่อสารแทรกไปขณะที่ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น พูดคุยเรื่องทั่วไป เมื่อคุณส. ตอบมาเป็นคำๆ ใบตองก็จะเรียบเรียงเป็นประโยคเพื่อให้คุณส. พูดตาม หากตองเข้าใจความหมายผิด คุณส. ก็จะบอกว่าไม่ถูก ตองก็ต้องพยายามเรียบเรียงใหม่จนกว่าจะรู้ว่าเธอต้องการสื่ออะไร แรกๆ คุณส. จะหงุดหงิดมาก ตองก็จะบอกว่าไม่เป็นไร ค่อยๆ คิด หลังๆ คุณส. เริ่มใจเย็นลงและไม่พูดเสียงดังโผงผาง เรียกชื่อสิ่งของต่างๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น เริ่มค่อยๆ ทบทวบสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น ชื่ออาหารที่ทาน ชื่อวัน/เดือนต่างๆ เป็นต้น
“The ‘Standard’ for Poststroke Aphasia Recovery” เป็นบทควาทสั้นๆ ที่สรุปถึงการฟื้นฟูหลังโรคหลอดเลือดสมอง มีเนื้อหาโดยย่อดังนี้ คือ...
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูมากที่สุดคือช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ถึง 70%
- ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัว คือ ขนาด/ความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง, อายุและระดับการศึกษาของผู้รับบริการ, คุณภาพและระยะเวลาของการบำบัดฟื้นฟู
- การฝึกภาษาอย่างเข้มข้นนั้นได้ผลดีกว่า
- ความคล่องแคล่วและราบลื่น (Fluency) ของการสื่อสารนั้นสำคัญมากในการสร้างประโยค การเขียน และการอ่าน
- การฝึกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือกิจกรรมกลุ่มเพื่อการสื่อสารนั้นได้ผลดีและครอบครัวของผู้รับบริการสามารถนำไปทำที่บ้านได้
- เมื่อสิ้นสุดการบำบัดฟื้นฟูในสถานพยาบาล ผู้รับบริการที่มี Aphasia ควรเข้าร่วมกับชุมชนหรือกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เช่น การเข้าร่วมชมรมอ่านหนังสือ, เข้าร่วมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภาษา เป็นต้น
Hallis AE. The Standard for Poststroke Aphasia Recovery. © 2010 American Heart Association, Inc. Stroke. 2010;41:1316-1317. DOI: 10.1161/STROKEAHA.110.585364.
“Rehabilitation After Stoke: Current State of the Science” เป็นการสรุปความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์หลายสาขาที่บำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการโรคหลอดเลือดสมอง...
- เน้นการฟื้นฟูแขนและขาข้างที่เป็นอัมพาต
- Constraint-Induce Movement Therapy (CIMT) ได้ผลดีในการฟื้นฟูแขนข้างที่เป็นอัมพาต
- การใช้หุ่นยนต์เพื่อฝึกแขนด้วยการเคลื่อนไหวซ้ำๆ ช่วยทำให้เกิดสมองเกิดการเรียนรู้การเคลื่อนไหวใหม่ (Neural plasticity)
- ภาพเสมือนจริง การใช้กระจก และการนึกภาพในใจ เป็นเทคนิคใหม่ๆ ที่ได้ผลดี แม้เราจะยังไม่สามารถสรุปกลไกในการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวได้ก็ตาม
- Constraint-Induced Language Therapy (CILT) เป็นการฝึกภาษาอย่างหนักหน่วง ผู้รับบริการต้องใช้ภาษาพูดเพียงอย่างเดียว 3 ชั่วโมงต่อวัน ทุกวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์
- การฝึกบทสนทนาสามารถช่วยผู้รับบริการในการสื่อสารแบบ 1 ต่อ 1 ได้
- ความบกพร่องด้าน Executive functions จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้รับบริการในระยะยาว
- Time Pressure Management (TPM) training ช่วยพัฒนาการความเร็วในการประมวลผลด้านภาษาของผู้รับบริการ
Carter AR., Connor LT., Dromerick A W. Rehabilitation After Stroke: Current State of the Science. Curr Neurol Neurosci Rep (2010) 10:158–166. DOI 10.1007/s11910-010-0091-9.
ก่อนจบบล็อกตองก็มีทิปเล็กๆ น้อยๆ หากท่านผู้อ่านบังเอิญได้เจอผู้ป่วย Aphasia นะคะ มี 4 ข้อค่ะ
1. Show empathy & respect. ให้เห็นอกเห็นใจและเคารพในตัวบุคคล ไม่ทำเหมือนเขาเป็นคนป่วยนะคะ
2. Give the client more time. ให้เวลาเพิ่มเติมในการคิดตอบคำถาม อย่าเร่งบทสนทนา
3. Stay engaged in social activities. ให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางสังคมอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้แยกตัว
4. Easy to Hard training. การฝึกฝน ควรเริ่มจากง่ายไปยากนะคะ
ขอบคุณใบตองมากนะคะที่แบ่งปันประสบการณ์ดีๆอย่างนี้ให้
รู้สึกประทับใจและชอบในกิจกรรมการบำบัดฟื้นฟูของใบตองต่อเคสนี้มากค่ะ
ในเรื่องของการฝึกในด้านการสื่อสารโดยมีการพูดทวนสิ่งที่ผู้รับบริการต้องการสื่อสาร และเมื่อเข้าใจตรงกัน ก็ให้ผู้รับบริการพูดตามให้เป็นประโยคที่ถูกต้องตามหลัก อีกทั้งทางแผนกกิจกรรมบำบัดของโรงพยาบาลมีการลงไปสำรวจที่จริงเพื่อปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อผู้รับบริการ นับเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการที่หาได้ยากค่ะ
และอยากจะขอเสริมในเรื่องของการฝึกการสื่อสาร เช่น อาจแนะนำวิธีการให้ญาติมามีส่วนร่วมในการรักษา เป็นต้นว่า ช่วยฝึกให้ผุ้รับบริการสื่อสารในสถานการณ์จริงต่างๆ เช่น การซื้อของ การบอกความต้องการว่าอยากรับประทานอาหารอะไร หากว่าใบตองได้ทำอยู่แล้วก็ต้องขอชื่นชมในความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ และความใจดีของใบตองด้วยนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ..สู้ๆ^^
ขอบคุณเมธิตามากๆ ค่ะ :)
ส่วนที่เมแนะนำมา ตองไม่แน่ใจว่าญาติได้ทำอยู่แล้วหรือไม่ อย่างไร
ถ้ามีโอกาสจะนำไปแนะนำผู้รับบริการรายอื่นๆ ค่ะ
ขอบคุณใบตองมากนะคะสำหรับความรู้ที่ได้จากการนำเสนอcaseในครั้งนี้
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^